royal coronation
วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562
ข่าวด่วน

จับบิ๊กล็อต ยาบ้า 6 ล้านเม็ด

วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 - 17:49 น.
จับยาบ้า,191
Shares :
เปิดอ่าน 3,614 ครั้ง

ตำรวจ 191 ลุยปราบยาเสพติด ยึดยาบ้า 6 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีก 1 กก. พร้อมเร่งขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการ-ผู้สั่งการ

คลิปที่ 1

 

                เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 พ.ค. 2562 ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. พล.ต.ต.สำราญ นวลมา ผบก.บก.สปพ. พ.ต.อ.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมคดียาเสพติด จำนวน 4 คดี

                โดยคดีแรก เจ้าหน้าที่งานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ สนธิกำลังจับกุม นายธนานนท์ หรือนนท์ เอกวรานนท์ อายุ 29 ปี ,นายหย่าชู หรือทัศน์ ขะล่ากู่ อายุ 28 ปี ,นายศรันย์ หรือป๊อป จิตต์ประภา อายุ 29 ปี และนายณัฐวัฒน์ หรือซัน แสงชู อายุ 33 ปี พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 240,000 เม็ด รถยนต์ จำนวน 2 คัน โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยจับกุมได้ที่ถนนบางนา-ตราด 16-18 แขวงและเขตบางนา และภายในร้าน KFC สาขาบิ๊กซีบางนา แขวงบางนา เขตบางนา

 

 

 

 

                พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนพบเบาะแสว่านายธนานนท์และพวก มีพฤติการณ์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ย่านบางนา จึงวางแผนล่อซื้อที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางนาและนัดส่งยาเสพติดกันที่บริเวณริมถนนบางนา-ตราด ซึ่งเบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ยาเสพติดทั้งหมดเป็นเครือข่ายของทางภาคเหนือ และอยู่ระหว่างการขยายผลเครือข่ายเพิ่มเติม

 

 

 

คลิปที่ 2

                คดีที่ 2 จับกุมนายสมภพ คำจันทร์ อายุ 20 ปี ,นายมนัส หรือแบงค์ สาระบุตร อายุ 30 ปี ,นายศรายุทธ หรือบิ๊ก วงค์ต่อม อายุ 24 ปี และนายสุรชาติ หรืออุ้ย ควรบุปผา อายุ 32 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 5,444,200 เม็ด ยาไอซ์ จำนวนประมาณ 876.8 กรัม รถยนต์กระบะทรงสูง จำนวน 1 คัน รถตู้ จำนวน 1 คัน รถยนต์ จำนวน 4 คัน และปืนพกสั้น ยี่ห้อกล๊อก 19 ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก รถจักรยานยนต์ จำนวน 3 คัน

                พล.ต.ต.สำราญ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมคดียาเสพติด จนสืบทราบว่ากลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ได้ลักลอบซุกซ่อนยาเสพติดไว้ที่บ้านเลขที่ 199/14 หมู่บ้านโกลเด้นทาวส์ ม.1 ต.บางรักใหม่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงได้ทำการตรวจค้นก็พบยาบ้าจำนวน 1.4 ล้านเม็ด พร้อมของกลางจำนวนหนึ่ง ต่อมาได้ขยายผลจนทราบว่ากลุ่มเครือช่ายดังกล่าวจะเดินทางไปรับยาเสพติดที่ย่านรังสิต-นครนายก จึงได้แกะรอย กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนได้ที่ริมถนนรังสิต-นครนายก คลองสามต่อเนื่องคลองสี่ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ทั้งนี้จากการสืบสวนกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ขับรถตู้มาที่จุดนัดพบเพื่อมารับยาเสพติดจากเอเย่นต์ที่รังสิต โดยเอเย่นต์จะรับยามาจากเครือข่ายภาคเหนือ ขนใส่รถกระบะลำเลียงก่อนจะจอดรถกระบะยกสูงทิ้งไว้ที่ริมถนน ซึ่งปลายทางของยาเสพติดจะนำไปพักไว้ที่บ้านย่านนนทบุรี เพื่อที่จะปล่อยให้กับลูกค้ารายย่อยในกทม.และปริมณฑล

 

 

 

 

                ส่วนคดีที่ 3 เจ้าหน้าที่งานสายตรวจจับกุมนายนลทวัฒน์ หรือปาล์ม พะสุธาวงศ์ อายุ 19 ปี ในฐานความผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษ ประเภท 1 (ยาบ้า,ไอซ์,ยาอี หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท2 (คีตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางเงินสด 3.7 ล้านบาท

                พล.ต.ต.สำราญ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สายตรวจ 191 ออกตรวจในพื้นที่ พบรถตู้มีพฤติกรรมพิรุธ เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ปรากฏว่าคนขับได้ทิ้งรถตู้แล้วหลบหนี ภายในรถพบยาบ้าจำนวน 1.5 ล้านเม็ด ต่อมาได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาได้ 4 ราย โดยจับกุมนายฐิติรัตน์ มาลัยทอง อายุ 24 ปี ,นายวีระพงษ์ คงใหญ่ อายุ 23 ปี ,นายพงศกร หรือกร แดงสุก อายุ 23 ปี เหลือเพียงนายนลทวัฒน์ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้ที่ย่านฝั่งธน พร้อมของกลางเป็นเงินสด 3.7 ล้านบาท จากการตรวจสอบพบว่า ตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม - 5 พฤษภาคม นายนลทวัฒน์มีเงินหมุนเวียนในบัญชี 1,400 ล้านบาท ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวการใหญ่ในขบวนการ อีกทั้งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของ บช.ปส. อีกด้วย

 

 

 

 

 

คลิปที่ 3

                ด้าน พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายยาเสพติดทั้งหมดนี้เป็นการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดไม่ให้เข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯชั้นใน และถือเป็นการจับกุมยาเสพติดที่มากที่สุด โดยจับกุมยาบ้ากว่า 6 ล้านเม็ด ยาไอซ์กว่า 1 พันกรัม อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อกล๊อก 19 ขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุน 12 นัด รถยนต์ 7 คันรถจักรยานยนต์ 3 คันเงินสด 3.7 ล้านบาท ซึ่งจากนี้ได้สั่งการให้ขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและผู้สั่งการทั้งหมด สอดรับกับพล.ต.ต.สำราญ ที่กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่งานสายตรวจอยู่ระหว่างการออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด โดยคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ราย ซึ่งเป็นระดับสั่งการมีทั้งอยู่ในประเทศและต่างประเทศ โดยในคดียาบ้า จำนวน 5,444,200 เม็ด พบว่าเป็นเครือช่ายของแก๊งต่ำเอี่ยว โดยมี เสี่ย อ. และ เสี่ย จ. เป็นตัวการใหญ่

 

 

 

 

                ภายหลังการแถลงข่าว พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.น. กล่าวถึงมาตรการป้องปรามเหตุนักเรียนตีกัน ว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ตำรวจแต่ละ สน. จัดชุดตรวจการณ์ตามสี่แยกไฟแดงและจุดเสี่ยงต่างๆ พร้อมกันนี้ได้ประสานไปยังสถานศึกษาต่างๆเพื่อขอข้อมูลเยาวชนที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในการก่อเหตุ อย่างไรก็ตามเหตุนักเรียนตีกันที่สน.หลักสอง เบื้องต้นสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด พร้อมได้รับรายงานว่าทั้งสองกลุ่มไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนและไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน แต่ปมเหตุมาจากความคึกคะนองของกลุ่มวัยรุ่น

 

 

 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ