อารันดร์ อาชาพิลาส ดาวรุ่งหรือผีพุ่งไต้? ของระเฑียร-วัฒน์ชัย

เชื่อว่าคงเป็นความฝันของนักลงทุนทุกคนที่จะพบกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ทวีค่าอย่างทวีคูณ

มารยาตลาดหุ้น ฉบับ 3438 หน้า 17 ระหว่างวันที่ 24-26 ม.ค.2562 โดย...คุณนายเผือก

 

อารันดร์ อาชาพิลาส ดาวรุ่งหรือผีพุ่งไต้? ของระเฑียร-วัฒน์ชัย

 

'อารันดร์ อาชาพิลาส'

ดาวรุ่ง หรือ ผีพุ่งไต้?

ดวงใหม่ของ 'ระเฑียร ศรีมงคล'

และ 'วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์'

 

          เชื่อว่าคงเป็นความฝันของนักลงทุนทุกคนที่จะพบกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ทวีค่าอย่างทวีคูณ

          หนึ่งในทางเลือกนั้นคงหนีไม่พ้น กับการลงทุนใน “Venture Capital”

          “Venture Capital” คือ ธุรกิจร่วมลงทุนระยะยาว 3-5 ปี ที่ช่วยร่วมลงทุนกับธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง อย่างเช่น SMEs หรือ Start up และยังให้คำปรึกษาและชี้แนวทางต่างๆ ในการทำธุรกิจ รวมถึงการระดมทุน เพื่อพร้อมที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์

          ในทางตรงกันข้ามเช่นกัน นักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงมากมายก็ปรารถนาที่จะมีกลุ่มทุนเข้ามาช่วยสนับสนุนเงินทุนผ่านการร่วมถือหุ้น มิได้ต่างจากวิถีการเริ่มต้นของ “Facebook” หรือ “Apple” ในอดีต...

          แต่เนื่องจากโลกแห่งความเป็นจริง มิใช่คนทุกคนเกิดมาเพื่อจะเป็นดาวฤกษ์ และมิใช่คนทุกคนจะประสบความสำเร็จจากธุรกิจที่ทำ ดังนั้นจึงมีเพียงไม่ถึง 10-20% ของธุรกิจ Start up หรือ SMEs ที่จะเอาตัวรอดได้ในช่วง 3-5 ปีแรก

          ดังนั้นด้วยลักษณะของการลงทุนนี้ แม้ให้ผลตอบแทนที่สูงหลายเท่าตัว แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากแบบอาจเหลือศูนย์ได้เช่นกัน ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องศึกษาข้อมูลของบริษัท ธุรกิจ รวมทั้งนิสัยใจคอของผู้บริหารและหุ้นส่วนอย่างพิถีพิถันก่อนวู่วามตัดสินใจ

          หนึ่งในกรณีศึกษาที่ดิฉันขอหยิบยกขึ้นมาวันนี้คือ “บริษัท แมด เวอชวล เรียลลิตี้ สตูดิโอ” หรือ MAD ของ “ต้น-อารันดร์ อาชาพิลาส”  อดีตผู้ก่อตั้ง “BE Magazine”

          ทำไมต้อง MAD

          “MAD” มีความน่าสนใจเพราะมีโครงสร้างกรรมการและผู้ถือหุ้นชื่อดังในตลาดหุ้นและแวดวงธุรกิจอยู่ 2 ท่าน 1 คือ “คุณหมอระเฑียร ศรีมงคล” ผู้บริหารเบอร์ 1 แห่งค่าย “KTC” ที่มีหุ้นกว่า 5%

          คนดังอีกท่านคือ “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” CEO และผู้ถือหุ้นใหญ่ของกลุ่ม SAMART” ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีและโทรคมนาคม ที่ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการของบริษัทและส่งลูกชาย “น้องโฟน” มาทำงานที่นี่ด้วย

          โดยจากโครงสร้างผู้ถือหุ้นเชื่อได้ว่า “กลุ่มวิไลลักษณ์” น่าจะถือหุ้นราว 24% ผ่าน “บริษัท ว้าว แคปปิตอล”

          การเข้ามาเกี่ยวพันของ 2 เสือเฒ่านี้ เชื่อว่าผู้อ่านท่านคงอยากรู้ข้อมูลเชิงลึกของบริษัท Start up แห่งนี้

          โดยธุรกิจ MAD” คือผู้ผลิตเกมสยองขวัญสไตล์หนังไทยชื่อ The Hospital Haunted Be Lost และ ARAYA

          งบการเงินสิ้นปี 2560... “MAD” มีทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท มีรายได้ก็มีไม่ถึง 10 ล้านบาทต่อปี และแถมยังขาดทุนอีกกว่า 2 ล้านบาท หรือ 33% ของส่วนทุน

          ดูเผินๆ แค่ 2 ปัจจัยแรกก็ไม่น่าลงทุนแล้วนะเจ้าคะ เพราะงบก็ขาดทุน ธุรกิจก็ไม่น่าสนใจ เข้าข่ายมอมเมานักเรียนนักศึกษา ไม่สร้างสรรค์ ไม่มีนวัตกรรมอะไรใหม่ๆ

          อีกทั้งขนาด “บมจ. เอเชีย ซอฟท์” หรือ AS” ยักษ์ใหญ่ด้านเกมแห่งประเทศไทยยังเจ๊งมาแล้วหลายปีติดต่อกัน

          พอลองมาดูอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ชี้ขาดความสำเร็จทางธุรกิจ ซึ่งนั่นคือหัวเรือนำทัพบริษัท ในที่นี้คือ “ต้น-อารันดร์ อาชาพิลาส” ก็ไม่พบอะไรน่าสนใจ “ต้น” เป็นเพียงลูกเจ้าของร้านเพชร ไปเรียนเมืองนอก จบมาก็มาทำธุรกิจนิตยสารสิ่งพิมพ์ ชื่อBE Magazine” และสุดท้ายก็เจ๊งปิดไปในเดือนมีนาคม 2556 ภายหลังจากออกมาได้เพียง 44 ฉบับ

          ระหว่างช่วงทำ Magazine ฉบับนี้ ก็คุยโวให้ฉายาตนเองว่าคือ “ผู้อาสาเปลี่ยนสังคมไทย” ซึ่งถึงปัจจุบันก็ยังเป็นสิ่งที่ไร้รูปธรรม มีแต่ทำเกมผีกึ่งมอมเมาเยาวชน

          ด้านวิสัยทัศน์ อันนี้ดิฉันไม่รู้ชัด แต่ที่แน่ๆ อัจฉริยะ ไม่มาเริ่มต้นกิจการใหม่ ในกลุ่มธุรกิจ Sunset เช่น สิ่งพิมพ์โดยเฉพาะ Magazine หรอกเจ้าค่ะ

          ส่วนด้านจิตสำนึก เท่าที่ได้รับร้องเรียนมา หลายเสียงก็กล่าวถึง “ต้น” ว่า ชอบคุยเบ่งใหญ่โต อ้างผู้หลักผู้ใหญ่เวลาดีลงาน แถมยังมักดูถูกดูแคลนลูกค้า และที่แย่ที่สุดคือมีข้อครหาถึงความพยายามในการขโมยโครงการและบุคลากรหัวกะทิจากบริษัทลูกค้า!!

          ทั้งหมดนี้ก็แค่เพียงเสียงสะท้อนจากสังคมที่รอการพิสูจน์เกี่ยวกับ “ต้น-อารันดร์ อาชาพิลาส” ผู้บริหารเด็กน้อยด้อยประสบการณ์จาก “บริษัท แมด เวอชวล เรียลลิตี้ สตูดิโอ”

          ไม่รู้ “คุณหมอระเฑียร” และ “คุณวัฒน์ชัย” เห็นอะไรในบริษัทนี้นะเจ้าคะ?!? ไม่รู้เพราะเงินมันน้อยจนไม่ต้องแคร์เสมือนซื้อหวยหรือไม่? หรือเพราะชอบธุรกิจเกมผีมอมเมานักศึกษา? หรือเพราะเคลิ้มตามสิ่งที่ “ต้น-อารันดร์” ขายฝันถึง?!?...

          การจะลงทุนกับใครเปรียบเสมือนการแต่งงานนะเจ้าคะ ควรศึกษาให้ละเอียด ดูหัวนอนปลายเท้าและประวัติสักหน่อยคงไม่มีอะไรเสียหาย

          สำหรับ MAD” และ “ต้น-อารันดร์” ผลงานและความประพฤติในอนาคตจะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าจะเป็น “ผีพุ่งไต้” หรือ “ดาวรุ่ง” หรือ “เด็กเมื่อวานซืน” ก็ต้องรอดูกันต่อไป!!