Kom Lifestyle

เตือน 3 "สมุนไพร" ส่งผลต่อไต ตับ หัวใจ ห้ามกินยาวนาน

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

เตือน 3 "สมุนไพร" รางจืด หญ้าหนวดแมวและยอ ห้ามกินต่อเนื่องยาวนานเพราะส่งผลเสียต่อการทำงานของตับ ไต หัวใจ และระบบเลือด

ขึ้นชื่อว่า"สมุนไพร"และมาจากธรรมชาติ หลายคนจึงมักไว้ใจคิดว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายและกินได้ยาวนาน แต่อาจไม่รู้ว่ามีสมุนไพรบางชนิด ที่ไม่ควรกินติดต่อกันเพราะส่งผลร้ายต่ออวัยวะในร่างกาย ไปดูกันว่าพืชสมุนไพรที่ว่านั้นคืออะไร

1. รางจืด

เป็นพืชในเขตร้อนและเขตอบอุ่นของเอเชีย ถือเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมนำมาใช้บรรเทาอาการปวดท้องหรือท้องเสีย ใช้ปรุงเป็นยาเขียว แก้ไข้ แก้ร้อนในกระหายน้ำและใช้ขับสารพิษที่สะสมอยู่ในร่างกาย  นอกจากนี้รางจืดยังมีผลต่อการช่วยต้านพิษยาฆ่าแมลง ช่วยแก้อาการเมาค้างได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังมีการศึกษาวิจัยถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและความปลอดภัย ที่พบว่ารางจืดนอกจากจะมีฤทธิ์ในการขับปัสสาวะ ต้านการอักเสบ ต้านการเกิดพิษและขับพิษสารเคมีออกจากกระแสเลือดได้แล้วยังสามารถต้านพิษสุราได้อีกด้วย   

ข้อควรระวัง : ไม่ควรกินรางจืดติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อตับ ไต และระบบเลือดได้ และต้องระวังการใช้ในผู้ป่วยตับไต และไม่ควรกินติดต่อเกิน 1 เดือน เนื่องจากเป็นยาฤทธิ์เย็น  รวมทั้งยังไม่มีรายงานความปลอดภัยในการใช้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ให้นมบุตรและเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ดังนั้นกลุ่มนี้จึงควรหลีกเลี่ยงและงดกินรางจืดเช่นกัน  นอกจากนี้ควรระวังการใช้ในผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาอื่นอย่างต่อเนื่องเพราะยารางจืด อาจเร่งการขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ทำให้ประสิทธิผลของยาที่กินอยู่ลดลงได้  (ควรกินห่างจากยาโรคประจำตัว หรือยาตามปกติอย่างน้อย 2 ชั่วโมง)

 

เตือน 3 "สมุนไพร" ส่งผลต่อไต ตับ หัวใจ ห้ามกินยาวนาน

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

2. หญ้าหนวดแมว

เป็นพืชล้มลุกขนาดเล็ก ลำต้นกิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม มีใบรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ขอบใบหยัก แผ่นใบสีเขียวเข้ม ดอกสีขาวอมม่วงอ่อนกับพันธุ์ดอกสีฟ้า หญ้าหนวดแมวเป็นพืชสมุนไพรที่นำส่วนต่างๆ มาใช้ ได้แก่

  • ราก ใช้ช่วยในการขับปัสสาวะ  
  • ต้น มีสรรพคุณช่วยขับปัสสาวะ รักษาโรคกระษัย รักษาโรคปวดตามสันหลังบั้นเอว และขับนิ่วในไตได้  
  • ใบ นำมารักษาโรคไต รักษาโรคปวดข้อ ปวดหลัง ไขข้ออักเสบ ลดความดันโลหิต รักษาโรคเบาหวาน  โดยมีการศึกษาจาก โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลพบว่า ยาชงจากหญ้าหนวดแมวที่ชงกับน้ำเดือด ให้คนไข้ดื่มต่างน้ำ พบว่าอาการปวดนิ่วลดลงได้และนิ่วมีขนาดเล็กลงจนหลุดออกมาได้

ข้อควรระวัง :  เนื่องจากหญ้าหนวดแมว มีเกลือโปแตสเซียมสูง หากบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อไต และหัวใจได้ รวมถึงคนที่เป็นโรคหัวใจ โรคไต ห้ามรับประทาน เพราะหากไตไม่ปกติจะไม่สามารถขับโปแตสเซียมออกมาได้  และระวังการใช้ยานี้ร่วมกับยากินลดน้ำตาลในเลือดหรือร่วมกับการฉีดอินซูลิน เพราะอาจเสริมฤทธิ์กันได้

 

เตือน 3 "สมุนไพร" ส่งผลต่อไต ตับ หัวใจ ห้ามกินยาวนาน

 

 

 

3. ยอ

เป็นต้นไม้สูงประมาณ 2-6 เมตร เปลือกต้นสีน้ำตาล แตกเป็นสะเก็ดแล้วหลุดออก กิ่งอ่อนเป็นสี่เหลี่ยม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้าม รูปรี ดอกสีขาว มีกลิ่นหอม ผลมีผิวขรุขระเป็นตุ่ม หากสุกแล้วมีกลิ่นเหม็นเอียน เมล็ดสีน้ำตาลมีหลายเมล็ด มักนิยมนำสมุนไพรยอมาใช้จากหลายส่วน  อาทิ  

  • ใบยอ มีวิตามินช่วยบำรุงสายตา หัวใจ คั้นน้ำทาแก้โรคเก๊าท์ ปวดตามข้อนิ้วมือ นิ้วเท้า หรือคั้นน้ำสระผมฆ่าเหา แก้กระษัย ใช้ใบปรุงเป็นอาหาร แก้ท้องร่วง  
  • ราก สามารถใช้เป็นยาระบาย แก้กระษัย ใช้สกัดสีออกมาเป็นสีย้อมผ้าได้ 
  • ผลโตยังไม่สุก นำมาจิ้มน้ำผึ้งรับประทาน มีคุณสมบัติเป็นยาขับลม บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ลดการเกิดกรดไหลย้อนทำให้เจริญอาหาร ขับเลือดลม ขับประจำเดือน ใช้ผลดิบหรือผลห่าม ช่วยบรรเทาหรือแก้อาการคลื่นไส้ อาเจียนได้

 

เตือน 3 "สมุนไพร" ส่งผลต่อไต ตับ หัวใจ ห้ามกินยาวนาน

 

ข้อควรระวัง :  ไม่ควรกินสมุนไพรยอติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะมีเกลือโปแตสเซียมสูงอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต  รวมทั้งผู้ป่วยโรคไตไม่ควรบริโภคเพราะอาจทำให้อาการของโรคไตรุนแรง และทำให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้

...เมื่อเห็นแล้วว่าสมุนไพรนั้นมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ฉะนั้นก่อนจะเลือกซื้อสมุนไพรทุกชนิด ควรศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากว่ายาหรือสมุนไพรนั้นมีการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) หรือไม่ รวมถึงต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง  

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก  สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา,http://www.rspg.or.th/plants, https://www.thailandplus.tv/archives/353575

https://www.fda.moph.go.th/Herbal