ข่าว

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด-19คงปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19

 

 

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยสถานการณ์โควิด-19 บางช่วงเวลาระบบโลจิสติกส์มีปัญหาทำให้การกระจายสินค้าจากแหล่งผลิต ไม่เป็นไปตามเป้าตลาดไม่เอื้ออำนวย ส่งผลให้เกิดปัญหาทางด้านราคา

 

 

โดยเฉพาะผลผลิตอายุสั้น อย่างผลไม้ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโนบายให้สหกรณ์ต่าง ๆ มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันซึ่งสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรสมาชิกได้ระดับหนึ่ง

 

 

ในช่วงโควิด-19 ทำให้การขนส่ง การค้าการขายยากลำบาก เราก็เลยทำ"โครงการแลกเปลี่ยนสินค้า"ระหว่างกัน อย่างเช่น ข้าวของทางภาคอีสานแลกกับผลไม้ทางภาคใต้ในช่วงที่ผลไม้ออกมามาก ๆ เช่น มังคุด เงาะ ทุเรียน หรือแลกสินค้าประมง

 

 

เช่น ปลาเค็มปลาหมึกแห้ง สหกรณ์ต่าง ๆ ก็มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน ทำมาได้ระยะหนึ่งก็มีผลตอบรับที่ดี

 

 

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด

 

 

 

 

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด

 

 

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยถึงการแก้ปัญหาการกระจายผลไม้จากแหล่งผลิตในช่วงที่ผ่านมาโดยระบุว่ามีการแลกเปลี่ยนผลผลิตระหว่างข้าวกับผลไม้ระหว่างสหกรณ์ด้วยกัน จำนวน 1,993.94 ตัน รวมมูลค่ากว่า 54.93 ล้านบาท

 

 

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด

 

 

แบ่งเป็น ข้าว 1,065.94 ตัน มูลค่า 27.97 ล้านบาท ผลไม้ 928 ตัน มูลค่า 26.95 ล้านบาท จากสถาบันเกษตรกรต้นทาง 34 แห่งใน 20 จังหวัด และสหกรณ์ปลายทาง/หน่วยงานราชการ 280 แห่งใน 61 จังหวัด (ข้อมูล ณ30ส.ค.64)

 

 

แม้ว่าขณะนี้ปัญหาผลไม้ทางภาคใต้จะคลี่คลาย เพราะอยู่ในช่วงปลายฤดูแต่ทว่าข้าวกลับมีปัญหา โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิในแถบภาคอีสานที่ขณะนี้ราคาตกต่ำเป็นประวัติการณ์ สนนราคาข้าวเปลือกขณะนี้อยู่ที่เกวียนละ 9,000-10,000 บาทเท่านั้น

 

 

ขณะเดียวกันมีข้าวจากฤดูกาลที่แล้ว(ปีการผลิต63/64)อยู่ในสต๊อคอีกจำนวนมาก ในขณะที่ผลผลิตข้าวในฤดูกาลใหม่(ปีการผลิต 64/65)ที่กำลังจะออกมาในช่วงปลายปีนี้อีกจำนวนมหาศาล ทำให้หลายสหกรณ์มีความจำเป็นต้องระบายข้าวในสต๊อคเพื่อใช้ยุ้งฉางเป็นที่เก็บผลผลิตข้าวของฤดูกาลใหม่

 

 

ปัจจุบันมีสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรที่ดำเนินธุรกิจรวบรวม จำหน่ายและแปรรูปข้าวจำนวน 424 แห่ง ใน 56 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มีสหกรณ์ที่ทำโรงสีได้มาตรฐานจีเอ็มพี(GMP)มีอยู่ทั้งหมด 60 แห่งที่ผลิตสินค้าข้าวได้มาตรฐานถูกสุขลักษณะอนามัยเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค

 

 

แต่ละปีมีปริมาณข้าวที่รวบรวมผ่านระบบสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรกว่า 2.28 ล้านตัน รวบรวมเพื่อจำหน่วย 2.17 ล้านตันและรวบรวมเพื่อแปรรูป 0.11 ล้านตัน

 

 

ประกอบด้วยข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ อาทิ ข้าวหอมมะลิ 105 ข้าวหอมปทุม ข้าวขาว ข้าวเหนียวและข้าวตลาดเฉพาะได้แก่ ข้าว กข43 ข้าว กข79 ข้าวสีและข้าวพื้นเมือง เช่น ข้าวสังข์หยด ข้าวเจ๊กเชย ข้าวเหลืองปะทิว ข้าวไร่ดอกข่า เป็นต้น

 

 

ส่วนการสนับสนุนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรในการรวบรวมและแปรรูปผลผลิตนั้น นายวิศิษฐ์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนับสนุนอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็นให้เพียงพอและครบวงจรเพื่อให้สหกรณ์รวบรวมข้าวในพื้นที่ให้มากที่สุด

 

อย่างเช่น โกดัง ลานตาก เครื่องชั่ง ไซโล เครื่องอบลดความชื้น รถตักล้อยาง รถโฟล์คลิฟท์ เครื่องสีข้าว  เครื่องขัดขาวและเครื่องยิงสี เป็นต้น

 

 

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด

 

 

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังกล่าวถึงช่องทางการตลาดของข้าวว่า นอกจากมีการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างสหกรณ์ด้วยกันแล้ว  ยังมี"การจำหน่ายทางออนไลน์"โดยผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Shopee  Lazada หรือแอพพลิเคชั่น ที่เราสร้างขึ้นมาเอง ได้แก่ Co-op click และ Co-op Shop เป็นต้น

 

 

แลกเปลี่ยนผลผลิต-รุก "ตลาดค้าออนไลน์" ช่องทางกระจายสินค้าสหกรณ์ยุคโควิด

 

 

โดยกรมได้สนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับสหกรณ์ต่าง ๆ  โดยความร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ธ.ก.ส.

 

 

นอกจากนี้ยังจัดโครงการอบรมให้ความรู้แก่สหกรณ์ต่าง ๆ ในการดำเนินธุรกิจตั้งแต่กระบวนการผลิต การแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการจำหน่ายสินค้าไปยังผู้บริโภค

 

 

 ในแต่ละปีเราจะมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะกับการจำหน่ายในช่องทางการตลาดต่าง ๆ  ทั้งรูปลักษณ์ ขนาดและราคาที่มีปริมาณเหมาะกับสังคมเมือง แต่ถ้าเป็นครอบครัวใหญ่การออกแบบบรรจุภัณฑ์จะเป็นอีกลักษณะหนึ่ง นายวิศิษฐ์เผย

 

 

นอกจาก"การค้าทางออนไลน์"ยังมีร้านค้าสหกรณ์เปิดให้บริการในกรุงเทพมีร้านค้าชุมนุมสหกรณ์การเกษตรฯ(ชสท.)ถ.งามวงศ์วาน ตรงข้ามมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน  ร้านสหกรณ์กรุงเทพและร้านสหกรณ์พระนคร

 

 

ส่วนต่างจังหวัดนอกจากซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์ จำนวน 770 แห่งทั่วประเทศแล้ว ยังมีศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์ในแต่ละจังหวัดและสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศอีกด้วย

 

 

ยุคโควิดเศรษฐกิจซบเซาแบบนี้ เราต้องช่วยเหลือดูแลกัน ลดค่าใช้จ่ายผู้บริโภคด้วยจึงขอเชิญชวนผู้บริโภคประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยสินค้าสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ ทั้งที่ร้านและในแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่เราได้จัดเป็นช่องทางจำหน่ายนอกจากได้สินค้าดีมีคุณภาพแล้วยังได้ช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ด้วยกันอีกด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเชิญชวน 

 

 

ขณะที่ นายณัฐพล แป้นนอก สหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวสำหรับร้อยเอ็ดเป็นเมืองข้าว มีพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมด กว่า 3 ล้านไร่ เป็นหอมมะลิ105 ให้ผลผลิตทั้งหมดกว่า 9 แสนตันต่อฤดูการผลิต เฉพาะในส่วนของสหกรณ์ จ.ร้อยเอ็ด  มีทั้งหมด 20 แห่งสามารถรวบรวมข้าวได้ประมาณ 1.7 แสนตัน มูลค่ากว่า 2 พันล้านบาท

 

 

โดยมีโรงสีของสหกรณ์จำนวน 10 โรงและสหกรณ์ขนาดใหญ่สามารถรวบรวมผลผลิตข้าวมากที่สุด คือ  สหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด ซึ่งขณะนี้มีข้าวค้างอยู่สต๊อคมากที่สุดปริมาณ 30,000 ตันและขณะนี้ได้เสนอเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว

 

 

ทุกปีไม่มีปัญหา แต่มาปีนี้เจอภาวะโควิด-19 เราไม่สามารถส่งออกได้รวมทั้งโรงสีต่าง ๆ ในจังหวัดเจอปัญหาเหมือนกัน ทำให้ราคาข้าวตอนนี้ตกลงมาค่อนข้างเยอะช่วงต้นฤดูเราซื้อไว้ที่ราคา 12-13 บาทต่อกิโลกรัม วันนี้เหลือเพียง 9-10 บาทเท่านั้น ก็เป็นปัญหาพอสมควร จะขายออกไปก็ขาดทุน จะเก็บไว้ก็ข้าวฤดูกาลใหม่ก็ใกล้เข้ามา ไม่มียุ้งฉางเก็บเพราะข้าวในสต๊อคก็ยังเหลืออยู่เยอะ ผลกระทบก็จะเกิดกับสมาชิกแน่นอน

 

 

สหกรณ์จังหวัดร้อยเอ็ดยอมรับว่าโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าสหกรณ์ช่วยในการระบายข้าวได้มาก โดยเฉพาะโครงการข้าวแลกผลไม้ทางภาคใต้ โดยการสนับสนุนของกรมส่งเสริมสหกรณ์นั้นสามารถช่วยระบายข้าวออกไปได้กว่า 600 ตัน ที่สำคัญพี่น้องชาวร้อยเอ็ดก็ได้รับประทานผลไม้สด ๆ จากสวนด้วย

 

 

เดือนที่แล้วทางกรมส่งเสริมสหกรณ์เองก็ได้หาทางช่วยระบายข้าวโดยเอาลงไปแลกกับผลไม้ทางภาคใต้ ทางร้อยเอ็ดก็ได้ทานผลไม้สด ๆ จากทางภาคใต้ส่วนทางใต้ก็ได้ทานข้าวหอมจากร้อยเอ็ด

 

หลัก ๆ ที่ส่งไปมี 2 ที่ คือ สหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส.ร้อยเอ็ด จำกัด กับสหกรณ์การเกษตรเกษตรวิสัย จำกัด เพราะทั้งสองสหกรณ์มีการแปรรูปข้าวสารตลอดปี ช่วงไหนไม่มีผลไม้ก็จะแลกกับอาหารทะเล  นายณัฐพลกล่าวย้ำ 

 

ด้านนายเรียม โกรัมย์ ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรกระสัง จำกัด อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ กล่าวยอมรับว่าจำนวนสมาชิกสหกรณ์กว่า 4,000 ครอบครัวขณะนี้อยู่ภาวะลำบากเนื่องจากราคาข้าวเปลือกตอนนี้อยู่ที่ 9-10บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น หากสหกรณ์รับซื้อข้าวจากสมาชิกมาเก็บสต็อคเพื่อแปรรูปเป็นข้าวสารก็ยังไม่มีช่องทางการจำหน่ายมากนัก

 

 

ที่ผ่านมาสหกรณ์ได้เข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนสินค้าสหกรณ์ โดยแลกผลไม้จากทางภาคใต้ สามารถได้ระบายข้าวออกไปได้ประมาณ 100 ตัน ซึ่งก็ยังไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ จึงขอฝากไปยังพี่น้องคนไทยมาช่วยซื้อข้าวสหกรณ์กัน ของดีราคาถูกนั้นมีอยู่จริง ประธานกรรมการสหกรณ์การเกษตรกระสัง จำกัด ย้ำทิ้งท้าย