วันที่ 1 ก.ย. 2563 นายศุภเดช แสนภูมินิเทศ หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่พบกลุ่มเกษตรกรที่สมัครเป็นสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกขนุนเพื่อการส่งออก ที่ขณะนี้มีสมาชิกแล้ว 42 ราย ซึ่งปัจจุบันมีทั้งผู้ที่มีอาชีพทำนาและมีอาชีพเป็นชาวสวนปลูกส้มโอ แต่สนใจที่จะขอปลูกพืชหลากหลายเพื่อเป็นทางเลือกทางรอดดีกว่าที่จะเสี่ยงปลูกพืชเชิงเดี่ยว ที่ขอเลือกปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐเพื่อการส่งออก โดยสมาชิกกลุ่มผู้ประสงค์ที่จะปลูกขนุน 42 ราย พื้นที่กว่า 200 ไร่ ได้เข้าร่วมรับฟังและลงพื้นที่ดูสวนขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ ของนายบุญเลิศ อินทะกะ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145/1 หมู่ 1 บ้านบึงโพธิ์ อ.โพธิ์ประทับช้าง ที่อดีตเป็นเกษตรกรผู้ปลูกส้มโอแต่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกส้มโอเป็นพื้นที่ปลูกขนุน 8 ไร่ กล่าวว่า ตนหันมาปลูกขนุนบนเนื้อที่ 8 ไร่ ระยะห่าง 7x7 เมตร 1 ไร่  ปลูกได้ 30 ต้น อายุต้นขนุนขณะนี้ 3 ปี ผลผลิตที่ได้คือ 1 ต้น จะได้ผลผลิตประมาณ 150 กก./ต้น เหตุที่ตัดสินใจปรับเปลี่ยนจากการปลูกส้มโอ แล้วหันมาเลือกปลูกขนุนเพราะการดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก ง่ายกว่าส้มโอ อีกทั้งการใช้สารเคมีเพื่อกำจัดแมลงหรือการใส่ปุ๋ยต่างๆก็น้อยกว่าการปลูกส้มโอ ขนุนใช้เวลาเพียง 2 ปี ก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้อย่างต่อเนื่องตลอดปี 

ฤดูกาลที่ผ่านมา นายบุญเลิศ บอกว่า ปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ 8 ไร่ รายรับจากการ ขายผลผลิตได้ 4 แสนบาท  มีรายจ่ายค่าสูบน้ำ-ค่าปุ๋ย-ค่ายาและอื่นๆ รวมแล้วประมาณ 4 หมื่นบาท หักลบกลบหนี้แล้วมีรายรับดีกว่าทำนาปลูกข้าวหรือปลูกส้มโอ

ในส่วนของเรื่อง การตลาดก็มีผู้มารับซื้อถึงที่ได้ราคาดังนี้ เกรด A คัดพิเศษ ขนาด 13กก./ผล ขายได้  30-50 บาท/กก., เกรด A ขนาด 10 กก./ผล ขายได้ 15 บาท/กก., เกรด B ขนาด 8-10 กก./ผล ขายได้ 12 บาท/กก., เกรด C ขนาด 7-8 กก./ผล ขายได้  10 บาท/กก., เกรด D คือผลเล็กกว่า 5 กก./ผล ส่งขายต่างประเทศไม่ได้ ก็สามารถขายตลาดภายในประเทศได้ กก.ละ 10 บาท เรียกได้ว่าขายได้ทุกขนาดทุกไซส์ (ราคามีปรับขึ้น-ลง ตามสภาวะการตลาดและฤดูกาล) แต่ถ้าเป็นตลาดส่งออกก็ขายไปยังประเทศจีน

ในส่วนของ นายบุญเกิด มีทวี ผู้จัดการบริษัท เอ็ม.ที.ฟรุท โปรดักส์ หมู่ 3 ต.โพธิ์ประทับช้าง อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นล้งรับซื้อส้มโอรายใหญ่ของ จ.พิจิตร กล่าวว่า ตลาดส้มโอเพื่อการส่งออกรวมถึงขายในประเทศก็ยังไปได้สวย แต่ขณะนี้มีคำสั่งซื้อมาจากประเทศจีน ว่า ปัจจุบันนี้ชาวจีนนิยมบริโภคขนุนสายพันธุ์ทองประเสริฐ เนื่องจากติดใจในรสชาติ รวมถึงมีค่านิยมว่า ขนุนเป็นผลไม้มงคล เนื่องจากมีสีเหลืองอร่ามเปรียบประดุจทองคำ จึงทำให้ขนุนเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกชนิดใหม่ แต่ปริมาณสินค้ามีไม่เพียงพอกับความต้องการ  

ดังนั้นจึงออกมาเชิญชวนเกษตรกรชาวพิจิตรว่า  หากต้องการปลูกไม้ผลหรือพืชทางเลือกชนิดใหม่ก็ขอแนะนำว่า การปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่มีอนาคตแจ่มใสแน่นอน  สำหรับเกษตรกรชาว จ.พิจิตร ท่านใด สนใจอยากเข้าร่วมกลุ่มผู้ปลูกขนุนเพื่อการจำหน่ายภายในประเทศและเพื่อการส่งออก สามารถติดต่อขอเข้าร่วมกลุ่มและลงทะเบียนเป็นผู้ปลูกขนุนได้ที่ สนง.สภาเกษตรกรจังหวัดพิจิตร ตั้งอยู่ที่ศาลากลางพิจิตร โทร 056-611799  หรือ  นายศุภเดช  หัวหน้า สนง.สภาเกษตรกรพิจิตร โทร 093-3157733  รวมถึงถ้าต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ นายบุญเลิศ เกษตรกรที่ประสบความสำเร็จด้านการผลิตและการตลาด ติดต่อได้ที่ 090-7471504

สิทธิพจน์  เกบุ้ย  ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ.พิจิตร