ข่าว

"ผบ.ตร." ต้องตัดทิ้ง อีกกี่นิ้ว "ตำรวจนอกแถว"

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

นิ้วไหน ไม่ดี ต้องตัดทิ้ง "ตำรวจนอกแถว " ขึ้นชื่อว่าตำรวจ ซึ่งเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายแต่ก่อเหตุกระทำความผิดเอง ถูกไล่ออก ปลดออก แล้ว 200 กว่าราย

 

"ผบ.ตร." ต้องตัดทิ้ง อีกกี่นิ้ว "ตำรวจนอกแถว"

 

 นิ้วไหน ไม่ดีก็ต้องตัดทิ้ง  คำกล่าวของ "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข "ผบ.ตร."  ที่ได้กล่าวไว้ หลังเกิดเหตุการณ์ คดีดัง อดีต "ผู้กำกับโจ้" หรือ พ.ต.อ.ธิติสรรค์  อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ กับพวกรุมทำร้ายร่างกาย ผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยใช้ถุงดำคลุมหัว จนถึงแก่ชีวิต โดยมีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องที่นำตัวผู้ต้องหามาเค้นสอบ จากตำรวจคนในกันเองที่รับไม่ได้จากกระทำที่เปิดเกิดขึ้น จนมีภาพออกมาสู่สายตาประชาชน  จากนั้นเริ่มมี คดีที่เกิดขึ้น โดยตำรวจเป็นผู้กระทำผิด  อย่างต่อเนื่องตามมา มีชายแต่งกายคล้ายชุดไรเดอร์ ส่งอาหาร บุกเดี่ยว เข้าชิงทรัพย์ ร้านทอง ในห้างดัง แห่งหนึ่ง ใน อ.ปากช่อง ก่อนขับขี่รถจักรยานยนต์ มีอุปกรณ์ ส่งอาหาร หลบหนีไปได้   จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไล่กล้องวงจรปิดจับกุม ติดตามจับกุมตัวคนร้าย ดันเป็น ตำรวจ สภ.ปากช่อง ซะเอง ก็เริ่มมีเหตุการณ์ ตำรวจนอกแถวเกิดขึ้น คดีดาบชัย อุ้มรีดไถเรียกไถ่ อ้างทวงหนี้ ค่ายาเสพติด  , เคสที่ จ.ชัยภูมิ ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะตำรวจเข้าตรวจค้นบ้านผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด มีจังหวะนำเงินยัดใส่กระเป๋ากางเกง จนเป็นข่าวบนหน้าโซเชี่ยลมีเดีย ,มีคดีทางวินัย เพจดังแฉ จากภาพหลุด เครื่องบินตำรวจขนเหล้าเถื่อน โดยทุกครั้ง จะขนเหล้าเถื่อนจากสนามบินหาดใหญ่ โดยมีนายตำรวจลำเลียงด้วยตัวเองำขึ้นเครื่อง คลุมด้วยถุงดำ ติดสติ๊กเกอร์ข้างกล่องลัง เป็นชื่อ นายตำรวจท่านนั้น เรื่องเข้า ป.ป.ช. แต่ยังเงียบ หน้าที่การงานยังเติบโตในสายงาน 

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

สุดท้ายมาเรื่องเลวร้าย ที่เกิดขึ้นกับตัว ผู้สื่อข่าวเอง เมื่อ ผู้ประกาศข่าวสาว ช่องหนึ่งได้เดินทางไป ลงบันทึกประจำวัน ที่ สถานีตำรวจนครบาลภาษีเจริญ แต่กลับถูกตำรวจท่านนั้นถามว่า ใส่กางเกงในมาแจ้งความไหม ยังบอกให้ขึ้นไปที่ ชั้น 3  ซึ่งแสดงออกถึงการคุกคามทางเพศ  อีกทั้ง ตำรวจท่านนี้ เป็นเพียง ผู้ช่วยพนักงานสอบสวน ดาบตำรวจ ไม่ใช่ ยศร้อยตำรวจโท ซึ่งตอนนี้ มีเพียงคำสั่งย้าย ตำรวจรายนี้ไปปฏิบัติในหน้าที่อื่นที่ไม่ต้องไปพบเจอกับประชาชน   มีเรื่องราว ของตำรวจ ซึ่ง ถือเป็นผู้ที่บังคับใช้กฎหมาย แต่กลับทำผิดซะเอง เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แบบนี้แล้วทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังต้องตัดอีกกี่นิ้ว ถึงจะเหลือแต่ตำรวจน้ำดี ที่เต็มใจรับใช้พี่น้องประชาชน 

"ผบ.ตร." ต้องตัดทิ้ง อีกกี่นิ้ว "ตำรวจนอกแถว"

 

   ตั้งแต่ต้นปี 2564 ที่ผ่านมา ที่ตำรวจทำผิด ที่ถูกออกจากราชการ แล้ว 171 ราย  และ ปลดออกจากราชาการ แล้ว 57 ราย มีการภาคทัณฑ์ 535 ราย  กักยาม 402 ราย กักขัง 497 ราย  และตัดเงินเดือน 6 ราย  ส่วน ตำรวจที่ถูกดำเนินการทางวินัยในคดีอุจฉกรรจ์  รอบปี 2564 อยู่ระหว่างรอผลสอบ 14 ราย สาเหตุที่ตำรวจทำผิด เกิดจากอะไร 

 

"ผบ.ตร." ต้องตัดทิ้ง อีกกี่นิ้ว "ตำรวจนอกแถว"

 

"ผบ.ตร." ต้องตัดทิ้ง อีกกี่นิ้ว "ตำรวจนอกแถว"

 

 

"ผบ.ตร." ต้องตัดทิ้ง อีกกี่นิ้ว "ตำรวจนอกแถว"

ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.  กล่าวว่า ส่วนใหญ่ เกิดจากเรื่องส่วนตัวเอง ของตำรวจประกอบด้วย การทำร้ายร่างกายถึงแก่ความตาย พยายามฆ่า และ ฆ่า ส่วนคดีที่สังคมรับรู้ตับตามอง คือ คดีผู้กำกับโจ้, คดีชิงทอง    ยอมรับว่า ตำรวจเป็นองค์ที่ตรวจสอบได้ทุกมิติ มีกระบวนการตรวจสอบทางจเรตำรวจ ทางผู้บังคับบัญชา นอกจากนั้นมีประชาชน สังคม   มีประชาชนตรวจสอบทางโซเชี่ยลมีเดีย   ซึ่งทางโซเชี่ยลมีเดีย เป็นเครื่องตรวจสอบชั้นดี   ทำไมตัวเลขตำรวจกระทำผิดเพิ่มขึ้น เพราะ เปิดให้ตรวจสอบให้ทุกมิติ ยอมรับการตรวจสอบ มีการดำเนินการกับตำรวจที่กระทำผิดอย่างไม่มีข้อยกเว้น ถ้ามองในแง่ดี เรามีสังคมช่วย นำตำรวจที่ไม่ดี นอกแถว นำออกจากสังคม จะเห็นว่าการดำเนินของสำนักตำรวจแห่งชาติ ดำเนินอย่างเต็มที่ ไม่มีการช่วยเหลือคนผิด การดำเนินการทางวินัยไม่มียกเว้น ส่วนเรื่องคดีอาญา ก็ว่าไปตามกฎหมาย ซึ่งแค่ต้นปี ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ มีแล้วกว่า 228 คน ที่ไล่ออก ปลดออก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการละเว้นการปฏิติหน้าที่ อยากให้รู้เป็นองค์กรที่โปร่งใสตรวจสอบได้ และ ถ้ามีใครทำผิดก็พร้อมที่จะนำออกจากระบบ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการแก้ปัญหาคือ พอรู้มูลเหตุทางความผิดจะดำเนินการทันที ส่วนทางอาญาก็ขึ้นกับทางกระบวนยุติธรรมชุดต่าวๆ   ส่วนเรื่องการพัฒนากฎระเบียบ มีมาตรการต่างๆเพิ่มเรื่อย ๆ  เชื่อมั่นระเบียบกฎเกณฑ์ ไม่ด้อยไปกว่าองค์กรใดๆ ไม่มีคดีไหนที่ตำรวจทำผิดรุนแรงแล้วยังลอยนวลได้ สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ เปิดเผยได้ว่าเป็น เป็นองค์กรที่กล้าเปิดเผยต่อสาธารณะ  ไม่ได้ปฏิเสธว่าไม่มีคนผิด แต่ยืนยันว่า เมื่อพบแล้ว ไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด