14 ก.พ.63 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 15.00 น.เศษ "ร.ต.อ.อาคม จำปามูล" พนักงานสอบสวนกองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (กก.2 บก.ปคม.) ได้ควบคุมตัว 9 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มบุญข้ามชาติตามหมายจับศาลอาญาลงวันที่ 16 ม.ค.63 ประกอบด้วยนายจ้าวหราน หรือเจ้าหราน (Mr.Ran zhao)  อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นนายทุนผู้ว่าจ้างการตั้งครรภ์แทน ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 36/2563 , นางซู ยิงถิง (Mrs.Su Yingting) ภรรยาของนายเจ้า หราน อายุ 48 ปี สัญชาติจีน ซึ่งเป็นนายทุนผู้ว่าจ้างเช่นกันอผู้ต้องหาที่ 2 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 37/2563 ,

 



 

 

 

 

วืดประกัน แก๊งจีน-ไทยอุ้มบุญข้ามชาติ นอนเรือนจำ

 

 

                      นางวิลาสินี ซู อายุ 50 ปี เจ้าของบ้านในซ.นาคนิวาส เขตลาดพพร้าวที่มีอุ้มบุญ-เด็กจากการตั้งครรภ์แทน ผู้ต้องหาที่ 3 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 38/2563 , น.ส.หล้า ขันติโย อายุ 43 ปี แม่บ้านของนายเจ้า หราน ผู้ต้องหาที่ 4 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 39/2563 , นายนิคม สิมารัตน์ อายุ 48 ปี คนขับรถรับ-ส่งหญิงรับจ้างตั้งครรภ์ ผู้ต้องหาที่ 5 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 40/2563 , นายธรรมนูญ หรือต๋อง ปัญจสังคม อายุ 40 ปี คนขับรถรับ-ส่งหญิงรับจ้างตั้งครรภ์ ผู้ต้องหาที่ 6 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 41/2563 , 7.น.ส.ศิญาพรหรือแขก สวัสดิ์พันธ์ อายุ 30 ปี แม่บ้านของนายเจ้า หราน ผู้ต้องหาที่ 7 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 42/2563 ,

 

 

วืดประกัน แก๊งจีน-ไทยอุ้มบุญข้ามชาติ นอนเรือนจำ

 

               น.ส.วิยะดาหรือหนิง เชื้อจันทร์ อายุ 35 ปี หน้านายแนะนำชักชวนแม่อุ้มบุญ ผู้ต้องหาที่ 8 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 43/2563 , นางสายบัว แจ่มมี อายุ 44 ปี หน้านายแนะนำชักชวนแม่อุ้มบุญ ผู้ต้องหาที่ 9 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 45/2563 มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 14 - 25 ก.พ.นี้ เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานบุคคลอีก 10 ปาก และรอผลการการชันสูตรเด็กจากโรงพยาบาล , การตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน , ข้อมูลการติดต่อทางโทรศัพท์ และการตรวจสอบประวัติลายพิมพ์มือของผู้ต้องหา
 

 

                 ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด จนกว่าคดีจะถึงที่สุดด้วยเนื่องจาก คดีมีอัตราโทษสูงประกอบพฤติกรรมการกระทำผิด ของผู้ต้องหาเป็นภัยต่อสังคม , เศรษฐกิจ และความมั่นคงของชาติ หากปล่อยชั่วคราวไปเกรงว่าจะหลบหนียากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดี

             

 

 

 

วืดประกัน แก๊งจีน-ไทยอุ้มบุญข้ามชาติ นอนเรือนจำ

       

 

         โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เป็นหน่วยงานควบคุมกำกับการให้บริการด้านเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ เพื่อคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (อุ้มบุญ) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ. 2558 และกฎหมาย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ได้รับหนังสือแจ้งข้อมูลเบาะแสการรับบุญผิดกฎหมาย จากกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กรณีได้รับข้อมูลจากบุคคลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ต.สวนพริก อ.เมือง จ.ปทุมธานี

 

                พบเห็นผู้หญิงจำนวนหลายคนในหมู่บ้านดังกล่าวมีพฤติกรรมที่อาจคาดได้ว่าเป็นการตั้งครรภ์แทนโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ที่ไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย โดยมี 8 คนที่กำลังตั้งครรภ์ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพพิจารณาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าการกระทำเกี่ยวกับการรับตั้งครรภ์ดังกล่าว เข้าข่ายดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ.) และเป็นกรณีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ มาตรา 24 ซึ่งผู้หญิงทั้ง 8 คนรับจ้างอุ้มบุญจาก "นายเจ้า หราน" ผู้ต้องหาที่ 1 ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกับที่เคยว่าจ้างผู้หญิงไทยให้ไปปลูกฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาว กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ

 

 

 

                  จึงมอบหมายให้นิติกรชำนาญการพิเศษ เข้าแจ้งความต่อ บก.ปคม.เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน กระทั่งมีการรวบรวมพยานหลักฐาน และขอศาลอาญาออกหมายจับ ต่อมาในวันที่ 13 ก.พ.63 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 16 ซ.นาคนิวาส 37 แยก 2-3 เขตลาดพร้าวและจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-2 ได้ตามหมายจับของศาสอาญา อละในวันเดียวกันสามารถติดตามจับกุมผู้ที่เหลือ คือผู้ต้องที่ 3-8 ,10 ได้แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนด้าเนินคดีตามกฎหมาย  ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาที่ 1,2 ,3 ,4 ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาที่ 5, 6 , 7, 8 ,9 ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
 

 

                   ขณะที่วัน-เวลาเดียวกัน พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปคม.ยังควบคุมตัว น.ส.เหอ เถิง เย่ว (Miss.HE TENG YUE) สัญชาติจีนอายุ 31 ปี ซึ่งเป็นนายหน้าติดต่อหญิงสาวรับจ้างตั้งครรภ์แทน ผู้ต้องหาอีกรายที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมทำผิดกับกลุ่มนายเจ้าหราน แยกสำนวนยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลาอีก 12 วันด้วยเช่นกัน
 

 

                  ซึ่งพฤติการณ์ของ "น.ส.เหอ เถิง เย่ว" ผู้ต้องหารายนี้นั้น หลังจากพนักงานสอบสวย ได้ขอหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 10 คนต่อศาลอาญาแล้ว คือ1.นายจ้าวหรานหรือเจ้าหราน  2.นางซู ยิงถิง (Mrs.Su Yingting) 3.นางวิลาสินี ซู  เจ้าของบ้านในซ.นาคนิวาส เขตลาดพพร้าวที่มีอุ้มบุญ-เด็กจากการตั้งครรภ์แทน 4.น.ส.หล้า ขันติโย 5.นายนิคม สิมารัตน์ 6.นายธรรมนูญ หรือต๋อง ปัญจสังคม 7.น.ส.ศิญาพรหรือแขก สวัสดิ์พันธ์ 8.น.ส.วิยะดาหรือหนิง เชื้อจันทร์ หน้านายแนะนำชักชวนแม่อุ้มบุญ 9.น.ส.ณัฐกมล หรืออุ้ย หรืออ้อ จิตวิชัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 44/2563 และ 10.นางสายบัว แจ่มมี หน้านายแนะนำชักชวนแม่อุ้มบุญ
 

 

                  ต่อมาในวันที่ 13 ก.พ.63 เวลาประมาณ 07.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำหมายเข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 15-16 ซ.นาคนิวาส 37 แยก 2-3 เขตลาดพร้าวและจับกุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับของศาสอาญา 1-8 ,10 ได้แล้วนำตัวส่งพนักงานสอบสวนด้าเนินคดีตามกฎหมาย และจากผลการตรวจค้นได้พบ "น.ส.เหอ เถิง เย่ว" ผู้ต้องหานี้ และพบหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทน อยู่ในบ้านดังกล่าวจำนวน 7 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานทั้ง 7 คนให้การยืนยันตรงกันว่าผู้ต้องหานี้เป็นผู้ชักชวนกลุ่มพยานด้วยการติดต่อทางโทรศัพท์และแอพพลิเคชั่นไลน์ ให้มารับจ้างตั้งครรภ์แทนโดยมีคำตอบแทนจำนวน 450,000-550,000 บาท

 

 

            โดยผู้ต้องหาจะทำหน้าที่พากลุ่มพยานไปตรวจสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับตั้งครรภ์แทนและพากลุ่มพยานไปฉีดฝังตัวอ่อนที่ประเทศลาว รวมทั้งยังทำหน้าที่เป็นคนติดต่อเดินเรื่องเอกสารลงทะเบียน และเป็นนายหน้ารับโอนเงินค่าจ้างรับตั้งครรภ์จากนายจ้าวหราน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่ จ. ปทุมธานี , กรุงเทพฯ และ จ.หนองคายประเทศไทย , สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว , ประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างเดือน  ต.ค.58 - 2 ต.ค.62 ต่อเนื่องกัน ชั้นสอบสวน "น.ส.เหอ เถิง เย่ว" ผู้ต้องหารายนี้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยพนักงานสอบสวนก็ขอคัดค้านการให้ประกันตัวด้วย

 

 

              เนื่องจากคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวไปเกรงผู้ต้องหาจะหลบหนี และไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุร้ายประการอื่น ประกอบกับมีพยานบุคคลในคดีเป็นแม่อุ้มบุญซึ่งเป็นพยานสำคัญในคดีอาจได้รับภัยอันตรายอันเนื่องจากการปล่อยตัวชั่วคราว และคดีนี้เป็นความผิดนอกราชอาณาจักรซึ่งอัยการสูงสุดเป็นผู้รับผิดชอบ จึงขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหานี้ แต่หากศาลจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวได้โปรตก้าหนดเงื่อนไขเพื่อป้องกันการหลบหนี หรือป้องกันภยันตรายหรือความเสียหาย เช่นการห้ามออกราชอาณาจักร
 

 

            ทั้งนี้ "ศาล" พิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้ง 10 รายได้ตามคำร้อง
 

 

            ภายหลัง มีญาติผู้ต้องหาหญิงชาวไทย 2 คน ที่เป็นผู้ต้องหาร่วม ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสดคนละ 200,000 บาท ขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนีแต่ศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นว่า มีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ คดีมีอัตราโทษสูง ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการให้ประกัน หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบกนียากแก่การติดตามตัว ในชั้นนี้จึงไม่อนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหา ให้ยกคำร้อง

           

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาราชการและกระบวนการฝากขังของศาลแล้วในเวลา 16.30 น. ในส่วนของนายจ้าวหราน และนางซู ยิงถิง ซึ่งเป็นนายทุนว่าจ้างหญิงไทยตั้งครรภ์แทน และผู้ต้องหาอื่นที่เหลือไม่ได้ยื่นคำร้องและหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้อีก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาย รวม 3 คน ไปคุมขังยังเรียนจำพิเศษกรุงเทพฯ และผู้ต้องหาหญิง รวม 7 คน ไปคุมขังยังทัณฑสถานหญิงกลางในชั้นฝากขังนี้
     
 

           ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากที่ บก.ปคม. ได้สนธิกำลังร่วมกับ บก.ตร.มหด.รอ.904  , บก.ปอท. , กก.สส.บก.น.5 บช.น. , บก.ตม.3 , สำนักงานอัยการสูงสุด , สำนักงาน ปปง. , กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) , กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข และกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 13 ก.พ.63 ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น (Operation) เป้าหมายกลุ่มนายทุนชาวจีนและนายหน้าชาวไทย ที่ได้ว่าจ้างหญิงไทยให้มารับจ้างอุ้มบุญ โดยเข้าทำการตรวจค้นบ้านพักและบริษัทต่างๆ ที่เปิดไว้บังหน้า รวมถึงสถานที่พักอาศัยกลุ่มแม่อุ้มบุญ รวมจำนวน 10 แห่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ , จ.ปทุมธานี , จ.สุโขทัย
     

 

            ซึ่งสามารถจับกุม ผู้ต้องหารายสำคัญในขบวนการได้ทั้งหมด ทั้งชาวจีนและไทยตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 16 ม.ค.63 รวมจำนวน 9 ราย 1.นายเจ้า หราน (Mr.Ran zhao)  อายุ 37 ปี สัญชาติจีน หนังสือเดินทางเลขที่ EF 1590125 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 36/2563
     

 

             2.นางซูยิงถิง (Mrs.Su Yingting) ภรรยาของนายเจ้า หราน อายุ 48 ปี สัญชาติจีน หนังสือเดินทางเลขที่ ED4451809 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 37/2563
     

 

           3.นางวิลาสินี ซู อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 38/2563 , 4. น.ส.หล้า ขันติโย อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 39/2563 , 5.นายนิคม สิมารัตน์ อายุ 48 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 40/2563 , 6.นายธรรมนูญ หรือต๋อง ปัญจสังคม อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 41/2563 , 7.น.ส.ศิญาพรหรือแขก สวัสดิ์พันธ์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 42/2563 , 8.น.ส.วิยะดาหรือหนิง เชื้อจันทร์ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 43/2563 , 9.นางสายบัว แจ่มมี อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 45/2563
       

 

         โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหา รวม 3 ข้อหา 1.สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 4 -15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000 - 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 มาตรา 5,25
 

 

            2.ร่วมกันดำเนินการให้มีการตั้งครรภ์แทนเพื่อประโยชน์ทางการค้า มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 มาตรา 24 , 48 
 

 

            3.ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณา หรือไขข่าวให้แพร่หลายด้วยประการใดๆ เกี่ยวกับการตั้งครรภ์แทนว่ามีหญิงที่ประสงค์จะเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทนผู้อื่น หรือมีบุคคลที่ประสงค์จะให้หญิงอื่นเป็นผู้รับตั้งครรภ์แทน ไม่ว่าจะได้กระทำเพื่อประโยชน์ทางการค้าหรือไม่ก็ตาม มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ มาตรา 28 , 49
 

 

            โดยการจับกุมครั้งนี้ ยังสามารถตรวจยึดทรัพย์สินซึ่งอาจเป็นทรัพย์ที่แปรสภาพมาจากการฟอกเงินที่ได้จากการกระทำผิดอีกด้วย มีรถยนต์ 16 รายการ  มูลค่าประมาณ 15 ล้านบาท และบ้านพัก-บริษัทของผู้ต้องหา ย่านลาดพร้าว 2 หลัง มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มของผู้ต้องหา มีทรัพย์สินอื่นๆ ที่จะได้ตรวจสอบและตรวจยึดอีกว่า 100 ล้านบาทด้วย
 

 

           สำหรับปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก "กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ" กระทรวงสาธารณสุข ได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อ บก.ปคม. เกี่ยวกับการรับจ้างตั้งครรภ์แทนโดยผิดกฎหมาย มีลักษณะเป็นเครือข่ายขบวนการขนาดใหญ่ที่มีการกระทำผิดในลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ 2558 จึงดำเนินการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่า มีกลุ่มนายทุนสัญชาติจีน เป็นหัวหน้าขบวนการอุ้มบุญข้ามชาติ ได้จ้างคนไทยเป็นกลุ่มนายหน้าติดต่อแนะนำ-ชักชวน หญิงไทยมารับจ้างตั้งครรภ์แทน โดยจะได้รับค่าจ้าง ประมาณ 300,000–450,000 บาท/การตั้งครรภ์แทน 1 ครั้ง
 

 

             หากหญิงไทยตกลงที่จะรับจ้างตั้งครรภ์แทน กลุ่มนายหน้าจะแบ่งหน้าที่กันทำงานพาหญิงไทยเดินทางไปปลูกฝั่งตัวอ่อน ที่คลินิกแห่งหนึ่งในประเทศลาวและประเทศกัมพูชา จากนั้นจะพามาฝากครรภ์และคลอดบุตรที่โรงพยาบาลในประเทศไทย แต่ในบางครั้งกลุ่มนายหน้าจะพาหญิงไทยเดินทางไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน โดยกลุ่มนายหน้าจะเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเอกสารการคลอด , ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทั้งหมด หลังจากนั้นก็จะพาเด็กที่เกิดจากการรับจ้างอุ้มบุญ ไปส่งให้กับบุคคลที่อ้างว่าเป็นพ่อที่ประเทศจีน ขณะที่การตรวจสอบข้อมูลการเดินทางของเด็ก ที่ถูกส่งไปประเทศจีน ก็ไม่พบข้อมูลการเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทยอีก โดยเมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด หญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจึงจะได้รับค่าตอบแทน 
 

 

                ซึ่งสืบสวนยังพบอีกว่า กลุ่มผู้กระทำความผิด เปิดบริษัทบังหน้าเพื่อปกปิดการกระทำความผิดในการจ้างหญิงไทยตั้งครรภ์แทนตั้งแต่ปี 2555 โดยพบข้อมูลหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนจำนวนมาก กระจายอยู่ตามจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเบื้องต้นคาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 100 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้นำหญิงที่รับจ้างอุ้มบุญในเขต จ.ปทุมธานี มาสอบสวนขยายผล 8 ราย

 

                จากที่มีการเชิญตัวหญิงไทย ซึ่งเป็นแม่อุ้มบุญ มาสอบปากคำ จำนวน 15 ราย โดยสามารถช่วยเหลือเด็กที่เกิดจากแม่อุ้มบุญ ได้จำนวน 2 คน (อายุ 4 เดือน และ 22 วัน) และพบว่ามีเด็กที่เกิดจากการตั้งครรภ์แทน ที่มีการแจ้งเกิดและแจ้งรายชื่อเป็นผู้อาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านของผู้ต้องหาด้วย 15 ราย (จาปฏิบัติการตรวจพบหญิงไทยที่รับจ้างตั้งครรภ์ จำนวน 22 ราย) ส่วนเด็กที่คลอดมาแล้วตรวจสอบพบว่าถูกอุ้มออกไปเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 50 ราย
 

 

               ทั้งนี้ "บก.ปคม." ได้ประชาสัมพันธ์ ให้หญิงไทยที่เคยรับจ้างอุ้มบุญมาแล้ว เข้ามาให้ข้อมูลกับ บก.ปคม. โดยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนของ บก.ปคม. โทร.1191 หรือ เฟซบุ๊กเพจของกองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ Facebook.com/ATPDPOLICE