royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
เจาะประเด็นร้อน

รับมือให้มีประสิทธิภาพ"ศก.ขาลง"

วันที่ 15 สิงหาคม 2562 - 07:38 น.
เศรษฐกิจ,รัฐบาล
Shares :
เปิดอ่าน 944 ครั้ง

บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม 2562

 

 

          มีกระแสข่าวถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้เตรียมไว้โดยคาดว่าจะเสนอเข้าคณะรัฐมนตรีภายในเดือนนี้มีวงเงินประมาณ 5 หมื่นล้านบาท เน้นในกลุ่มคนจนและสูงอายุโดยมีแนวคิดแจกเงินให้คนละ 1,000 บาท ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่คาดว่าใช้เงินประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านั้นนำเงินไปใช้จ่ายบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจและเงินดังกล่าวไหลลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานราก นอกจากนี้จะใช้ยาแรงจึงมีแนวคิดที่จะนำมาตการแจกเงินท่องเที่ยว 1,500 บาทต่อคน โดยเป็นการใช้จ่ายระบบอีเพย์เมนต์ยังร้านค้า โรงแรม หรือที่ท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ ซึ่งประเมินว่าจะมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวตรงนี้ไม่ต่ำกว่า 2-3 หมื่นล้านบาทรวมไปถึงช่วยเหลือการเกษตรและเอสเอ็มอีโดยให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐสนับสนุนด้านดอกเบี้ยซึ่งมาตรการเหล่านี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

 


          ขณะที่นักวิชาการมองว่าหนี้ครัวเรือนไทยเริ่มมีอัตราการขยายตัวเร็วกว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจนซึ่งเห็นได้จากสัดส่วนหนี้ครัวเรือนไทยเมื่อสิ้นปี 2561 อยู่ที่ 78.6% ซึ่งปรับขึ้นจากปีที่แล้ว และพบอีกว่าพฤติกรรมของผู้กู้มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย โดยมากกว่า 50% ของผู้กู้ใหม่ในแต่ละปีมีอายุน้อย และมีสัดส่วนผู้กู้อายุต่ำกว่า 25 ปีสูงขึ้นเรื่อยๆ และมีการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนของผู้กู้สูงอายุในกลุ่มผู้กู้เดิมมีหลายบัญชี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีหนี้เร็วขึ้นและนานขึ้นและมีโอกาสเสี่ยงเป็นหนี้เสียสูงขึ้น อีกทั้งสำหรับไตรมาสหนึ่งปี 2562 หนี้สินครัวเรือนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยพิจารณาจากยอดคงค้างสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคซึ่งแม้ส่วนหนึ่งหนี้ครัวเรือนมีผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจซบเซาแต่จำเป็นที่ภาครัฐต้องใส่ใจควบคุมดูแล


          ภาวะครึ่งปีหลังอยู่ในสถานการณ์ที่แทบจะฟันธงได้ว่าอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำค่อนข้างแน่ชัดและตัวสะท้อนหนึ่งจากที่รัฐบาลสิงคโปร์ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในปีนี้ลงอยู่ที่ 0.0-1.0% จากเดิมที่คาดหมายว่าจะเติบโต 1.5-2.5% ซึ่งเป็นผลจากภาวะการส่งออกของสิงคโปร์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากพิษสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนับเป็นการปรับลดของสิงคโปร์เป็นครั้งที่ 2 ในปีนี้ ขณะที่เศรษฐกิจของสิงคโปร์ในปีที่แล้วเติบโต 3.2% โดยกระทรวงการค้าสิงคโปร์ชี้ว่าโอกาสการเติบโตทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ที่สำคัญและเขตเศรษฐกิจกำลังพัฒนารวมถึงจีนย่ำแย่ลงพร้อมเตือนด้วยว่าภาวะไม่แน่นอนและความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลกที่จะอยู่ในช่วงขาลงมีมากขึ้นนับจากเมื่อ 3 เดือนก่อนนับเป็นสัญญาณด้านลบที่ประเทศอื่นในเอเชียต้องเฝ้าระวังรับมือ


          นักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเตือนว่ามีเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอที่คาดการณ์ว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกในปีนี้เมื่อดูจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายภูมิภาคที่ปรับตัวลงและยังเตือนว่าการไม่มีเครื่องมือสำหรับการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจขาลงอาจกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้ภาวะเศรษฐกิจขาลงที่เกิดขึ้นแล้วยิ่งเลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากผู้กำหนดนโยบายทางเศรษฐกิจรับมืออย่างไร้ประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันรายงานของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ยังให้น้ำหนักความตึงเครียดในการค้าโลกและภาวะไร้เสถียรภาพโดยระบุการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2563 ถือเป็นเรื่องที่ “ไม่แน่นอน” ดังนั้นภาครัฐจำเป็นต้องมีมาตรการรับมือที่มีประสิทธิภาพเพราะลำพังการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งจะเห็นผลระยะสั้นคงไม่เพียงพอต้องมองถึงทิศทางในปีหน้าด้วยแล้ว

Shares :
เปิดอ่าน 944 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ