"หมอธีระ" ชี้ดึงดัน เปิดประเทศ - เปิดการท่องเที่ยว ผลที่ตามมาหนักแน่

15 ก.ย. 2564
533
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

"หมอธีระ" ชี้ดึงดันเปิดการท่องเที่ยว - เปิดประเทศ เสี่ยงทำ โควิด19 ระบาดทวีความรุนแรงขึ้น เศรษฐกิจกระทบหนักระยะยาว ย้ำตรวจ RT-PCR และ ATK ประชาชนทุกคนต้องเข้าถึงได้ง่าย-ไม่มีค่าใช้จ่าย จี้รัฐบาลจัดการด่วน

วันที่ 15 กันยายน 2564 รศ.นพ. ธีระ วรธนารัตน์ หรือ "หมอธีระ" คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์ "โควิด-19" ในประเทศไทยหาก เปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยว โดยระบุว่า เมื่อวานจำนวนติดเชื้อใหม่ยังคงติดอันดับท็อปเท็น เป็นอันดับ 10 ของโลก 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

หมอธีระ ระบุต่อว่า ว่าด้วยเรื่องการเข้าถึงบริการตรวจ RT-PCR และ ATK ในสถานการณ์ระบาดเช่นนี้ ควรเป็นสิทธิของประชาชนทุกคน ที่จะต้อง "สามารถเข้าถึงได้ง่าย และไม่มีค่าใช้จ่าย" เพราะเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันระดับทุติยภูมิสำหรับโรคติดต่อร้ายแรง 

 

เป็นหน้าที่ของหน่วยงานรัฐในการจัดหาให้ประชาชน ทั้งนี้เพราะในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับปัจจุบัน มาตรา 47 "บุคคลย่อมมีสิทธิได้รับการป้องกันและขจัดโรคติดต่ออันตรายจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย" 

 

หัวใจสำคัญที่จะประคับประคองให้ทุกคนมีสวัสดิภาพและความปลอดภัยในชีวิตในช่วงเวลาถัดจากนี้ไป ยังคงยืนยันว่า รัฐควรพิจารณาเรื่องต่อไปนี้ 

 

ชะลอนโยบาย "เปิดประเทศ" และเปิดแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายจังหวัดออกไปก่อน

 

ขยายศักยภาพระบบตรวจคัดกรองโรค ทั้ง RT-PCR และ ATK ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ครอบคลุมทุกพื้นที่ ไม่มีค่าใช้จ่าย และไม่ติดกฎเกณฑ์ใด ๆ 

 

 

เตรียมรับมือปัญหาผลกระทบมากขึ้น ชัดเจนขึ้น ในกลุ่มผู้ป่วยที่เป็นโรคอื่นจำนวนมากในระบบสาธารณสุขที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการได้ เพราะการระบาดของ โควิด-19 เป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน 

 

หากดึงดันผลักดันเปิดการท่องเที่ยวและเปิดประเทศ สิ่งที่จะตามมาคือ การระบาดที่ทวีความรุนแรงขึ้น และจะเกิดผลกระทบหนักทั้งเรื่องสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมในระยะยาว 

 

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีสติ ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากฯสองชั้น ชั้นในเป็นหน้ากากอนามัย ชั้นนอกเป็นหน้ากากผ้า เลี่ยงการกินดื่มในร้านอาหาร โรงอาหาร ศูนย์อาหาร ซื้อกลับจะปลอดภัยกว่า 

 

สำหรับ สถานการณ์โควิดทั่วโลก 15 กันยายน 2564 โดยเมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 472,450 คน รวมแล้วตอนนี้ 226,572,277 คน ตายเพิ่มอีก 8,532 คน ยอดตายรวม 4,661,196 คน 

 

5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา ตุรกี อินเดีย สหราชอาณาจักร และอิหร่าน 

 

อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 115,335 คน รวม 42,258,891 คน ตายเพิ่ม 1,803 คน ยอดเสียชีวิตรวม 682,208 คน อัตราตาย 1.6% 

 

อินเดีย ติดเพิ่ม 27,429 คน รวม 33,315,450 คน ตายเพิ่ม 280 คน ยอดเสียชีวิตรวม 443,527 คน อัตราตาย 1.3% 

 

บราซิล ติดเพิ่ม 13,406 คน รวม 21,019,830 คน ตายเพิ่ม 709 คน ยอดเสียชีวิตรวม 587,847 คน อัตราตาย 2.8% 

 

สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 26,628 คน ยอดรวม 7,282,810 คน ตายเพิ่ม 185 คน ยอดเสียชีวิตรวม 134,446 คน อัตราตาย 1.9% 

 

รัสเซีย ติดเพิ่ม 17,837 คน รวม 7,176,085 คน ตายเพิ่ม 781 คน ยอดเสียชีวิตรวม 194,249 คน อัตราตาย 2.7% 

 

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อิหร่าน อาร์เจนติน่า และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น 

 

แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 92.85 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน 

 

แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน 

 

แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้นอิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และะเวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักหมื่น 

 

ส่วนญี่ปุ่น เมียนมา อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา และลาว ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกง และไต้หวัน ติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ 

 

ที่มา Thira Woratanarat