กลับหน้าแรก
พุทธธรรม นำชีวิต 'วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร' พระอารามหลวงประจำรัชกาลที่ 10
กษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเลื่อมใสและทรงทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา แต่ละพระองค์ทรงมีวัดประจำรัชกาล ซึ่งวัดประจำรัชกาลที่ 10 ก็คือ “วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร”

“วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร” หรือ “วัดทุ่งสาธิต” เป็น พระอารามหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งแต่ครั้งทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ

ตามประวัติว่าไว้ วัดแห่งนี้เป็นวัดที่มีความเป็นมายาวนานกว่า ครึ่งศตวรรษแล้ว เดิมชาวบ้านเรียกว่า วัดกลางทุ่ง, วัดทุ่ง หรือ วัดทุ่งสาธิต ตั้งอยู่ย่านพระโขนง กรุงเทพมหานคร สมัยก่อนนั้นเขตนี้ เป็นทุ่งนาส่วนใหญ่ จึงถูกเรียกว่า “วัดทุ่ง” นั่นเอง

คนเก่าคนแก่เล่าต่อกันมาว่า เดิมทีมีคหบดีชาวลาวคนหนึ่งที่อพยพมาครั้งสมัยกรุงเวียงจันทน์แตก ชื่อ ‘นายวันดี’ เป็น ผู้สร้างวัดนี้ขึ้นราวปี พ.ศ.2399 แต่หลังจากที่ คหบดีถึงแก่กรรมวัดจึงถูกทิ้งร้างไป ไร้ผู้อุปถัมภ์ ประกอบกับเจ้าอาวาสรูปสุดท้ายมรณภาพลง เลยไม่มีใครสืบสาน จึงถูกทิ้งร้างมากว่า 50 ปี

ต่อมาปี พ.ศ.2506 พระโสภณวชิรธรรม (สาธิต ฐานวโร) ซึ่งได้รับอาราธนาจากญาติโยมที่อยู่ในบริเวณละแวกวัด ได้มาบูรณะ และสร้างใหม่ จากวัดร้างกลายเป็นวัดที่มีความเจริญรุ่งเรือง และมีพระสงฆ์ในเดือนตุลาคม พ.ศ.2506

จนกระทั่งปี พ.ศ.2508 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ (พระยศในขณะนั้น) รับวัดทุ่งสาธิตไว้ในพระอุปถัมภ์ เป็นอารามหลวง ได้พระราชทานนามว่า “วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร” เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2508 โดยความหมายของชื่อวัดนั้น มีว่าดังนี้

วชิร = วชิราลงกรณ พระนามของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 10

ธรรม = คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า

สาธิต = นามเดิมพระโสภณวชิรธรรม (สาธิต ฐานวโร)

วรวิหาร = พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร

จาก “วัดราษฎร์” มาเป็น “พระอารามหลวง” ที่เป็นวัดพัฒนาตัวอย่างประจำปี พ.ศ.2519 ทั้งยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพระโขนงอีกด้วย จุดเด่นของวัดแห่งนี้คือ พระอุโบสถสวยงามและพระเจดีย์จุฬามณีศรีลานนา ซึ่งจำลองมาจากพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน ภายในเจดีย์บรรจุพระบรมสารี ริกธาตุ 25 องค์ พระอรหันตสาวก ธาตุ 289 องค์ และพุทธรูปทองคำอีก 2 องค์

พระอุโบสถปูด้วยไม้สัก ปาร์เก้ ประตู-หน้าต่างทำด้วยไม้สักซึ่งแกะสลักอย่างวิจิตรพิสดารโดยฝีมือช่างชาวเหนือ ภายในพระอุโบสถ มีพระปรางค์ 3 องค์ องค์กลางบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ องค์ขวาและองค์ซ้าย บรรจุพระธาตุทอง พระอัครสาวกทั้งสอง คือ พระสารีบุตรและพระโมคคัลลานะ

พระวิหาร พุทธมหามุนีศรี หริภุญชัยจำลองมาจากวิหารลายคำ วัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ ปูด้วยไม้สักปาร์เก้ ภายในประดับด้วยลวดลายดอกปูน ศิลปะล้านนา เป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อพระพุทธมหามุนีศรีหริภุญชัย สังเวคเจดีย์ จำลองมาจากพระเจดีย์พุทธคยา ประเทศอินเดีย บรรจุดินสังเวชนียสถาน 4 ตำบล พร้อมด้วยรัตนปราการ และพระบรมสารีริกธาตุ มีพระเจดีย์ 5 องค์ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง

ตลอดมาทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ณ วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร อย่างต่อเนื่อง

วันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2510 เสด็จฯ ไปทรงวางศิลาฤกษ์โรงเรียนพระปริยัติธรรม วัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหาร

วันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2520 เสด็จฯ ไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระเกศเมาฬีของพระพุทธมหามุนีศรีหริภุญชัยในพุทธวิหาร

วันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2522 เสด็จฯ ไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในจตุรงคเจดีย์

วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2543 เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ณ พระอุโบสถ วัดวชิรธรรม สาธิตวรวิหาร

และในช่วงปี 2560 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดกิจกรรม “ไหว้พระ 10 วัด สืบสิริสวัสดิ์ 10 รัชกาล”

ทั้งนี้ เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบูรพมหากษัตริย์ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ ที่ทรงเลื่อมใส และทรงอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา อีกทั้งทรงปกครองปวงชนชาวไทย ให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข
วัดมหาธาตุวชิรมงคล พระมหาธาตุเจดีย์สูง 95 เมตร

อีกหนึ่งวัดที่มีความสำคัญ คือ วัดมหาธาตุวชิรมงคล หรือชื่อเดิมคือ วัดบางโทง หมู่ 3 ต.นาหนือ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ ปัจจุบันพระราชวชิรากร (พิศาล ปุรินฺทโก) เป็นเจ้าอาวาสปกครองวัดตั้งแต่ ปี 2554

สำหรับความสำคัญที่ต้องกล่าวเน้นเป็นพิเศษ คือ วัดมหาธาตุวชิรมงคล มีปูชนียวัตถุที่สำคัญ คือ พระบรมสารีริกธาตุที่ ได้รับพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร, พระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนาขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร และรูปเหมือนหลวงปู่ทวดขนาดหน้าตักกว้าง 9 เมตร 9 นิ้ว

ในปี 2545 ชาวกระบี่ทั้งคณะสงฆ์ ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ พ่อค้า และประชาชน ได้ร่วมกันจัดทำโครงการจัดสร้างพุทธสถานและพระมหาธาตุเจดีย์ เฉลิมพระเกียรติ “50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ” ขึ้น

มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 50 พรรษา ในปี 2549 เพื่อเป็นสถานที่จรรโลงพระพุทธศาสนา โดยเป็นศูนย์รวมสถานที่ศึกษาธรรมของภิกษุสามเณร นักเรียน นักศึกษา และพ่อค้าประชาชน ตลอดจนหน่วยงานข้าราชการต่างๆ ใช้เป็นสถานที่ประกอบกิจการทางศาสนาในด้านต่างๆ

โดยโครงการนี้ได้รับพิจารณาจากคณะกรรมการพิจารณาและประสานงานโครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ของมูลนิธิกาญจนบารมี โดยอยู่ในแผนการดำเนินงานโครงการเฉลิมพระเกียรติ “50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ” ลำดับที่ 13 ใช้งบประมาณในการดำเนินงานประมาณ 500 ล้านบาท

นอกจากนี้แล้ว วัดมหาธาตุวชิรมงคลยังเป็นวัดที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย “ม.ว.ก.” ขึ้นประดิษฐานที่หน้าบันอุโบสถ เมื่อปี 2559 โดยพระพุทธปฏิมาประจำพระชนมวาร ใช้พระนามว่า “พระพุทธทักษิณชัยมงคล”

ต่อมาสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีประกาศเปลี่ยนชื่อใหม่จาก วัดบางโทง เป็น “วัดมหาธาตุวชิรมงคล” ตามที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2549

เป็นวัดศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาและศูนย์กลางในการอบรมคุณธรรม จริยธรรมของ จ.กระบี่ เป็นวัดที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางด้านพุทธธรรมที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง

ข้อมูลจาก : สำนักงานวัดมหาธาตุวชิรมงคล