"บิ๊กตู่" จัดทัพ แดนกลาง รอ "วันเลือกตั้ง" อย่างใจจดใจจ่อ!!!

"บิ๊กตู่" จัดทัพ แดนกลาง รอ "วันเลือกตั้ง" อย่างใจจดใจจ่อ!!! : คอลัมน์... ขยายมร้อน  โดย...  สำนักข่าวเนชั่น 

 

          นับเวลาถอยหลังอีก 7-8 เดือน ปี่กลอง “เลือกตั้ง” จะบรรเลงขึ้นอีกครั้ง ในจังหวะและทำนองที่ “คสช.” ดีไซน์ขึ้นมา

          “กุมภาพันธ์ 2562” คือคำมั่นสัญญา ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ย้ำแล้วย้ำอีกว่า จะมี “การเลือกตั้ง” ล่าสุด ก็ครั้งที่ยกคณะมาเยือน “เมืองปากน้ำโพ” เพื่อ “ประชุมครม.สัญจร” ได้ยืนยันแบบเดิมอีกครั้ง ว่า “การเลือกตั้งเป็นไปตามกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 อย่างแน่นอน”

          โดยเป็นที่น่าสังเกตว่า ในระยะนี้กระแสข่าวเรื่องการดูด “อดีตส.ส.” มาร่วมทัพ เริ่มซาลงไป เป็นไปได้หรือไม่ว่า “ฝ่ายคสช.” ได้เดินทัพกวาดต้อนจนขุนพลแต่ละหัวเมืองมาอยู่ในอ้อมอกได้อย่างน่าพอใจแล้ว เหลือเพียงบางส่วนที่ดีลยังไม่ลงตัว

          หากการลงพื้นที่ “พิจิตร-นครสวรรค์” เที่ยวล่าสุดของ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็ถือว่าหัวบันไดไม่แห้ง การพบผู้นำชุมชนคราวนี้ ไม่มีปิดห้องคุยเหมือนหลายที่ที่ผ่านมา มีการเปิดหอประชุมอาคารอเนกประสงค์องค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)บึงบอระเพ็ด จ.นครสวรรค์ เป็นเรื่องเป็นราว

          บรรดานักการเมืองทั้งสนามเล็กสนามใหญ่ในโซนจังหวัดใกล้เคียงต่างควงแขนมาพบ “พล.อ.ประยุทธ์” ตัวเป็นๆ

          คำพูดไม่กี่ประโยคของ “เสี่ยแฮงค์” อนุชา นาคาศัย อดีตส.ส.ชัยนาท สมัยไทยรักไทย ที่กุมบังเหียนทีมฟุตบอลชัยนาท เอฟซี บอกกับนักข่าวว่า เดือนมิถุนายนนี้จะมีข่าวใหญ่ นักข่าวไม่รอช้าซักต่อทันทีว่าจะไปร่วมงานกับใคร คำตอบของ “เสี่ยแฮงค์” เพียงแค่ 3 พยางค์ ว่า “มีงานทำ” ทำให้ถึงบางอ้อทันทีว่า เป็นไปได้สูงมากที่เจ้าตัวจะมาร่วมงานในรัฐบาลนี้ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง เหมือน “สนธยา คุณปลื้ม” หัวหน้าพรรคพลังชล ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษานายกฯ หรือ “เสี่ยแฮงค์” อาจมาแท็กทีมพรรคของคสช. หรือ “พรรคพลังประชารัฐ” สู้ศึกในภาคกลาง เพื่อดัน “พล.อ.ประยุทธ์” นั่ง “นายกฯ” ต่อเนื่องอีกสมัย


          แม้ก่อนหน้านี้ “อนุสรณ์ นาคาศัย” อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยนาท น้องชาย “เสี่ยแฮงค์” ที่โดน “ม.44” เชือด ถูกสั่งพักการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อช่วงกลางปี 2559 ด้วยสาเหตุว่าใช้งบประมาณ เงินอุดหนุนสมาคมกีฬาจังหวัดชัยนาท ไปจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพของสโมสรชัยนาท ที่เจ้าตัวนั่งเป็นผู้จัดการทีมอยู่ และใช้งบจัดการแข่งขันชกมวยระดับโลก

          เรื่องนี้ “สตง.” ตรวจสอบได้ข้อสรุปว่า เป็นการกระทำที่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่ใช่กีฬาที่อบจ.ต้องส่งเสริม แถมยังถูก “สตง.” เรียกงบประมาณคืนอีกหลายสิบล้านบาท

          ไม่รู้จะเรียกว่าเหมาะเจาะกับจังหวะการทยอยคืนตำแหน่งนายก อบจ. ที่โดน “ม.44” เชือดไปเป็นโขยงหรือไม่ เพราะมีการประเดิมคืนตำแหน่งกันไปแล้ว 4 จังหวัด ได้แก่ นายก อบจ.เชียงใหม่ ยโสธร มุกดาหาร และสกลนคร ซึ่งล้วนถูกมองในการทางเมืองว่า เหตุที่คืนเพราะดีลกันลงตัวว่าพร้อมหนุน “พล.อ.ประยุทธ์”

          คนต่อไปอาจจะมีชื่อ “นายก อบจ.ชัยนาท” ด้วยหรือไม่ คงลุ้นกันไม่ยาก เข้าทฤษฎี “วิน-วิน” เมื่อคุณมาช่วย แผลที่มีผมจะทำเป็นมองไม่เห็น

          อีกรายอย่าง “ชาดา ไทยเศรษฐ์” อดีตส.ส.อุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ที่ถูกฝ่ายความมั่นคงหมายหัวเป็นผู้มีอิทธิพล โดนค้นบ้าน ค้นรถ โดนล็อกตัวกดให้นั่งกลางถนนมาแล้ว เรียกว่าหักเหลี่ยมคนที่ได้ชื่อ “เจ้าพ่อเมืองอุทัยฯ” แบบเต็มๆ

          “ชาดา” ในยุคสิ้น “ป๋าเติ้ง” บรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา คงตัดสินใจเรื่องอนาคตทางการเมืองได้ง่ายกว่าก่อน อาจจะไม่ต้องมีลูกเกรงใจ “ป๋าเติ้ง” มากำกับอีกต่อไปแล้ว

          สะท้อนผ่านคำให้สัมภาษณ์ของ “ชาดา” ที่ว่า “ขณะนี้ยังไม่สังกัดพรรคการเมืองใด แต่จะไม่ไปอยู่กับพรรคที่สนับสนุนทหารอย่างแน่นอน แต่หากพรรคที่สังกัด ไปร่วมรัฐบาลกับทหาร ก็สามารถยอมรับได้”

          ตรงนี้ทำให้เห็นถึงกลไกบางอย่างที่ โดยใช้อำนาจจัดการกับอำนาจตั้งแต่ปฏิบัติการค้น “บ้านใหญ่สะสมทรัพย์” มาจนถึง “บ้านใหญ่ชาดา” ที่อุทัยฯ

          ในช่วงที่ใครต่อใครกำลังปวดหัวกับการจัดทัพ หลาย “พรรคการเมือง” ก็มีอีกหลายเรื่องที่อึดอัดคับข้องใจ ทั้งปัญหาการทำไพรมารีโหวต การประชุมพรรคไม่ได้ หรือการที่ยังหาสมาชิกพรรคไม่ได้ เหล่านี้คงต้องไประบายกันในวงหารือระหว่าง “พรรคการเมือง” กับ “รัฐบาลคสช.” ซึ่งยกแรก “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน ส่วนรอบสองก็มีโอกาสที่ “พล.อ.ประยุทธ์” จะลงมานั่งหัวโต๊ะคุยพรรคการเมืองด้วยตัวเอง

          งานนี้ “พรรคการเมือง” สามารถว่ากันได้เต็มที่ ถึงปัญหาและอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ “คสช.” รับรู้และพิจารณาแก้ปัญหาทีละเปลาะ รวมถึงการเสนอเหตุผลเพื่อให้ “ปลดล็อกการเมือง” ก่อนเดินหน้าเต็มตัวสู่การ “หาเสียงเลือกตั้ง” แต่บรรดา “พรรคการเมือง” ก็อาจต้องจำใจรับเงื่อนไขของ “คสช.” แบบที่จะปฏิเสธไม่ได้

          ถึงวันนี้ ไม่เพียงเฉพาะ “พรรคการเมือง” เท่านั้นที่อยาก “เลือกตั้ง” ถ้าให้เดาใจ “พล.อ.ประยุทธ์” ก็คงอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เช่นเดียวกัน ในเมื่ออำนาจและสรรพกำลังต่างๆ อยู่ในมือเพียบพร้อม อีกทั้ง “พล.อ.ประยุทธ์” อาจจะอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง ที่นอกเหนือไปจากการเป็น “นายกฯ สมัย 2”