ข่าว

"ข่าวปลอม" ฉีด "Az" ครบโดส แต่สถานฑูตไม่รับรอง กต.ระบุ เงื่อนไขแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

"ข่าวปลอม" ฉีด "Az" ครบโดส แต่สถานฑูตไม่รับรอง กต.ระบุ เงื่อนไขแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

12 ส.ค. 2564

"ข่าวบิดเบือน" ฉีด"แอสตราเซเนกา" ครบโดส แต่สถานฑูตไม่รับรอง กระทรวงการต่างประเทศ ระบุ เงื่อนไขแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูล การเดินทางไปยังประเทศไอร์แลนด์ ของหญิงไทยรายหนึ่ง ซึ่งได้มีการฉีดวัคซีนแอสตราเซเนก้าครบโดสแล้ว แต่ทางสถานทูตต่างประเทศไม่รับรอง โดยระบุว่า ล็อตที่ผลิตในประเทศไทยถือว่าไม่ได้ฉีด ทาง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งว่า ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง กับกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลบิดเบือน และได้ชี้แจงเรื่องดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเด็น คือ

 

 

"ข่าวปลอม" ฉีด "Az" ครบโดส แต่สถานฑูตไม่รับรอง กต.ระบุ เงื่อนไขแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

 

1. การรับรองวัคซีนของบริษัท AstraZeneca โดยบริษัท AstraZeneca ได้ยื่นขอรับรองวัคซีนของบริษัทฯ กับองค์กรยาแห่งสหภาพยุโรป (European Medicine Agency – EMA) เฉพาะวัคซีนจากแหล่งผลิตที่มีแผนจะใช้ในสหภาพยุโรปเท่านั้น (โดยใช้ชื่อว่า Vaxzevria) และได้รับการรับรองโดย EMA ตั้งแต่เดือนมกราคม 2564 ซึ่งขณะนี้ สิงหาคม 2564 บริษัท AstraZeneca อยู่ระหว่างการยื่นขอการรับรองวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศไทย และแหล่งผลิตอื่นกับ EMA และองค์การอนามัยโลก (World Health Organization – WHO) ทั้งนี้ บริษัท AstraZeneca ยืนยันว่า วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทมีคุณภาพเท่าเทียมกันในทุกแหล่งการผลิต

และเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2564 บางประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ผ่อนปรนมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขให้กับผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตในไทย เช่นเดียวกับผู้ที่ฉีดวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตจากแหล่งอื่น แม้ว่าวัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตจากไทย ยังอยู่ในกระบวนการขอรับการรับรองจาก EMA และ WHO ในขณะที่บางประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป เช่น ไอร์แลนด์ ยังยึดเกณฑ์วัคซีนที่ได้รับการรับรองจาก EMA หรือ WHO เท่านั้น

 

sinopharm.cra.ac.th "ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์" แนะ เร่งเข้าจอง-จ่ายเงิน ภายใน 13 ส.ค.นี้

WHO เตรียมทดสอบยาอีก 3 ตัว หวังช่วยรักษา โควิด-19

2. มาตรการของไอร์แลนด์ ผู้ที่จะเดินทางเข้าไอร์แลนด์ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนที่รับรองโดย EMA โดยมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่า ฉีดวัคซีนดังกล่าวแล้ว หรือมีหลักฐานการรักษาหายจากการป่วยด้วยโรคโควิด-19 ภายในระยะเวลา 180 วันที่ผ่านมา จะได้รับการยกเว้นการกักกันโรค และยกเว้นการตรวจหาเชื้อ เมื่อเดินทางถึงไอร์แลนด์ ทั้งนี้ ต้องฉีดวัคซีนโดสสุดท้ายก่อนเดินทางมาถึงไอร์แลนด์ ตามเวลาที่กำหนด ดังนี้ Pfizer-BioNtech (ครบ 2 โดส 7 วันก่อนเดินทาง) Moderna (ครบ 2 โดส 14 วันก่อนเดินทาง) และ Johnson & Johnson/Janssen ( 1 โดส 14 วันก่อนเดินทาง) ซึ่งผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ที่ยังไม่ได้รับการรับรองโดย EMA เช่น AstraZeneca ที่ผลิตในประเทศไทย จะต้องแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ RT-PCR ที่เป็นลบภายใน 72 ชั่วโมง ก่อนเดินทางถึงไอร์แลนด์ และเข้ารับการกักกันโรค 14 วัน และหากได้รับการตรวจเชื้อในวันที่ 5 นับจากวันที่เดินทางถึงไอร์แลนด์ และมีผลเป็นลบ จะถือว่าการกักกันโรคสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ผู้เดินทางเข้าไอร์แลนด์จากต่างประเทศต้องกรอก Passenger Locator Form ก่อนเดินทางด้วย นอกจากมาตรการเข้าเมืองแล้ว ทางการไอร์แลนด์ยังใช้มาตรการด้านสาธารณสุขภายในประเทศที่เชื่อมโยงกับการฉีดวัคซีน กล่าวคือ ผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วน จะได้รับเอกสารรับรองอิเล็กทรอนิกส์เรียกว่า EU Digital COVID Certificate (DCC) หรือบัตร HSE Vaccination Card โดยผู้ใช้บริการสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ และศูนย์อาหาร จะต้องแสดงเอกสารรับรองการฉีคซีนอย่างใดอย่างหนึ่งข้างต้น จึงจะเข้าใช้บริการได้ ทั้งนี้ ผู้ใช้บริการยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุข ซึ่งรวมถึงการล้างมือ การว้นระยะห่าง และการสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่ปิด

 

3. ภาพรวมมาตรการประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป หลายประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป ผ่อนปรนมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุข สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสที่กำหนด เช่น การแสดงผลตรวจเชื้อโควิด-19 ที่เป็นลบ และการกักกันโรค เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แต่ละประเทศสมาชิก มีข้อกำหนดเกี่ยวกับชนิด และรายละเอียดของวัคซีนที่แตกต่างกัน โดยเกณฑ์การฉีดวัคซีนที่แต่ละประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปใช้ เพื่อผ่อนปรนมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุข ในการเดินทางเข้าประเทศ มีหลายรูปแบบ บางประเทศใช้เกณฑ์วัคซีนที่ได้รับการรับรองโดยองค์กรยาแห่งสหภาพยุโรป EMA เพียงอย่างเดียว บางประเทศใช้เกณฑ์วัคซีนที่ได้รับการรับรองจาก EMA หรือองค์การอนามัยโลก WHO และบางประเทศใช้เกณฑ์ของตนเอง ซึ่งมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขของแต่ละประเทศ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ตามสถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศต้นทาง และประเทศปลายทาง ผู้เดินทางจึงจำเป็นต้องตรวจสอบมาตรการของประเทศที่ต้องการจะเดินทางไปอย่างใกล้ชิด

ดังนั้น ข้อมูลที่มีการโพสต์ และแชร์ต่อในขณะนี้ จึงเป็นข้อมูลบิดเบือน ขอความร่วมมือประชาชน ไม่แชร์ ไม่ส่งต่อข่าวดังกล่าว เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.mfa.go.th หรือโทร 02 2035000

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : เป็นการใช้ข้อความพาดหัวข่าวที่อาจสร้างความเข้าใจผิด โดยมาตรการควบคุมด้านสาธารณสุข สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสที่กำหนดของแต่ละประเทศมีหลายรูปแบบ แตกต่างกันไป ซึ่งบริษัท AstraZeneca อยู่ระหว่างยื่นขอการรับรองวัคซีนที่ผลิตในประเทศไทยและแหล่งผลิตอื่นกับ EMA และองค์การอนามัยโลก และยืนยันว่า วัคซีนโควิด-19 ของบริษัทมีคุณภาพเท่าเทียมกันในทุกแหล่งการผลิต

ที่มา: กรมสารนิเทศ กระทรวงต่างประเทศ

         Anti-Fake News Center Thailand