6พ.ค.2555 หลังจากเกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟบรรทุกสินค้าด่วนหมายเลข 721 ซึ่งออกเดินทางจากสถานีชุมทางบางซื่อและมาลากรถแคร่บรรทุกคอนเทนเนอร์บรรจุยางพาราอัดแท่งรมควัน จาก จ.สุราษฎร์ธานี และ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 17 แคร่บรรทุกคอนเทนเนอร์รวม 34 ตู้คอนเทนเนอร์ เกิดอุบัติเหตุที่บ้านช่องเขา ม.8 ต.ร่อนพิบูลย์ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อช่วงเที่ยงวันของวันที่ 5 พ.ค. ส่งผลให้ขบวนรถไฟที่เดินทางมุ่งหน้ายังภาคใต้ใช้การได้แค่ชุมทางทุ่งสง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เท่านั้นส่วนที่เดินทางล่องใต้ไปมากกว่านั้นต้องหยุดชะงักกว่า 20 ขบวนต่อวัน ทำให้เกิดเสียหายอย่างกว้างขวาง

              ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 พ.ค. เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจากการรถไฟแห่งประเทศไทยได้เร่งทำการกู้เส้นทางตลอด 24 ชม.ท่ามกลางฝนที่ตกลงมาเป็นระยะๆ ตลอดทั้งวันทำให้สภาพการทำงานเปียกแฉะ มีดินโคลนการเดินเท้าของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเต็มไปด้วยความยากลำบาก การเก็บกู้จนถึงเวลา 15.30 น.ของวันที่ 6 พ.ค. ได้มีเครนและเครื่องกลหนักเข้ามาปฏิบัติการได้เพียง 2 แคร่และอีก 1 โบกี้ของพนักงานรักษารถเท่านั้น และเริ่มวางเปิดเส้นทางเบี่ยงประมาณราว 700 เมตรก่อนเป็นลำดับแรก และยกรถแคร่บรรทุกคอนเทนเนอร์เหวี่ยงออกไปข้างทางเตรียมกู้ภายหลัง

              นายสกล นนท์นิรัตศัย วิศวกรรถไฟ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมการวางเส้นทางและเคลื่อนย้ายรถแคร่และคอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่าแผนปฏิบัติในการทำงานมี 3 ขั้นตอนคือ 1.เปิดเส้นทางใหม่เป็นทางเบี่ยงเลียบข้างกับเส้นทางที่เกิดอุบัติเหตุ 2.เบี่ยงรถที่เกิดอุบัติเหตุออก และ 3.หลังจากนั้นจะอาศัยช่วงเวาลาวางเดินรถมายกคอนเทนเนอร์และรถแคร่วางบนรางลากกลับไป
           
              ขณะที่นายจรัสพันธ์ สุจิรังกุล ผอ.วิศวกรกำกับการเขตบำรุงทางหาดใหญ่ กล่าวว่า พยายามที่จะเปิดรางใหม่เพื่อให้ขบวนรถโดยสารและขบวนอื่นๆเดินรถให้ได้ภายใน 24 ชม.โดยการเปิดเส้นทางเบี่ยงเลี่ยงจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นสาเหตุนั้นน่าจะเกิดจากดินยุบตัวซึ่งทางรถไฟประสบปัญหาในเรื่องนี้บ่อยบางจุดที่ยุบตัวนั้นจะมองไม่เห็น เข้าใจว่าช่วงที่ตกรางนั้นมี 3  คันหลังตกก่อนจากนั้นได้ลากตกลงไปทั้งขบวน
           
              “ความเสียหายของรางรถประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนตัวขบวนรถประมาณ 4 ล้านบาท อย่างไรก็ตามขณะนี้ได้มีแผนในการแก้ไขปัญหาเปลี่ยนรางจากรางขนาด 80 ปอนด์ เป็นรางขนาด 100 ปอนด์ และบางช่วงบางตอนยังไม่ได้รับประมาณในการเปลี่ยนไม้หมอนซึ่งคาดว่าจะเป็นปีงบประมาณ 56-57” นายจรัสพันธ์กล่าว



เปิดเส้นทางรถไฟสายใต้ได้ 05.00น.วันที่7พ.ค. 
            

              นายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ หัวหน้าสำนักงานประจำการรถไฟ ศูนย์ภาคใต้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)  กล่าวว่า การซ่อมรางและกู้โบกี้สินค้าขณะนี้มีความคืบหน้าไปมาก  เนื่องจากได้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรจากสถานีรถไฟหาดใหญ่และสถานีรถไฟทุ่งสง เข้าทำการซ่อมตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา   

              "คาดว่าประมาณ 05.00 น.ของวันที่ 7 พ.ค.จะเปิดให้บริการได้  ซึ่งเร็วกว่าที่ประมาณการไว้ว่าจะต้องใช้เวลา 3-4 วัน  หรือมากกว่านั้น  เนื่องจากการทำงานค่อนข้างเร็ว จากทุกภาคส่วนช่วยกัน"

              สำหรับผู้โดยสารขบวนรถไฟจากกรุงเทพฯ-หาดใหญ่ และสุไหงโก-ลก จะต้องเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีรถไฟทุ่งสง ส่วนขบวนรถไฟจากสถานีหาดใหญ่-กรุงเทพฯ จะต้องเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสารที่สถานีรถไฟทุ่งสงเช่นกัน โดยจะมีรถบัสไว้คอยบริการ ส่วนผู้โดยที่ไม่สะดวกในการเดินทางก็มีการยกเลิกการเดินทาง ทางการรถไฟฯก็จะคืนเงินค่าตั๋วให้ 

              ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หนึ่งในเจ้าหน้าที่ๆรับผิดชอบในการสอบสวนหาสาเหตุของการตกรางครั้งนี้ ให้ความเห็นส่วนตัวว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นจุดที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากสภาพพื้นที่ด้านเป็นภูเขาอีกด้านเป็นเหว  เมื่อมีฝนตกลงมาจะทำให้น้ำฝนไหลจากภูเขาไหลผ่านทางรถไฟเพื่อไหลลงเหว ทำให้ดินบริเวณดังกล่าวเกิดการอ่อนตัว  เมื่อขบวนรถไฟโดยเฉพาะขบวนสินค้าที่มีน้ำหนักมากๆผ่านมาในช่วงเวลาที่ดินยังอ่อนตัวไม่คืนสภาพ จะทำให้ดินยุบตัว ทำให้รถขบวนที่บรรทุกน้ำหนักมากๆตกรางได้   ฉะนั้นทุกครั้งที่มีฝนตกในบริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่ๆเกี่ยวข้องจะต้องเข้าไปตรวจสอบสภาพดินและหากพบว่าดินอ่อนตัวก็ต้องทำการแก้ไข เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติตามมา


จนท.รถไฟมาเลย์อัดรฟท.ต้นเหตุตกราง


           
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้มีคณะของชาวมาเลเซียเดินทางไปในจุดเกิดเหตุเมื่อลงจากรถได้สวมเสื้อสะท้อนแสงมีสัญลัก KTS.หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปสอบถาม ทราบว่าหัวหน้าคณะดังกล่าวมี Mr.Badrul Hisham Bin Mohd Zakaria gani มีตำแหน่งเป็น Maketing Excutive.(Landbridg) ของ KTM. หรือบริษัทการรถไฟของมาเลเซียพร้อมด้วยผู้บริหารอีก 4 รายเข้ามาตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งบรรทึกภาพรถแคร่และคอนเทนเนอร์ที่ได้ความเสียหายอย่างหนัก
          
               Mr.Chan ซึ่งเป็นตัวแทน TS. Trand Rail บริษัทที่ปรึกษาการเชื่อมโยงขนส่งระหว่างประเทศไทยและประเทศมาเลเซีย ของการรถไฟมาเลเซีย กล่าวว่า  รถแคร่บรรทุกทั้ง 17 คันบรรทุกคอนเทนเนอร์ 34 ตู้เป็นยาพาราอัดแท่งรมควันมีมูลค่าตู้ละกว่า 10 ล้านบาท ทั้ง 34 ตู้มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ประเด็นคือรถแคร่ดังกล่าวทั้ง 17 คันเป็นของการรถไฟมาเลเซีย ที่นำมาบรรทุกคอนเทนเนอร์โดยมีหัวรถจักรของการรถไฟไทยลากไปรวมขบวนสินค้าที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากนั้นจะไปเปลี่ยนหัวรถจักรเป็นของการรถไฟมาเลเซียที่ อ.ปาดังเบซาร์ และเดินทางต่อไปที่ปีนัง ไปลงเรือสินค้าที่นั่น
           
              “ทุกคนเป็นห่วงการรถไฟของประเทศไทย ฝ่ายการเมืองมัวแต่ไปวุ่นกับเรื่องรถไฟความเร็วสูงแต่ไม่เคยให้ความสำคัญกับเส้นทางการขนส่งระบบรางของภาคใต้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งที่เป็นเส้นทางที่มีค่าใช้จ่ายถูกมาก สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล ขนส่งระบบรางมีแค่เส้นทางนี้เส้นทางเดียว รัฐบาลไทยคงไม่ทราบว่ารัฐบาลมาเลเซียได้สร้างระบบรางคู่หมดแล้ว สาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะระบบรางของประเทศไทยไม่ได้มาตรฐาน ชำรุดจึงสร้างความเสียหายให้มากขนาดนี้  ซึ่งหลังจากนี้คงต้องไปดูต่อรื่องของการประกันภัยความเสียหาของตัวคอนเทนเนอร์ ตัวสินค้า รถแคร่ อีกมหาศาล ไม่รวมค่าระวางเรือที่ต้องสูญเสีย เสียเวลา เสียโอกาสนี่คือตัวอย่างที่ไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีการพัฒนา ผมพยายามผลักดันเรื่องนี้มาเป็น10ปีแล้วรัฐบาลไทยไม่เคยใส่ใจเรื่องระบบการขนส่งในภาคใต้ของประเทศไทย” ที่ปรึกษารายนี้กล่าวในที่สุด