19 มีนาคม 2563 นางสาวนนทิชา วรรณสว่าง รองอธิบดีกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรและครูนักเรียน ที่โรงเรียนเพียงหลวง 4 เกาะสุไหงมูโซ๊ะ จ.สตูล 

 

โดยกล่าวว่า กรมการข้าวได้เข้ามาส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ เพื่อสร้างเป็นแหล่งอาหารให้กับประขาชนและเด็กนักเรียนในพื้นที่ ซึ่งโรงเรียนเพียงหลวง​เป็นโรงเรียน "ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี" ที่ทรงห่วงใยต่อปัญหาการศึกษาที่เหลื่อมล้ำและการขาดโอกาสของเด็ก ๆ รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ของเด็กๆ และครู ในโรงเรียน ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร ตามแนวชายแดนทั่วทุกภาคของประเทศ 

 

จึงมีพระดำริที่จะให้การช่วยเหลือเด็กๆ และโรงเรียนเหล่านั้นไว้เป็นโรงเรียนในพระอุปถัมภ์ฯ  ซึ่งได้กระจายอยู่ทั่วประเทศ รวม 18 แห่ง และหนึ่งในนั้น คือโรงเรียนเพียงหลวง 4 บนเกาะสุไหงมูโซ๊ะ อ.ละงู จ.สตูล สำหรับโรงเรียนเพียงหลวง 4 ฯ เดิมชื่อโรงเรียนสุไหงมูโซ๊ะ อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลจากความเจริญ เมื่อปี 2547 ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ

 

 

ฟื้นฟูนาข้าวภาคใต้กระทบน้ำเค็ม

 

 

เนื่องจากโรงเรียนอยู่บนเกาะกลางทะเล ส่งผลให้ชุมชน บ้านเรือนประชาชน และโรงเรียนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ได้รับความเสียหาย และเกิดน้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตร ประชาชนไม่สามารถทำการเกษตรได้ กรมการข้าวได้สำรวจและพบว่าบนเกาะในอดีตมีนามากกว่า 100 ไร่ ปัจจุบันเหลือ 66 ไร่ ที่ยังสามารถเพาะปลูกข้าวได้ ซึ่งในปี 2563 กองประสานงานโครงการพระราชดำริ 

 

กรมการข้าว จึงได้มีแผนขยายผลให้ผู้ปกครองนักเรียนได้รวมกันปลูกข้าวแบบยั่งยืน ในพื้นที่นาร้างของชุมชนในเกาะ เนื้อที่ร้อยกว่าไร่ โดยจัดสรรงบประมาณกว่า 400,000 บาท ส่งเสริมโดยมีเป้าหมายหลักคือปลูกให้คนในชุมชนมีบริโภค ที่เหลือจากนั้นจึงส่งเสริมเพื่อจำหน่าย เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปต่าง ๆ ตลอดจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งต้องขอความร่วมมือหน่วยงานอื่น ๆ เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้โครงการนี้ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนแหล่งน้ำ เครื่องมือเครื่องจักร 

 

 

ฟื้นฟูนาข้าวภาคใต้กระทบน้ำเค็ม

 

 

อย่างไรก็ตามในโครงการดังกล่าว ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง เป็นหน่วยเข้ามาส่งเสริมและสนับสนุนองค์ความรู้และให้คำแนะนำในการปลูกข้าว ส่งเสริมสนับสนุนเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์ข้าว เผยแพร่องค์ความรู้แก่ประชาชนด้านข้าว หาพันธ์ุข้าวที่เหมาะสมให้ประชาชนบนเกาะได้มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ ผ่านโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวอินทรีย์ และโครงการสร้างเสริมการสร้างแหล่งอาหารให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนอีกด้วย