เด่นโซเชียล

พม. ไล่ออก "นักพัฒนาสังคม" ฮุบเงิน "กลุ่มเปราะบาง" 13 ล้าน

พม. ไล่ออก "นักพัฒนาสังคม" ฮุบเงิน "กลุ่มเปราะบาง" 13 ล้าน
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ให้ออกจากราชการ "นักพัฒนาสังคม" ทุจริตเงิน "กลุ่มเปราะบาง" 13 ล้านบาท พม.รื้อทั้งระบบป้องกันการทุจริตในอนาคต

นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้ากรณีการทุจริตเงินของทางราชการ ของนายพิศาล สุขใจธรรม นักพัฒนาสังคมชำนาญการ ในเบื้องต้น กระทรวง พม. ได้ให้ออกจากราชการไว้ก่อน และอายัดเงินในบัญชีทั้งหมดของผู้กระทำความผิด เพื่อทำให้ตรวจสอบเงินในบัญชีได้มากขึ้น และไม่ให้มีการถ่ายโอนเงินไปให้บัญชีของผู้อื่น นอกจากนี้ ยังให้ทางสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ผู้กระทำความผิดได้ยักยอกเงินของกระทรวง พม. แล้วถ่ายโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว และมีการโอนเงินเข้าบัญชีของใครต่อหรือไม่ เพื่อจะได้เอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย   

อีกส่วนหนึ่ง คือ พม. ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อจะตรวจสอบว่ามีผู้กระทำความผิดเพียงคนเดียว หรือมีบุคคลอื่น หรือหน่วยงานอื่นเกี่ยวข้องร่วมกันกระทำความผิดด้วยหรือไม่ ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า มีการกระทำความผิดในปีนี้ 2564

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

เนื่องจากในการดูแลเรื่องงบประมาณนั้น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จะเข้ามาดำเนินการตรวจสอบหน่วยงานเป็นประจำทุกปี ทำให้ผู้กระทำความผิดเร่งถ่ายโอนเงินสิ้นปีงบประมาณ 2564 ภายในเดือนกันยายนนี้ และรีบหนีไปก่อน ที่ สตง. จะเข้ามาตรวจสอบและพบการกระทำความผิด

นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีดังกล่าว พม. จะถอดบทเรียนในการแก้ไขระบบเพื่อไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นอีก เนื่องจากอาจมีช่องว่างของระบบตัวบุคคลที่มอบหมายให้รับผิดชอบในการเบิกจ่ายต่างๆ ถึงแม้จะมี 3 คน แต่ด้วยความเชี่ยวชาญด้านการเงินในระบบ IT ของราชการถือว่ามีจุดอ่อนเยอะมาก จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยน โดยจะต้องปรับบุคคลที่เคยทำงานอยู่ในสังกัดกรมนี้ให้ย้ายไปทำงานกรมอื่น มีการสลับหน่วยงานในแต่ละกรมสังกัดกระทรวง พม. เพื่อไม่ให้เกิดการไว้วางใจ มีการมอบรหัสเบิกจ่ายเงิน และอาจจะให้หน่วยงานภายนอกที่เกี่ยวข้องที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบ IT มาช่วยดูระบบของ กระทรวง พม. ทั้งหมด ทั้งนี้ ขณะนี้ ได้มีการเปลี่ยนรหัสใหม่ทั้งหมดของกระทรวง พม. เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิดเข้ามายักยอกเงินได้อีก และในอนาคตจะต้องมีการปรับระบบใหม่ทั้งหมด ว่ามีช่องว่างอย่างไรนอกจากตัวบุคคล หากพบว่ามีช่องว่างตรงไหนก็จะปิดระบบตรงนั้น สำหรับในส่วนของการป้องกันการทุจริตนั้น  กระทรวง พม. จะได้ร่วมมือกับ ปปท. และ ปปง. เพื่อหารือถึงแนวทางร่วมกันในการแก้ไขกรณีดังกล่าวที่เป็นเคสตัวอย่าง เป็นการทุจริตเงินโดยไม่ได้จับเงินเลย เราจะทำอย่างไรเพื่อป้องกันการทุจริตในอนาคต

logoline