ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!! โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ยุทธวิธี "อารยะขัดขืนขั้นสูงสุดที่มนุษย์จะพึงกระทำ" คือการอดอาหารประท้วง! จนเวลานี้มีหลายคนเป็นลมล้มพับไปหลายคนแล้ว ทั้งหมดเพื่อประกาศจุดยืนไม่เอาแล้ว "คำลวง!"

          ใครที่ติดตามการประท้วงคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ เทพา อาจงงๆ ว่า ทำไมในเมื่อตอนนี้รัฐยอมถอยทุกทางแล้ว แต่ชาวบ้านยังคงปักหลักประท้วงและยกระดับหนักขึ้นถึงขั้น “อดอาหาร” อยู่ที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ

          แน่นอนลีลานี้ย่อมมีที่มาที่ไปโดยต้องกลับไปดูถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นช่วง 3 ปีมานี้ แล้วจะพอนึกภาพออก!

 

ย้อนรอยร้าวคราว “บ่อนอก-หินกรูด”

          ถ้าจะย้อนรอยไปไกลอีกสักนิดราว 10 กว่าปีก่อน โครงการนี้ที่จริงแล้ว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. พยายามนำเสนอวิธีการผลิตไฟฟ้าที่ต้องใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหินเป็นหลักอยู่แล้ว โดยส่วนใหญ่มีการกำหนดให้เป็นพื้นที่ภาคใต้ใกล้ชายฝั่งทะเลทั้งอันดามันและอ่าวไทย

          หากจำกันได้ครั้งหนึ่งกับ “โครงการโรงไฟฟ้าบ่อนอก–หินกรูด” พื้นที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่กฟผ.ภาคภูมิใจ เวลานั้นก็เกิดกระแสคัดค้านอย่างหนักจากชาวบ้านในพื้นที่จนต้องพับเก็บไป

          ผ่านมาไม่นานดูเหมือนว่าโครงการนั้นก็กลับมาในชื่อใหม่ พื้นที่ใหม่ จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม แต่ได้ถอยร่นพื้นที่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินลงมาในพื้นที่ภาคใต้

          และแจ็กพอตไปตกที่กระบี่ และสงขลา โดยภาครัฐอ้างว่า เพื่อให้เป็นไปตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ.2558-2579 หรือ “PDP 2015” ที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อ 14 พฤษภาคม 2558 และคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2558

          โดยในส่วนของโรงไฟฟ้ากระบี่ คือสร้างที่บ้านคลองรั้ว ต.ตลิ่งชัน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โดยโครงการนี้เกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่ในส่วนของโรงไฟฟ้าเทพาจะตั้งอยู่ใน ต.ปากบาง อ.เทพา จ.สงขลา โดยมีการผลักดันให้ก่อสร้างตั้งแต่ปลายปี 2558

          สองที่นี้เรียกรวมๆ ว่า โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ที่กลายมาเป็นปมปัญหาแห่งความขัดแย้งระหว่างภาครัฐกับประชาชน ในนาม “เครือข่ายปกป้องอันดามันจากถ่านหิน” และ “เครือข่ายคนสงขลาไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน” ที่ร่วมพลังกันต่อสู้!

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

ความหวังใหม่ที่กระบี่-เทพา

          ที่พื้นที่แห่งนี้อาจเป็นภาพฝันที่รัฐบาลและชาวกฟผ.ตั้งเป้าไว้ แต่ความจริงคือพวกเขากลับมาเจอดราม่าฉากเดิมๆ คือ ยังไงๆ ชาวบ้านในพื้นที่ก็รับไม่ได้!

          แต่สำหรับชาวบ้านมันคือฝันร้ายมากกว่าหลายเท่า เพราะนับแต่ปี 2558 นอกจากจะต้องออกมานั่งอยู่กลางถนน ปักหลักประท้วงหลายต่อหลายครั้งตามกระทรวงพลังงาน กระทรวงการท่องเที่ยวฯ กระทรวงทรัพย์ฯ หรือทำเนียบรัฐบาล แล้ว

          ยังถูกรัฐบาลหยอดคำหวานตกปากรับคำแล้วก็เททิ้งไว้กลางทาง!!ไม่รู้กี่หน!

          โดยข้อเรียกร้องที่ต้องการให้ภาครัฐขานรับมีแค่ 3 ข้อ คือ

          1.ขอให้รัฐยุติการพิจารณาอีไอเอ และอีเอชไอเอ ทั้งสองฉบับ ที่พวกเขาเห็นว่ามีกระบวนการไม่ถูกต้อง 2.ขอให้เลื่อนการประมูลโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและท่าเรือขนส่งถ่านหินออกไปอย่างไม่มีกำหนด

          และ 3.ขอให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อพิจารณาข้อเสนอของทางกลุ่ม โดยขอเวลา “3 ปี” เพื่อทำโครงการพลังงานหมุนเวียน โดยในคณะกรรมการจะมีผู้แทนจากกรมพลังงานทดแทน กระทรวงพลังงาน นักวิชาการ ธุรกิจการท่องเที่ยว นักธุรกิจปาล์มน้ำมัน และตัวแทนภาคประชาชาชน

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

 

          ที่สุดเมื่อรัฐบอกว่าจะกลับไป “ทบทวน” จะด้วยอ่อนล้า หรือเชื่อใจก็ตามที พวกเขาก็กลับบ้านไปตั้งหลักกันใหม่

          แต่ไปๆ มาๆ ผ่านไปไม่กี่วัน กฟผ.กลับยังมีการเปิดซื้อซองประกวดราคาก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินดังกล่าวขึ้น มีตัวเลขแจ้งเสร็จสรรพว่า มูลค่าเริ่มต้น 49,500 ล้านบาท!!

          โดยอ้างว่าประสานกับบริษัทต่างชาติไว้แล้วจึงไม่อยากให้ยกเลิก จนช่วงสิงหาคม ปีเดียวกันก็มี 2 บริษัทที่ซื้อซองประมูล

          เวลาผ่านจนถึงปีถัดมา หรือวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ยังคงประกาศมีมติเดินหน้าโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ ขนาด 800 เมกะวัตต์

          วันนั้นกลุ่มคัดค้านที่มาชุมนุมบริเวณทำเนียบรัฐบาลอยู่แล้ว คงไม่ต้องบอกว่าผิดหวังขนาดไหน แต่พวกเขาก็ประกาศที่จะปักหลักชุมนุมต่อไป

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

 

          กระทั่งช่วงเดือนกรกฎาคม 2559 กฟผ.ก็มีการเปิดซองประกวดราคางานจัดซื้อและจ้างก่อสร้าง โดยกลุ่มกิจการค้าร่วม พาวเวอร์ คอนสตรัคชั่น คอร์เปอเรชั่น ออฟ ไชน่า และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ เสนอราคาต่ำสุดที่ประมาณ 32,000 ล้านบาท!

          โดยกฟผ. ยังคงยืนยันว่าทั้งหมดที่ทำล้วนเป็นไปตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP 2015) ตามที่กำหนดไว้

 

พอกันที “คำลวง”

          ใครเจอบ่อยๆ มันก็ต้องจำ เพราะที่ผ่านมาแม้ว่าภาครัฐจะบอกว่าได้พิจารณาข้อเรียกร้องของประชาชนแล้วแต่เอาเข้าจริงๆ กระบวนการต่างๆ ก็เกิดขึ้นเรื่อยๆ

          ดังนั้นตลอดเวลาในห้วง 2-3 ปีมานี้ ภาคประชาชนจึงหยุดเคลื่อนไหวไม่ได้!

          ยกตัวอย่างอีกครั้ง เช่นช่วงวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะตัดสินใจเข้าประชิดทำเนียบรัฐบาล หลังจากบิ๊กตู่ยังคงเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป

          พวกเขาจึงประกาศยกระดับการชุมนุม ‘ปักหลัก-ยืดเยื้อ’ จนกว่าจะยุติโครงการก่อสร้าง ซึ่งครั้งนั้นยังมีการควบคุมตัวแกนนำผู้ชุมนุมไปยัง มทบ.11 อีกด้วย

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

 

          แต่พอเอาเข้าจริงช่วงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 พอรัฐบาลออกปากว่าจะกลับไปทบทวนอีกครั้ง โดยระบุว่าจะยกเลิกรายงานอีเอชไอเอ ของโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560

          กลุ่มผู้ชุมนุมคัดค้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ก็พากันแยกย้ายเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง!

          แต่แล้วพอถึงวันประชุมครม. พล.อ.ประยุทธ์ กลับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ได้สั่งทบทวนอีไอเอ และอีเอชไอเอ ให้แล้วเสร็จภายในเวลาอย่างน้อย 1 ปี!!

          แปลง่ายๆ ว่ารัฐบาล คสช. ยืนยันที่จะเดินหน้าโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ต่อไป ไม่มีการยกเลิก!!

          ก็ไม่รู้หนนั้นหรือไม่ที่ทำให้ฝ่ายผู้คัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินถึงต้องกลับมาชุมนุมอีกครั้งเวลานี้ แถมยัง “ยกระดับ” ให้อัพเลเวลขึ้นไปมากกว่าเดิม!!

          ถึงแม้ว่า ศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน ออกมาระบุไปแล้วเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ว่า ได้สั่งการให้ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับไปทบทวนการศึกษาพื้นที่ก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา-กระบี่ออกไปเป็นเวลา 3 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2561-ธันวาคม 2563

          แต่หนนี้เครือข่ายไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินราว 150 คน นำโดย ประสิทธิชัย หนูนวล คนเดิม ได้ออกแถลงการณ์ที่หน้าองค์กรสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ช่วงวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

 

          ในท่วงทำนองว่านอกจากจะไม่เชื่อ!! แล้ว ยังจะร่วมกันคัดค้านอย่างถึงที่สุดจนกว่ารัฐบาลจะสั่ง “ยกเลิก" โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่ อย่างเป็นรูปธรรมเท่านั้น ถึงจะยอมเดินทางกลับบ้าน

          จากนั้นก็ใช้วิธีสงบ สันติ และอหิงสา หรือยุทธวิธี “อารยะขัดขืนขั้นสูงสุดที่มนุษย์จะพึงกระทำ” คือการอดอาหารประท้วง! นับจนถึงขณะนี้มีผู้ร่วมอดอาหารหลายสิบคนและผ่านไปจะสองวันเต็มแล้ว! ขณะที่ยังมีหลายคนเริ่มออ่นแรงและเป็นลมหมดสติกันไป

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

 

ไม่เชื่ออีกแล้ว คำลวง!!  โรงไฟฟ่าถ่านหิน ต้องเลิกเท่านั้น!

ภาพจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา

          ถึงตรงนี้ที่หลายคนสงสัยมาแต่ต้นว่าในเมื่อรัฐยอมถอยแล้ว ทำไมพวกเขายังคงเดินหน้าประท้วงไม่หยุด

          คำตอบด้านหนึ่งคือ อาจกลัวว่าจะโดนเทเหมือนครั้งก่อนๆ

          แต่จริงๆ แล้ว วันนี้พวกเขามาถึงจุดที่ต้องการให้รัฐประกาศ “ยุติ” หรือ “ล้มเลิก” โครงการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดให้เร็วที่สุด!

          และพวกเขาจะไม่รอให้ต้องเก้อเหมือนที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้ว!

 

///////////

ขอขอบคุณภาพทั้งหมดจากเฟซบุค หยุดถ่านหินสงขลา และติดตามเรื่องรวาของพวกเขาได้ที่ ลิงค์นี้

 https://www.facebook.com/stopcoalsongkhla/photos/pcb.1579139492200138/1579139245533496/?type=3&theater