ข่าว

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

คนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียลักลอบเดินทางข้ามแดนช่องทางธรรมชาติไม่พ้นทหารวางกำลังสกัดจับคัดกรองไวรัสโรคโควิด-19 กักตัว 14 วัน

 

              เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 เมษายน 2563  พล.ต.ศานติ ศกุนตนาค ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 5 ซึ่งเดินทางมาอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับของคนไทยที่ตกค้างอยู่ในรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซีย ที่ บริเวณด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจำนวนหนึ่ง

อ่านข่าว - ชาวบ้านแห่จับจ่ายซื้อของรับรอมฎอนเมินโควิด-19 แออัดไม่เว้นระยะห่าง (มีคลิป)

 

 

 

 

              ได้เดินทางไปยังช่องทางข้ามธรรมชาติชุมชนหัวสะพาน เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก หลังรับแจ้งมีกลุ่มคนไทยที่ตกค้างอยู่ในประเทศมาเลเซียจำนวนหนึ่งได้ลักลอบเดินทางข้ามแดนด้วยเรือพายจากใต้สะพานด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทหารชุดควบคุมป้องกันชายแดนที่ 3 นำกำลังเข้าควบคุมคนไทยกลุ่มดังกล่าว ก่อนที่จะเดินทางถึงเป้าหมายพบกลุ่มคนไทยชายและหญิง จำนวน 10 คน ซึ่งมีข้าวของสัมภาระต่างๆ เต็มกระเป๋าคนละ 1 ถึง 2 ใบ ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวอยู่ใต้สะพานด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก

 

 

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

 

              พล.ต.ศานติ จึงได้สอบถาม พบว่า ได้แอบลักลอบเดินทางมาจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่ช่วงใกล้ค่ำของคืนที่ผ่านมา โดยเสียค่าใช้จ่ายเป็นค่าพาหนะต่อหัวคนละ 1,500 บาท ซึ่งเจ้าของรถยนต์ลัดเลาะเส้นทางหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ประเทศมาเลเซียมาถึงด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยังในช่วงใกล้สว่าง และทราบว่าไม่สามารถที่จะเดินทางข้ามด่านพรมแดนสุไหงโก-ลก เพื่อกลับยังภูมิลำเนาได้ จึงได้ตัดสินใจพากันลักลอบเข้าแดนที่ช่องทางข้ามธรรมชาติจนถูกเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวเอาไว้ ซึ่งการลักลอบเดินทางมาครั้งนี้ เนื่องจากมีความเป็นอยู่ลำบากในประเทศมาเลเซีย จึงพากันเสี่ยงเดินทางกลับแม้จะถูกจับกุมก็ตาม หลังจากที่ พล.ต.ศานติ พูดคุยกับกลุ่มคนไทยเหล่านี้แล้วเสร็จ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรับคนไทยกลับบ้าน นำรถยนต์โดยสารรับจ้างมารับกลุ่มคนไทยเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการคัดกรองเช็กประวัติและเปรียบเทียบปรับ ก่อนที่จะแยกส่งตัวกลับภูมิลำเนาของแต่ละคนเพื่อกักตัวดูอาการ 14 วัน

 

              ส่วนทางด้านการเดินทางกลับของคนไทยที่ตกค้างอยู่ในรัฐต่างๆ ของประเทศมาเลเซีย ที่ผ่านการขออนุญาตทางสถานทูตและสถานกงสุล เพื่อกลับภูมิลำเนาโดยผ่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ที่ได้มีการผ่อนปรนเป็นเวลา 1 สัปดาห์ นั้น พบว่า มีคนไทยต่างทยอยเดินทางกลับอย่างต่อเนื่อง โดย นายจักกฤช อุเทนสุต นายด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก ได้ให้เจ้าหน้าที่นำรถยนต์ของด่านศุลกากรสุไหงโก-ลก อำนวยความสะดวกไปรับคนไทยที่หน้าด่านพรมแดนเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน เช่นทุกวันที่ผ่านมา เพื่อเข้ากระบวนการคัดกรองโรคและเช็กประวัติ เมื่อผ่านกระบวนการต่างๆ แล้วเสร็จ จะนำขึ้นรถยนต์ส่งกักตัวตามภูมิลำเนาที่อาศัยอยู่ โดยคนไทยที่ขออนุญาตผ่านสถานทูตและสถานกงสุล เดินทางกลับภูมิลำเนาโดยผ่านพรมแดนสุไหงโก-ลก ในวันนี้ จำนวน 38 คน รวม 7 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 371 คน ส่วนคนไทยที่ลักลอบเดินทางกลับภูมิลำเนา โดยผ่านช่องทางธรรมชาติตามจุดต่างๆ ในวันนี้ จำนวน 67 คน รวม 7 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น 883 คน

 

 

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

 

 

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

 

 

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

 

 

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

 

 

จับกักคนไทยตกค้างมาเลเซียลอบข้ามแดนช่องทางธรรมชาติแล้วกว่า 880 คน

 

              พล.ต.ศานติ กล่าวว่า คนไทยที่ลักลอบข้ามแดนตามช่องทางธรรมชาติเขามีความเดือดร้อน หลังทราบว่าทางการประเทศมาเลเซียได้ขยายเวลาปิดประเทศเพิ่มขึ้นไปอีก จึงทำให้ไม่มีที่ทำมาหากิน เขาจึงต้องเดินทางกลับบ้าน เพราะที่นี่คือบ้านของเขา ซึ่งมีความสบายใจมากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินมากเท่าไร ก็ถือว่ายังได้อยู่กับครอบครัว ซึ่งอย่างน้อยก็มีกิน การเข้ามาของเขาอย่างที่เห็นระยะทางข้ามแม่น้ำเพียง 50 หรือ 60 เมตร ซึ่งตามแนวชายแดนเรามีเจ้าหน้าที่ทหารของเราดูแลอยู่ตลอดเวลา เขาเข้ามาก็ต้องให้เข้าเพราะเขาเป็นคนไทย ฉะนั้นมนุษยธรรมต้องมาก่อน ส่วนเรืองผิดกฎหมายก็ว่าไปตามผิดกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอนของพี่น้องอิสลามด้วย เราก็ดูแลเมื่อกลับมาอยู่บ้านในช่วงนี้

 

 

 

 

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ