royal coronation
วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562
เกษตร/ทำกิน/สัตว์เลี้ยง

"กำหนด"จุดรับซื้อข้าวโพดหลังนาครบพื้นที่เป้าหมาย

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 - 20:21 น.
ข้าวโพดหลังนา,กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
Shares :
เปิดอ่าน 738 ครั้ง

"เกษตรฯ"กำหนดจุดรับซื้อข้าวโพดหลังนาครบ 393 อำเภอใน 33 จังหวัดพื้นที่เป้าหมายส.ผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์อบรมการปลูก-ธ.ก.ส.รับทำสัญญาจ่ายสินเชื่อถึงจุดรับสมัคร

 

 

              7 พฤศจิกายน 2561  นายสำราญ สารบรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า ในวันนี้ได้ประชุมเกษตรจังหวัดในพื้นที่เป้าหมายโครงการสานพลังประชารัฐ 

 

 

              ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาทั้ง 33 จังหวัดเพื่อทำความเข้าใจและแจ้งถึงความคืบหน้าของการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งขณะนี้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้กำหนดแล้วว่า บริษัทใดรับผิดชอบรับซื้อผลผลิตที่จุดใดบ้าง ครอบคลุมทั้ง 393 อำเภอ โดยมีสหกรณ์จำนวน 274 สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ และเป็นจุดรวบรวมผลผลิต โดยเป็นสหกรณ์รวบรวมพร้อมปรับปรุงคุณภาพ 21 สหกรณ์ สหกรณ์เป็นจุดรวบรวมและมีผู้ประกอบการนำไปปรับปรุงคุณภาพ 132 สหกรณ์ และสหกรณ์ให้เอกชนเช่าพื้นที่เป็นจุดรวบรวม 121 สหกรณ์ 

 

              ในส่วนการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงนั้น สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยแจ้งว่า เบื้องต้นมีบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ร่วมโครงการอย่างน้อย 4 บริษัท ได้แก่  บริษัท แปซิฟิค เมล็ดพันธุ์ จำกัด  บริษัท ชินเจนทา ซีดส์ จำกัด  บริษัท เมล็ดพันธุ์ เอเชีย จำกัด และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ซึ่งได้เริ่มอบรมเกษตรกรพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลผู้จะทำหน้าที่ร่วมดูแลเกษตรกรไปพร้อมกับบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การดูแลแปลง จนเก็บเกี่ยวผลผลิต นอกจากนี้บางบริษัทได้เสนอลดราคาเมล็ดพันธุ์ให้เป็นพิเศษจากกิโลกรัมละ 190 บาท เหลือเพียง 150 บาท การปลูกข้าวโพดใช้เมล็ดพันธุ์ 3.5 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจะทำให้ประหยัดต้นทุนการผลิตได้ไร่ละ 115 บาท 

 

              นายสำราญกล่าวว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ให้สินเชื่อสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตผ่านบัตรเกษตรสุขใจ ซึ่งเกษตรกรที่เป็นลูกค้าธ.ก.ส. สามารถนำบัตรเกษตรสุขใจไปซื้อปัจจัยการผลิตที่ร้านซึ่งสมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ได้แจ้งรายชื่อไปยังธ.ก.ส. ทุกจังหวัดแล้วรวม 4,734 ร้าน ส่วนสมาชิกสหกรณ์ที่ซื้อปัจจัยการผลิตนั้น ชำระผ่านบัญชีสหกรณ์

 

             สำหรับพื้นที่ที่สำรวจและเกษตรกรแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้ว 111,350 ราย พื้นที่ 978,000 ไร่ ซึ่งนายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทวงเกษตรฯ ให้เชิญผู้แทนของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และสมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เร่งลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อรับสมัครเนื่องจากมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการอีกมาก โดยธ.ก.ส. ได้ไปตั้งจุดทำสัญญารับสินเชื่อถึงจุดรับสมัครเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกร

 

              ทั้งนี้จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยในเร็ววันนี้

 

 


 

"กษฯกำหนดจุดรับซื้อโครงการปลูกข้าวโพดหลังนาครบ 393 อำเภอใน 33 จังหวัดพื้นที่เป้าหมายแล้ว ขณะที่สมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เดินหน้าอบรมการปลูกข้าวโพดแก่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนธ.ก.ส. อำนวยความสะดวกเข้าไปรับทำสัญญาจ่ายสินเชื่อถึงจุดรับสมัครเกษตรกร"


เมื่อวันที่ 7 พ.ย.นายสำราญ สารบรรณ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวว่า ในวันนี้ได้ประชุมเกษตรจังหวัดในพื้นที่เป้าหมายโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาทั้ง 33 จังหวัดเพื่อทำความเข้าใจและแจ้งถึงความคืบหน้าของการขับเคลื่อนโครงการ ซึ่งขณะนี้สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยได้กำหนดแล้วว่า บริษัทใดรับผิดชอบรับซื้อผลผลิตที่จุดใดบ้าง ครอบคลุมทั้ง 393 อำเภอ โดยมีสหกรณ์จำนวน 274 สหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการ และเป็นจุดรวบรวมผลผลิต โดยเป็นสหกรณ์รวบรวมพร้อมปรับปรุงคุณภาพ 21 สหกรณ์ สหกรณ์เป็นจุดรวบรวมและมีผู้ประกอบการนำไปปรับปรุงคุณภาพ 132 สหกรณ์ และสหกรณ์ให้เอกชนเช่าพื้นที่เป็นจุดรวบรวม 121 สหกรณ์ 

ในส่วนการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการปลูกข้าวโพดเลี้ยงนั้น สมาคมการค้าเมล็ดพันธุ์ไทยแจ้งว่า เบื้องต้นมีบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ร่วมโครงการอย่างน้อย 4 บริษัท ได้แก่  บริษัท แปซิฟิค เมล็ดพันธุ์ จำกัด  บริษัท ชินเจนทา ซีดส์ จำกัด  บริษัท เมล็ดพันธุ์ เอเชีย จำกัด และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ซึ่งได้เริ่มอบรมเกษตรกรพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลผู้จะทำหน้าที่ร่วมดูแลเกษตรกรไปพร้อมกับบริษัทจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก การดูแลแปลง จนเก็บเกี่ยวผลผลิต นอกจากนี้บางบริษัทได้เสนอลดราคาเมล็ดพันธุ์ให้เป็นพิเศษจากกิโลกรัมละ 190 บาท เหลือเพียง 150 บาท การปลูกข้าวโพดใช้เมล็ดพันธุ์ 3.5 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งจะทำให้ประหยัดต้นทุนการผลิตได้ไร่ละ 115 บาท 

นายสำราญกล่าวว่า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ให้สินเชื่อสำหรับซื้อปัจจัยการผลิตผ่านบัตรเกษตรสุขใจ ซึ่งเกษตรกรที่เป็นลูกค้าธ.ก.ส. สามารุนำบัตรเกษตรสุขใจไปซื้อปัจจัยการผลิตที่ร้านซึ่งสมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ได้แจ้งรายชื่อไปยังธ.ก.ส. ทุกจังหวัดแล้วรวม 4,734 ร้าน ส่วนสมาชิกสหกรณ์ที่ซื้อปัจจัยการผลิตนั้น ชำระผ่านบัญชีสหกรณ์

สำหรับพื้นที่ที่สำรวจและเกษตรกรแสดงความจำนงเข้าร่วมโครงการแล้ว 111,350 ราย พื้นที่ 978,000 ไร่ ซึ่งนายกฤษฏา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทวงเกษตรฯ ให้เชิญผู้แทนของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์และสมาคมผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์เร่งลงพื้นที่เป้าหมายเพื่อรับสมัครเนื่องจากมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการอีกมาก โดยธ.ก.ส. ได้ไปตั้งจุดทำสัญญารับสินเชื่อถึงจุดรับสมัครเพื่ออำนวยความสะดวกให้เกษตรกร

ทั้งนี้จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือสนับสนุนการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนาระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทยในเร็ววันนี้///


 

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ