ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที! : รายงาน  โดย...  ทีมข่าวอาชญากรรม


 

          ทุกครั้งที่ตำรวจออกปฏิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะ “สายตรวจ” ไม่ว่าจะเป็นสายตรวจรถจักรยานยนต์ หรือสายตรวจรถยนต์ ถือว่าเป็นสายงานที่ปฏิบัติภารกิจใกล้ชิดประชาชน จึงไม่มีใครคาดคะเนล่วงหน้าได้ว่า ในแต่ละวันที่ออกปฏิบัติหน้าที่จะต้องไปประสบพบเจอกับเหตุการณ์อะไรบ้าง สุ่มเสียงถึงขั้นสูญเสียหรือไม่ ? การเตรียมพร้อมรับสถานการณ์เฉพาะหน้าอยู่ทุกนาทีจึงเป็นเรื่องจำเป็น และการฝึก “ยุทธวิธีตำรวจ” ก็เป็นเรื่องที่สำคัญ

 

 

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

 

 

          ในแต่ละปีก็มักจะมีข่าวการบาดเจ็บ สูญเสีย เกี่ยวกับการเข้าระงับเหตุ “คนคลุ้มคลั่ง” ไม่ฝั่งตำรวจเจ็บ-ตาย ก็ฝั่งผู้ก่อเหตุถูกวิสามัญฆาตกรรม แต่จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกๆ ปี การบาดเจ็บหรือสูญเสีย แล้วทิ้งความโศกเศร้าไว้กับครอบครัวส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับ “ตำรวจสายตรวจ” ซึ่งมักจะเพลี่ยงพล้ำเสียที “คนคลั่ง” เพราะการใช้ “ปืน” ยับยั้งเป็นทางเลือกสุดท้าย เนื่องจากคนที่กำลังบ้าคลั่งอาละวาดอยู่นั้นก็สมควรมีชีวิตอยู่ตามหลักสิทธิมนุษยชน

 


          เฉกเช่นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยในช่วงเย็นวันที่ 7 ตุลาคม ร.ต.ท.วิทยา อาจหาญ รอง.สวป.สภ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ รับแจ้งมีหนุ่มเมายาบ้าอาละวาดใช้ท่อนไม้ไล่ทุบตีชาวบ้าน และทำร้ายพ่อบังเกิดเกล้า ที่บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 125 หมู่ 1 บ้านแหลมทอง ต.แหลมทอง อ.ภักดีชุมพล หลังรับแจ้งจึงนำกำลังตำรวจสายตรวจรีบไประงับเหตุ เมื่อไปถึงก็พบ นายวายุ กัญญประสิทธิ์ อายุ 27 ปี ในมือถือท่อนไม้พยายามไล่ทำร้ายคนที่ผ่านไปมา จึงใช้ไม้กระบองเพื่อเข้าจับกุมตัว แต่พลาดท่าถูกหนุ่มคลั่งกระหน่ำตีโต้กลับทำให้ ร.ต.ท.วิทยา ต้องถอยหลังหนี กระทั่งสะดุดล้มหงายหลังศีรษะฟาดพื้น แล้วถูก นายวายุ ใช้ท่อนไม้กระหน่ำตีไปที่ใบหน้าอย่างแรง ส่งผลให้ ร.ต.ท.วิทยา นอนแน่นิ่งบาดเจ็บสาหัส ก่อนที่ชาวบ้านและตำรวจสายตรวจช่วยกันจับกุม นายวายุ และแย่งไม้ตีตามลำตัวเพื่อสยบความบ้าคลั่ง ทว่าในวันรุ่งขึ้นหนุ่มทาสยาบ้าเสียชีวิต ส่วน ร.ต.ท.วิทยา ถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ เนื่องจากมีเครื่องมือที่พร้อมกว่าสำหรับการผ่าตัดเลือดคั่งในสมอง

 

 

 

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

 


          อย่างที่บอกในตอนต้น เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อย ในแต่ละปีมีหลายครั้ง บ้างโดนตีด้วยเหล็กด้วยไม้ ตำรวจบางนายถูกฟันถูกแทง หนักสุดก็ถูกยิงด้วยอาวุธปืน ส่งผลให้ตำรวจบาดเจ็บ ล้มตาย หรือกลายเป็นคนพิการ เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจมีข้อจำกัดและเหตุผลหลายอย่าง ใช่ว่าปืนประจำกายอยู่ข้างเอว จะชักขึ้นมาจ่อยิงคนร้ายได้ง่ายๆ จึงมีคำถามต่างๆ นานาของคนในสังคมว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้บทเรียนอะไร แก้ไขอย่างไร การฝึกและใช้ยุทธวิธีของตำรวจได้ผลจริงหรือ และอุปกรณ์ที่ไม่ทำให้เสียชีวิต อาทิ ปืนไฟฟ้า กระสุนยาง ปืนยิงตาข่าย หรือ ไม้ง่าม ทำไมไม่ใช้เอาไประงับเหตุ !?


          เกี่ยวกับประเด็นนี้ พ.ต.อ.อมรวิทย์ มั่นทอง ผกก.ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง กองบังคับการฝึกอบรมตำรวจกลาง กองบัญชาการศึกษา (บช.ศ.) อธิบายว่า ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีศูนย์ฝึกทบทวนยุทธวิธีตำรวจ อยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อฝึกทบทวนให้ตำรวจที่ประจำโรงพักต่างๆ รวมถึงหลักสูตรใหม่ๆ ฝึกอบรมให้ตำรวจได้กว่า 4,000 คนต่อหนึ่งวงรอบ การเข้าระงับเหตุของตำรวจจะเริ่มตั้งแต่การเข้าเจรจาต่อรอง และกันประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัย หากคนร้ายมีอาวุธ ต้องมีการประเมินสถานการณ์ ส่วนการใช้อาวุธปืนเป็นสิ่งสุดท้าย ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลในการเผชิญเหตุเบื้องต้น ซึ่งมีหลักปฏิบัติอยู่ 5 ขั้นตอน คือ 1.การเข้าเผชิญเหตุ ซึ่งมีตำรวจระดับสายตรวจ ตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เข้าเผชิญเหตุก่อน 2.การเข้าควบคุมเหตุการณ์ไม่ให้ลุกลาม โดยกันพื้นที่ให้อยู่ในระยะการดูแลของตำรวจและกันประชาชนไม่ให้เข้าพื้นที่ 3.การบริหารเหตุการณ์ ซึ่งส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของระดับผู้บังคับบัญชา 4.การแก้ไขปัญหาตามระยะเวลา 5.การสอบสวนดำเนินคดีและการติดตามคดี 

 

 

 

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

 


          พ.ต.อ.อมรวิทย์ บอกอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าในการเข้าระงับเหตุคนคลุ้มคลั่ง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และประสบการณ์ของตำรวจ ว่าผ่านการฝึกอบรมตามยุทธวิธีมากน้อยขนาดไหน มีความเข้าใจและความชำนาญเพียงใด โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินใจ เป็นสิ่งที่สำคัญจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะความเป็นความตาย ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเพียง “เสี้ยววินาที” ดังนั้นการฝึกจะช่วยเพิ่มทักษะในการตัดสินใจ ปลูกฝังในการใช้วิจารณญาณการตัดสินใจ การฝึกน้อยหรือขาดการฝึกก็จะส่งผลเรื่องความชำนาญ ประเมินสถานการณ์ในการตัดสินใจที่เด็ดขาด รวดเร็ว ทั้งนี้การเข้าระงับเหตุก็จะปฏิบัติตามหลักสากล เลี่ยงที่จะใช้ความรุนแรงให้น้อยที่สุด เพื่อลดการบาดเจ็บสูญเสียของทั้งสองฝ่าย ใช้การเจรจาเกลี้ยกล่อมเป็นหลัก เริ่มจากการแสดงตัว เจรจา การออกคำสั่ง การใช้อุปกรณ์ที่ไม่ถึงตาย ซึ่งเป็น “ลำดับการใช้กำลังที่เหมาะสม” โดยจะแบ่งเป็น 6 ระดับ ได้แก่ ระดับที่ 1 การปรากฏตัวของตำรวจ ระดับที่ 2 การสั่งคำสั่งด้วยวาจา ระดับที่ 3 การใช้เทคนิคการควบคุมด้วยกายภาพ ระดับที่ 4 การใช้เทคนิคตอบโต้อย่างรุนแรง ระดับที่ 5 การใช้อาวุธไม่ถึงตาย และ ระดับที่ 6 การใช้กำลังขั้นเด็ดขาดหรือการใช้อาวุธ

 

          “อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ที่ไม่ถึงตายในการยับยั้งอย่างปืนไฟฟ้า หรือปืนยิงตาข่าย ยังมีไม่เพียงพอ เพราะจะมีใช้แค่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตามโรงพักยังไม่มี อีกอันที่ถูกพูดถึงคือไม้ง่าม อันนี้อยู่ระหว่างเร่งดำเนินการจัดหางบประมาณจัดทำไว้ใช้สำหรับทุกโรงพักทั่วประเทศ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องทำความเข้าใจและเห็นใจตำรวจผู้ปฏิบัติ แม้โรงพักจะมีโล่ กระบอง สำหรับเผชิญเหตุ ด้วยหน้าที่ของตำรวจสายตรวจ โดยเฉพาะสายตรวจรถจักรยานยนต์ เมื่อรับแจ้งเหตุก็ต้องเข้าไประงับเหตุให้รวดเร็วทันท่วงที จึงไม่มีเวลาไปเตรียมอุปกรณ์ ส่วนการเรียกกำลังเสริมก็ภายหลังจากประเมินสถานการณ์ในที่เกิดเหตุ ว่าคนร้าย หรือคนที่กำลังคลุ้มคลั่งอาละวาดมีอาวุธแบบไหนอย่างไร วิธีคิด มุมมอง ของคนหน้างานมีโอกาสให้คิดให้ตัดสินใจเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งต่างจากคนที่มาวิเคราะห์จากภาพ หรือจากคลิปหลังจากเกิดเหตุไปแล้ว ดังนั้นการฝึกบ่อยๆ ให้ชำนาญ จะช่วยลดโอกาสในการบาดเจ็บสูญเสียได้” ผกก.ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง ระบุ

 

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

 


          พ.ต.อ.อมรวิทย์ บอกด้วยว่า การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ใช่ว่าเรามีปืนแล้วจะยิงใครก็ได้ เรามีขั้นตอนเงื่อนไขและข้อกฎหมายมากมาย เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหา สำหรับการใช้ดุลพินิจในการใช้อาวุธปืน เพราะจะถูกมองว่าไม่สมควรแก่เหตุ ไม่สมเหตุสมผล เพราะผู้ก่อเหตุเพียงแค่ถือไม้ ถือมีด แต่ถ้าใช้ปืนก็จะเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินไป ผิดหลัก ผิดกฎหมายสิทธิมนุษยชน การใช้อาวุธปืนจึงเป็นทางเลือกท้ายที่สุดในการเข้าระงับเหตุคนคลุ้มคลั่งอาละวาด และการเรียกกำลังเสริม การติดต่อสื่อสารที่ดี กำลังเสริมมาเร็วก็จะช่วยได้เยอะ เพราะจะมีทั้งกำลังและอุปกรณ์มาช่วยยับยั้ง เช่นไม้ง่าม ซึ่งคาดว่าแต่ละโรงพักน่าจะมีกันแล้ว บางทีกำลังสายตรวจรถจักรยานยนต์ที่เข้าไประงับเหตุไม่เพียงพอต่อความปลอดภัย 


          ทั้งนี้ระดับการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแก้ไขสถานการณ์ โดยใช้ในเบื้องต้นทุกสถานการณ์จะเริ่มจาก การแสดงตัวตำรวจในเครื่องแบบ ถ้านอกเครื่องแบบให้แสดงบัตรประจำตัว พร้อมกับกล่าวทักทายแนะนำตัว จากนั้นจะเป็นการควบคุมด้วยวาจาที่โน้มน้าว แนะนำ ตักเตือน และออกคำสั่ง ถ้าเป็นบุคคลที่ให้ความร่วมมือโดยไม่ต้องมีคำสั่ง ให้รักษาระยะห่างที่เหมาะสม หากเป็นบุคคลที่ให้ความร่วมมือเฉพาะการตอบสนองต่อคำสั่งเท่านั้น ควรระวังความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ถ้าเจ้าหน้าที่ใช้อุปกรณ์เข้าควบคุมอาจจะเกินกว่าเหตุ

 

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

 


          สำหรับบุคคลที่ขัดขืน นิ่งเฉยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ให้ระวังพฤติการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าขัดขืน เคลื่อนไหวเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้กำลังควบคุม ให้ระวังพฤติการณ์ที่อาจพลิกผันได้ ส่วนบุคคลที่ตอบโต้ โดยปราศจากอาวุธ แต่มีท่าทางที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่หรือผู้อื่น หรือการกระทำที่น่าเชื่อได้ว่าจะทำให้ได้รับบาดเจ็บ และการกระทำที่เชื่อว่าจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต พฤติการณ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ปลอดภัยต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จึงได้แต่หวังว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีนโยบายจัดสรรงบประมาณ เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ที่จำเป็นอย่าง ปืนไฟฟ้า ให้ทั่วถึงทุกโรงพัก เพื่อลดความสูญเสียของทั้งสองฝ่ายในภายภาคหน้า 


          ทุกย่างก้าวที่ตำรวจปฏิบัติงานคือชีวิต ทุกการตัดสินใจคือครอบครัว การออกไปทำงานแต่ละครั้ง ไม่ได้แปลว่าจะได้กลับมาพร้อมลมหายใจ การฝึกที่เข้มข้นจนชำนาญจะทำให้ลดโอกาสในการสูญเสียลงได้ เพราะความเป็นกับความตาย ตัดสินได้ในเสี้ยววินาที..!!

 

ยุทธวิธีสยบคนคลั่ง 'เป็น'หรือ'ตาย'ตัดสินในเสี้ยววินาที!

 

 


เปิดอ่าน