กลับหน้าแรก
117 แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วไทย ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
“พระราชพิธีบรมราชาภิเษก” เป็นพระราชพิธีสำคัญที่แสดงถึงความเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ โดยแบ่งออกเป็น 2 พระราชพิธีสำคัญคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก และ พระราชพิธี เฉลิมพระราชมณเฑียร ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ประกอบด้วย พระราชพิธีสรงพระมุรธาภิเษก พระราชพิธีถวายน้ำอภิเษก พระราชพิธี ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ และการสถาปนาพระราชินีและพระราชวงศ์ ส่วนพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเป็นพระราชพิธีที่จัดขึ้นโดยเหล่าสมาชิกของราชวงศ์ในพระบรมมหาราชวัง

สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 แบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ พระราชพิธีเบื้องต้น พระราชพิธีเบื้องกลาง และพระราชพิธีเบื้องปลาย

พระราชพิธีเบื้องต้นจะเริ่มขึ้นในเดือนเมษายน ได้แก่ การเตรียม “น้ำศักดิ์สิทธิ์” ที่ใช้ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แบ่งออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ 1.น้ำสรงพระมุรธาภิเษก คือ น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่รดเหนือพระเศียรลงมาทั่วทั้งพระวรกาย เรียกว่า “น้ำมุรธาภิเษก” หมายถึง การยก หรือแต่งตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ ตามคติความเชื่อของพราหมณ์ ถือว่าการยกให้เป็นใหญ่ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สำหรับพิธีดังกล่าวนี้ มีจำนวน 9 แหล่งน้ำ ได้แก่ น้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 4 สระในจังหวัด สุพรรณบุรี ประกอบด้วย 1.สระเกษ 2.สระแก้ว 3.สระคา 4.สระยมนา และ แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ 5 สาย เรียกว่า “เบญจสุทธคงคา” ได้แก่ 1.แม่น้ำบางปะกง ตักที่บึงพระอาจารย์ อ.องครักษ์ จ.นครนายก 2.แม่น้ำป่าสัก ตักที่ ต.ท่าราบ อ.เสาไห้ จ.สระบุรี 3.แม่น้ำเจ้าพระยา ตักที่ ต.บางแก้ว อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง 4.แม่น้ำราชบุรี ตักที่บริเวณ สามแยกคลองหน้าวัดดาวดึงส์ ต.บางช้าง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม 5.แม่น้ำเพชรบุรี ตักที่บริเวณท่าน้ำวัดไชยศิริ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงรับน้ำสรงพระมุรธาภิเษกแล้ว จะเสด็จฯ ไปประทับที่พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เพื่อทรงรับ “น้ำอภิเษก” ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ใช้แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 108 แหล่ง จาก 76 จังหวัด และน้ำศักดิ์สิทธิ์จากหอศาสตราคม ใน พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร เพื่อนำมาตั้งพิธีทำ “น้ำอภิเษก” โดย...
แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์จังหวัดละ 1 แหล่ง ได้แก่
1.กระบี่ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “วังเทวดา” อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อ.เมือง จ.กระบี่ เมื่อปี 2530 ก็ได้นำ น้ำจากสถานที่แห่งนี้ไปประกอบพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนม พรรษา 5 รอบ และในปี 2542 พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ...ทั้งนี้การประกอบพิธีเสกน้ำ จัดขึ้น ณ พระอุโบสถ วัดแก้วโกรวาราม

2.กาญจนบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำสามประสบ” อ.สังขละบุรี อยู่ภายในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ เป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม หรือวัดหลวงพ่ออุตตมะ (หลังเก่า) เมื่อครั้งอดีตตั้งอยู่ บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สายไหล มาบรรจบกัน ได้แก่ แม่น้ำซองกาเรีย มีต้นกำเนิดในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร, แม่น้ำบีคลี่ มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาตะนาวศรี และแม่น้ำรันตี มีต้นกำเนิดจากยอดเขาไถ่ผะ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดใน จ.กาญจนบุรี ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระอุโบสถวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (วัดใต้) พระอารามหลวง

3.กาฬสินธุ์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “กุดน้ำกิน” อยู่ในเขต อ.เมือง เป็นแหล่งน้ำโบราณ ทั้งยังเป็นจุดน้ำขังที่แตกแขนงออกมาจากลำน้ำปาว ที่มีต้นน้ำจาก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี กุดน้ำกินมีน้ำขังอยู่นาน น้ำใส มีแสงแดดส่องลงไปได้ลึก เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค มายาวนานเกือบ 200 ปี ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดกลาง พระอารามหลวง

4.กำแพงเพชร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อสามแสน” อ.เมือง เป็นบ่อน้ำโบราณ ลักษณะเป็นบ่อศิลาแลงขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่บริเวณ ด้านหน้าของอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ชาวกำแพงเพชรเรียกขานกันว่า บ่อสามแสน โดยมีตำนานว่าน้ำในบ่อนั้น มีจำนวนมาก แม้คนสามแสนคนใช้ดื่มกินก็ไม่มีวันหมด...สถานที่ ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดคูยาง พระอารามหลวง

5.ขอนแก่น แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์ (บาราย)” วัด กู่ประภาชัย อ.น้ำพอง เป็นโบราณสถานอโรคยาศาลอันสมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งในประเทศไทย มากด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ศิลปะและ วัฒนธรรม ผ่านกาลเวลามายาวนานกว่า 700 ปี ถือเป็นศูนย์รวมจิตใจ และความเชื่อทางจิตวิญญาณของชุมชนในหลายๆ ด้าน...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดหนองแวง พระอารามหลวง

6.ฉะเชิงเทรา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ปากน้ำโจ้โล้” หรือ “คลอง ท่าลาด” อ.บางคล้า ตามพระราชพงศาวดารฉบับราชหัตถเลขา กล่าวโดย สรุปว่า หลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงตีฝ่าวงล้อมกองทัพ พม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาและหยุดประทับที่หนองน้ำได้ทรงรบกับทัพพม่าที่ติดตามมาจนทัพพม่าแตกพ่าย ต่อมาจึงทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระสถูปเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดโสธรวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง

7.ชลบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระเจ้าคุณเฒ่า” วัดเขาบางทราย เมื่อปี 2419 เมื่อเจ้าอธิการพุฒ เจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย ได้ร่วมกับ พระยาวิชิตชลเขตร จางวางกำกับเมืองชลบุรี และชาวบ้านย่านวัดเขาบางทราย ร่วมกันขุดสระกักเก็บน้ำขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค เก็บน้ำฝนที่ไหลผ่านจากเขาพระพุทธบาททั้ง 3 ยอด ไหลผ่านปูชนียสถานต่างๆ ให้มารวมกันที่สระแห่งนี้ และ “ท่านเจ้าคุณเฒ่า” ได้ลงอักขระที่ก้อนหินใหญ่กลางสระน้ำ เพื่อความเป็น สิริมงคล ชาวบ้านจึงเรียกสระน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ว่า “สระเจ้าคุณเฒ่า” นับแต่นั้นเป็นต้นมา....สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดเขาบางทราย

8.ชัยนาท แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณหน้าวัดธรรมามูลวรวิหาร” เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา ตามตำนานกล่าวว่า “หลวงพ่อธรรมจักร” ลอยน้ำมา เมื่อมาถึงหน้าวัด พระภิกษุ และชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นไปประดิษฐานในพระวิหาร จึงถือเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชัยนาท ส่วนน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดธรรมามูลถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ นำไปใช้ในพระราชพิธีถือน้ำ พระพิพัฒน์สัตยา และใช้เป็นน้ำอภิเษก...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดพระบรมธาตุวรวิหาร

9.ชุมพร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำทิพย์ถ้ำเขาพลู” หรือ “บ่อน้ำ ศักดิ์สิทธิ์ถ้ำเขาพลู” อ.ปะทิว น้ำในบ่อศักดิ์สิทธิ์มาจากหินงอกหินย้อยในถ้ำ ในสมัยก่อนเป็นแอ่งน้ำเล็กๆ ตามธรรมชาติ ชาวบ้าน รวมถึงผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงพ่อจีต ปุยญสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดถ้ำเขาพลู เชื่อกันว่าแหล่งน้ำนี้เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จึงนำน้ำไปใช้เป็นมวลสารในพิธีปลุกเสกวัตถุมงคล และงานพิธีมงคลสำคัญต่างๆ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดชุมพรรังสรรค์ พระอารามหลวง

10.เชียงราย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำทิพย์” อ.แม่สาย การอุบัติขึ้นของบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ไม่ปรากฏว่ามีบุคคลใดไปขุดไว้ ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ น้ำในบ่อเป็นน้ำที่ใสสะอาด และบริสุทธิ์ ผู้มาพบเห็นต่างสรุปกันว่า คงจะเป็นเทพารักษ์รักษาสถานที่แห่งนี้ได้เนรมิตบ่อน้ำขึ้นมา เพื่อที่จะนำน้ำที่บ่อนี้ไปสรงแด่องค์พระบรมธาตุดอยตุง ซึ่งในปัจจุบันน้ำในบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ได้ถูกนำไปใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ที่สำคัญ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดพระแก้ว พระอารามหลวง
11. ตรัง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ แม่น้ำตรัง บริเวณหน้าท่าน้ำวัดประสิทธิชัย หรือ “วัดท่าจีน” แหล่งน้ำแห่งนี้เคยใช้ทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาแล้ว...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดกะพังสุรินทร์ พระอารามหลวง

12. ตราด แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “น้ำตกธารมะยม” กิ่งอำเภอเกาะช้าง นับเป็นน้ำตกที่มีความสำคัญของจังหวัดตราด พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศ์ชั้นผู้ใหญ่หลายพระองค์เคยเสด็จประพาส ปรากฏพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยอยู่ที่แผ่นผาหินของน้ำตกนี้ อาทิ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2456) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2465) พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ.2470) และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในรัชกาลที่ 7 (พ.ศ.2516)...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดโยธานิมิต

13. ตาก แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล” บริเวณวัดพระพุทธบาทเขาหนาม อ.สามเงา ซึ่งเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระนางเจ้าจามเทวี ทุกปีจะมีประชาชนจำนวนมากล่องเรือไปนมัสการพระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคล...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดมณีบรรพตวรวิหาร พระอารามหลวง

14. นครปฐม แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระน้ำจันทร์” หรือ “สระบัว” ในอดีตเคยมีซากโบราณสถาน สันนิษฐานว่าเคยเป็นที่ตั้งของพระราชวังเก่าของกษัตริย์ผู้ปกครองดินแดนบริเวณเมืองนครปฐมโบราณ คาดว่าสระน้ำจันทร์เป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีทางศาสนาพราหมณ์...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระวิหารหลวงวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

15. นครพนม แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระน้ำมุรธาภิเษก” หรือ “บ่อน้ำพระอินทร์” อ.ธาตุพนม ถือเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณที่ 5 พญา เจ้าเมืองต่างๆ ร่วมกันสร้างขึ้นในยุคที่มีการก่อสร้างองค์พระธาตุพนม เดิมเป็นบ่อหินศิลาแลงและมีการพัฒนามาเป็นท่อคอนกรีต สร้างขึ้นเพื่อใช้ถวายพระอรหันต์ รวมถึงอุปโภคบริโภคในวัด และก่อสร้างขึ้นทั้ง 4 ทิศ จุดนี้เชื่อว่าเป็นจุดที่พระอินทร์เนรมิตขึ้นเพื่อถวายพระพุทธเจ้าตามความเชื่อ จึงให้ชื่อว่าบ่อน้ำพระอินทร์ ปัจจุบันเหลือจุดเดียวเป็นที่เคารพสักการะมาถึงปัจจุบัน...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร

16. นครราชสีมา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ต้นน้ำลำตะคอง” อุทยาน แห่งชาติเขาใหญ่ อ.ปากช่อง ซึ่งเป็นจุดกำเนิดสาขาลุ่มน้ำมูล แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคของชาวโคราช โดยเป็นน้ำผุดกลางผืนป่ามรดกโลกแห่งที่ 5 ดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ที่มีตำนานเล่าขานมากมาย ทั้งยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย จึงเชื่อว่าเป็นแหล่งน้ำที่สมบูรณ์ สะอาด และศักดิ์สิทธิ์...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระวิหารหลวงวัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร

17. นครสวรรค์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สะดือบึงบอระเพ็ด” อ.เมือง เป็นจุดน้ำลึกที่สุดประมาณ 5 เมตร และบริเวณดังกล่าวคุณภาพน้ำสะอาด ดีที่สุด ตั้งระหว่างเกาะวัดและเกาะสมิธ เดิมเคยเป็น สถานที่ตั้งของวัดเก่าแก่ เห็นได้จากหลังคาอุโบสถอายุหลายร้อยปีจมอยู่ใต้น้ำ และส่วนหนึ่งก็ย้ายวัดไปตั้งบนฝั่ง ปัจจุบันคือวัดท่าดินแดง... สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดนครสวรรค์ พระอารามหลวง

18. นนทบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ กลางแม่น้ำเจ้าพระยา เบื้องหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว วัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร อ.เมือง เป็นที่อัศจรรย์ใจอย่างยิ่ง หลังจากนายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ทำพิธีตักน้ำใส่คนโทเสร็จสิ้น ก็ได้เกิดฝนตกโปรยชั่วขณะและหยุดหายไปที่รอบบริเวณดังกล่าว...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดเฉลิมพระเกียรติวรวิหาร

19. น่าน แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำทิพย์วัดสวนตาล” อ.เมือง เดิมเป็นตาน้ำผุดมาจากใต้ดิน สมัยพระเจ้าติโลกราช เจ้านครเชียงใหม่ เมื่อครั้งยกทัพมาตีข้าศึกที่เมืองน่าน มีพระอาการประชวร จึงนำน้ำมาดื่มและอาบ ทำให้ทรงหายประชวร และโปรดให้ข้าราชบริพารนำก้อนอิฐมาล้อมรอบตาน้ำ พร้อมนำน้ำในบ่อมาประกอบพิธีสร้างพระเจ้าทองทิพย์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ โดยพระเนตรของพระเจ้าทองทิพย์ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวิหาร เล็งไปยังบ่อน้ำทิพย์พอดี...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระวิหารวัดพระธาตุแช่แห้ง พระอารามหลวง

20. บุรีรัมย์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “วัดกลาง” อ.เมือง เดิมชาวบ้าน เรียกว่า “สระสิงโต” ในสมัยกรุงธนบุรี เมื่อเจ้าพระยาจักรี ซึ่งต่อมา คือ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ยกทัพมาตีเมืองจำปาศักดิ์ ทรงได้พักทัพที่บริเวณสระน้ำแห่งนี้ ในอดีตชาวเมืองอาศัยน้ำจากสระดังกล่าวสำหรับดื่มกิน และใช้ในพระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา และใช้ในพระราชพิธีมหามงคลต่างๆ ...สถานที่ ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดกลาง พระอารามหลวง

21. ปทุมธานี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำเจ้าพระยา” บริเวณหน้าวัดศาลเจ้า อ.เมือง เชื่อว่าเป็นเพราะความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าที่มีเจ้าพ่อนักรบถือทวนประดิษฐานอยู่ จึงถือว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้ศักดิ์สิทธิ์ เรือแพผู้คนผ่านหน้าวัดจะวักน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงนี้ลูบหัวเรือ ลูบหน้ารดหัวของตัวเอง เพราะถือว่าน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตรงหน้าวัดศาลเจ้านี้เปรียบประดุจน้ำมนต์...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดชินวรารามวรวิหาร พระอารามหลวง

22. ประจวบคีรีขันธ์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” หรือ “บ่อน้ำทิพย์” วัดเขาถ้ำม้าร้อง อ.บางสะพาน ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ออกปราบโจรตามหัวเมืองต่างๆ เจ้าพระยาบดินทรเดชาได้นำทัพมาพักที่บ้านหนองหัดไทย ปรากฏว่าม้าของท่านหายไป จึงได้สั่งให้ทหารออกตามหาแต่ก็ไม่พบ ได้ยินแต่เสียงม้าร้องภายในภูเขาลูกนี้ แม้จะส่งทหารเข้าไปค้นหาอย่างไรก็ไม่พบ ภูเขาลูกนี้จึงได้ถูกขนานนามว่า เขาถ้ำม้าร้อง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ อุโบสถวัดคลองวาฬ

23. พระนครศรีอยุธยา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ น้ำภายใน พระเศียรหลวงพ่อทองสุขสัมฤทธิ์ และ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดตูม เป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยใช้เป็นที่สำหรับลงเครื่องพิชัยสงคราม วัดตูมได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์เรื่อยมาและได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่ 4...สถานที่ ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระวิหารวัดมงคลบพิตร

24. พังงา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ถ้ำน้ำผุด” อ.เมือง อยู่ในถ้ำเล็กๆ ด้านหลังศาลเจ้าบุนเท่าก๋ง น้ำในบ่อจะผุดออกมาไม่เป็นเวลา บางวันผุด 1-3 ครั้ง บางครั้งเป็นอาทิตย์ก็ไม่ผุดขึ้นมา มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า ในอดีตนั้นก่อนที่น้ำจะผุดจะมีเสียงดังจนดินสะเทือนแล้วมีน้ำไหลเอ่อล้นออกมา ปัจจุบันน้ำยังคงผุดอยู่ แต่มีปริมาณน้อยลงและไม่มีเสียงดัง ชาวบ้านเชื่อกันว่าคนที่มีบุญเท่านั้นจะได้มาเห็นขณะที่น้ำกำลังผุด...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดประชุมโยธี พระอารามหลวง

25. พิจิตร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำน่าน” บริเวณหน้าพระอุโบสถ วัดท่าหลวง อ.เมือง ซึ่งมีหลวงพ่อเพชรประดิษฐานภายในพระอุโบสถ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิจิตร อีกทั้งเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตชาวพิจิตรมาช้านาน โดยไหลผ่าน 3 อำเภอของ จ.พิจิตร คือ อ.เมืองพิจิตร อ.ตะพานหิน และ อ.บางมูลนาก มีความยาวทั้งสิ้น 97 กิโลเมตร ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดท่าหลวง

26. พิษณุโลก แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระสองห้อง” อ.เมือง สันนิษฐานว่าเป็นสระที่อยู่ในบริเวณพระราชวังจันทน์ ซึ่งเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และเป็นสระน้ำที่มีประวัติศาสตร์สำคัญสำหรับองค์พระมหากษัตริย์หลายพระองค์มาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งปรากฏหลักฐานในจารึกและเอกสารที่กล่าวถึงบรรพกษัตริย์ที่ประทับมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระวิหารพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

27. เพชรบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ท่าน้ำวัดท่าไชยศิริ” เนื่องจากพระมหากษัตริย์ใช้เป็นน้ำเสวยและน้ำสรง ถึง 3 รัชกาล คือ ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4, พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 และพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 รวมทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารวัดมหาธาตุวรวิหาร
28. ภูเก็ต แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดไชยธาราราม” หรือ วัดฉลอง สร้างขึ้นโดยพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี หรือ หลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาส มีลักษณะเป็นบ่อหิน มีน้ำผุดขึ้นเองตามธรรมชาติและน้ำใสสะอาด ประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงเลื่อมใส ศรัทธา เชื่อว่าน้ำในบ่อนั้นสามารถป้องกันโรคภัยไข้เจ็บแก่ผู้ที่ได้ดื่มกินและสร้างความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่นำไปประพรมร่างกาย...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ วิหารวัดพระทอง

29. มหาสารคาม แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” หรือ “หนองดูน” อ.นาดูน เป็นบ่อน้ำที่ผุดดันขึ้นจากใต้พื้นดินอยู่ตลอดเวลา และเห็นการไหลซึมของน้ำมากกว่าปกติในช่วงวันพระ ชาวบ้านจึงเรียกกันทั่วไปว่า บ่อน้ำดูน หรือหนองน้ำดูน...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดมหาชัย พระอารามหลวง

30. มุกดาหาร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “น้ำตกศักดิ์สิทธิ์” อ.คำชะอี เป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำสาขามากมายที่ไหลไปหล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนในจังหวัดมุกดาหาร จึงถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญและยังคงความอุดมสมบูรณ์ให้ชาวมุกดาหารมาจนทุกวันนี้ จึงเชื่อได้ว่าแหล่งน้ำแห่งนี้สมบูรณ์ สะอาด และศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ยังเคยใช้ในการประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 ครั้งแล้ว...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดศรีมงคลใต้ พระอารามหลวง 31. แม่ฮ่องสอน แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ถ้ำปลา” อ.เมือง แหล่งน้ำ

ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ได้ใช้ประกอบพิธีเสกน้ำพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โดยถ้ำปลาแห่งนี้ มีศาลและรูปปั้นพระฤษีนารายณ์ประดิษฐานคอยปกปักรักษาคุ้มครอง ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านและนักท่องเที่ยว...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ อุโบสถวัดพระธาตุดอยกองมู

32. ยโสธร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “ท่าคำทอง” ในแม่น้ำชี หลังวัดศรีธรรมาราม ท่าน้ำแห่งนี้สำคัญเพราะเป็นสถานที่สำหรับตั้งกองสักเลข (เกณฑ์ทหาร) โดยมีเมืองคำทองมาตั้งกองสักเลข ท่าน้ำแห่งนี้ถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพเลื่อมใส มีเทพยดาพิทักษ์รักษาและเป็นแหล่งน้ำสำคัญของจังหวัดยโสธร...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดศรีธรรมาราม พระอารามหลวง

33. ยะลา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระแก้ว” แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์โบราณอยู่ภายในถ้ำวัดคูหาภิมุข หรือวัดหน้าถ้ำ เป็นโบราณสถานที่สำคัญสมัยอาณาจักรศรีวิชัย ในอดีตคณะสำรวจที่ไปพบสระดังกล่าวเกิดความอัศจรรย์กันถ้วนหน้า เมื่อแสงเทียนไปกระทบกับน้ำในแอ่ง เกิดประกายแสงแวววาวระยิบระยับ จึงเรียกว่า “สระแก้ว” ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ มักจะไปขออนุญาตเทพารักษ์นำน้ำกลับไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดพุทธภูมิ พระอารามหลวง

34. ร้อยเอ็ด แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระชัยมงคล” วัดบึงพลาญชัย พระอารามหลวง ตั้งอยู่ชั้นใต้ดินของหอไตรมิ่งเมือง และภายในสระชัยมงคล ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมเพื่อเป็นสิริมงคล ได้แก่ พระราชพิธีถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ถือน้ำสาบานตน เป็นบ่อน้ำโบราณ น้ำใสสะอาด น้ำผุดธรรมชาติ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวง

35. ระนอง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำพุร้อนรักษะวาริน” อ.เมือง เป็นบ่อน้ำร้อนซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นแหล่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีสารกำมะถันเจือปนอยู่เลย ใช้ทำเป็นน้ำพระพุทธมนต์ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดสุวรรณคีรีวิหาร พระอารามหลวง

36. ระยอง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “วังสามพญา” อ.บ้านค่าย จากการบอกเล่าในปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้เดินทัพผ่านมาทางทุ่งละหารใหญ่ และแวะพักไพร่พลช้างม้า ณ บริเวณนี้ ก่อนเข้าตีเมืองระยอง ในระหว่างที่ไพร่พลพัก พลช้างได้นำช้างศึกลงอาบน้ำบริเวณบึงใหญ่ที่มีน้ำใต้ดินไหลซึมอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้บริเวณบึงเดิมนั้นกว้างใหญ่ขึ้น ภายหลังชาวบ้านจึงเรียกบึงนี้ว่า “วังสามพญา” ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดป่าประดู่ พระอารามหลวง

37. ราชบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระโกสินารายณ์” อ.บ้านโป่ง ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า “สระน้ำทิพย์” มีความเก่าแก่ย้อนไปถึงสมัยลพบุรี หรือราวพุทธศตวรรษที่ 18 ในยุคของพระเจ้า ชัยวรมันที่ 7 ซึ่งสระโกสินารายณ์ มีลักษณะเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีระบบชลประทานแบบบารายขนาดใหญ่ เฉกเช่นแบบเขมรโบราณ แล้วขุดคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำแม่กลอง สำหรับเก็บกักน้ำไว้ใช้อุปโภคในยุคสมัยนั้น...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารหลวงวัดมหาธาตุวรวิหาร

38. ลพบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” ในวัด กวิศรารามราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดราชวรวิหาร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สำหรับพระสงฆ์รามัญไว้สวดพระปริตร ทำน้ำพระพุทธมนต์ถวายพระเจ้าอยู่หัว เป็นน้ำที่มาจากบ่อน้ำโบราณ ไม่เคยเหือดแห้ง มีการนำ น้ำในบ่อน้ำแห่งนี้ไปใช้ประกอบพิธีสำคัญๆ ของจังหวัดอยู่เนืองๆ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดกวิศรารามราชวรวิหาร พระอารามหลวง

39. ลำปาง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์” หรือ “บ่อน้ำเลี้ยงพระนางจามเทวี” อ.เกาะคา เป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ตำนานเล่าว่าเมื่อ 1,300 กว่าปีก่อน พระนางจามเทวีได้เสด็จผ่านที่วัดพระธาตุลำปางหลวง ชาวบ้านรวมตัวกันร้องขอพระนางช่วย ขุดบ่อน้ำเพื่อไว้ใช้สอยในหมู่บ้านสืบต่อมา...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม พระอารามหลวง

40. ลำพูน แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ” เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าถึงยากที่สุด โดยบ่อน้ำทิพย์เป็นลักษณะบ่อที่เกิดขึ้นกลางแผ่นดินยอดภูเขาสูงชัน เกิดจากธรรมชาติ บริเวณปากบ่อมีป้ายปักไว้ว่า “บริเวณบ่อน้ำทิพย์ห้ามผู้หญิงเข้า” เพราะเมื่อผู้หญิงเข้าไปแล้วน้ำในบ่อจะแห้งทันที ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารวัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร

41. เลย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “น้ำจากถ้ำเพียงดิน” หรือ “วัดถ้ำผาปู่” เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เคยมีพระเกจิอาจารย์มาปฏิบัติธรรมมิได้ขาด ภายในถ้ำมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่มีลักษณะเป็นหินงอกสูงขึ้นจากพื้น รูปทรงคล้ายโอ่งน้ำ โดยจะมีน้ำหยดเล็กๆ หยดจากหินย้อยด้านบน หยดลงบนบ่อตลอดปี ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง

42. ศรีสะเกษ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ปราสาทสระกำแพงน้อย” อ.อุทุมพรพิสัย สันนิษฐานว่าเป็นศาสนสถานที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 โปรดให้สร้างขึ้นในจำนวนทั้งสิ้น 102 แห่ง ซึ่งปัจจุบันค้นพบอโรคยาศาลในดินแดนไทยจำนวน 30 หลัง อโรคยาศาล บางหลังได้พบจารึกด้วย...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารวัดมหาพุทธาราม

43. สกลนคร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภูน้ำลอด” ตั้งอยู่ในภายในวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร อ.เมือง ตามตำนานอุรังคนิทาน และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ภูน้ำลอด “ภู” คือลักษณะของคันที่สูงขึ้นเป็นจอม “น้ำลอด” คือ ตาน้ำอันเกิดจากธารน้ำใต้ดิน เชื่อว่ามีอยู่ใต้ตัวเมืองสกลนคร ไหลลงมาจากเทือกเขาภูพานผ่านเมืองสกลนคร ภูน้ำลอด เป็นแหล่งน้ำสำหรับประกอบพิธีกรรมต่างๆ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร

44. สงขลา แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดแหลมบ่อท่อ” อ.กระแสสินธุ์ ตามประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จฯ ไปยังเกาะสี่ เกาะห้า ในทะเลสาบสงขลา และทรงใช้น้ำจากบ่อน้ำแห่งนี้ จึงทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีความเป็นสิริมงคล จึงใช้น้ำในบ่อนี้ในการประกอบพิธีมงคลต่างๆ บางคนนำไปใช้ในการรักษาอาการเจ็บป่วยจนถึงปัจจุบัน...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดชัยมงคล พระอารามหลวง

45. สตูล แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำพุร้อนทุ่งนุ้ย” อ.ควนกาหลง เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่โบราณ ประกอบกับคุณสมบัติพิเศษของน้ำที่ใสสะอาด มีคุณสมบัติเทียบเท่าน้ำประปาดื่มได้ ตามประกาศของกรมอนามัย เมื่อปี พ.ศ.2553 เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปทำน้ำอภิเษกแล้ว 2 ครั้ง...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระอุโบสถวัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง

46. สมุทรปราการ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำเจ้าพระยา” บริเวณหน้าองค์พระสมุทรเจดีย์ อ.พระสมุทรเจดีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นและพระราชทานนามเพื่อเป็นศาสนสถานอันเป็นพระมหาเจดีย์คู่เมืองสมุทรปราการ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านหน้าพระสมุทรเจดีย์ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดที่ใช้ทำน้ำพระพุทธมนต์เนื่องในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ...สถานที่ ประกอบพิธีเสกน้ำคือ อุโบสถ(หลังเก่า)วัดพิชัยสงคราม

47. สมุทรสงคราม แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สามแยกคลองหน้าวัดดาวดึงส์” อ.อัมพวา เป็น 1 ในแม่น้ำ 5 สาย หรือเบญจสุทธคงคา เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ตามโบราณราชประเพณี ใช้ประกอบพิธีมงคลต่างๆ โดยเฉพาะในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดเพชรสมุทร วรวิหาร พระอารามหลวง

48. สมุทรสาคร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “คลองดำเนินสะดวก หน้าวิหารหลวงพ่อโต” วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ถือเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพราะเคยใช้ทำน้ำพระพุทธมนต์ในพิธีต่างๆ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดเจษฎาราม พระอารามหลวง
49. สระแก้ว แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระแก้ว-สระขวัญ” อ.เมือง เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เชื่อกันว่าก่อนที่จะยกทัพไปปราบปรามความไม่สงบจนสำเร็จนั้นได้ จะแวะบริเวณสระทั้ง 2 แห่งนี้ เพื่ออาศัยน้ำดื่มและใช้สอย เป็นการเติมพลังขจัดโรคภัยไข้เจ็บ สระแก้ว-สระขวัญ จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีสำคัญอย่างต่อเนื่อง...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดสระแก้ว พระอารามหลวง

50. สระบุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำป่าสัก” โยนกอุทยานท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์ เรื่องราวของท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์นั้นมีมาแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ หัวเมืองปริมณฑลจังหวัดสระบุรี เรือพระที่นั่งมาติดสันดอนกลางหาดแม่น้ำป่าสัก ณ บ้าน ท่าหินลาด ตำบลท่าราบ กรมวังเกณฑ์หญิงสาวชาวพายัพ หรือกลุ่มชาวไทยวน ให้ชักลากเรือจำนวน 217 นาง จึงได้พระราชทานเงินรางวัลแก่ผู้ที่ชักลากเรือในคราวนั้น เป็นเหตุให้ท่าน้ำแห่งนี้ได้เป็นท่าน้ำศักดิ์สิทธิ์เบญจสุทธคงคา ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระมณฑปรอยพระพุทธบาท วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร

51. สิงห์บุรี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดโพธิ์เก้าต้น” อ.ค่ายบางระจัน ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสระน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดโพธิ์เก้าต้น เกิดขึ้นเมื่อสมัยอยุธยา ปี 2308 ไทยสู้รบกับพม่า ถือเป็นเครื่องรางของขลังของชาวบ้านบางระจันในการออกรบกับพม่าถึง 8 ครั้ง ชนะพม่า 7 ครั้ง

สิ่งสำคัญภายในวัดยังมีวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ ซึ่งตั้งอยู่คู่กับสระน้ำศักดิ์สิทธิ์...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร พระอารามหลวง 52. สุราษฎร์ธานี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร” อ.ไชยา ตั้งอยู่บริเวณลานพุทธาวาสข้างพระวิหารเก่าที่สร้างคู่มากับองค์พระบรมธาตุไชยา สันนิษฐานว่า เป็นบ่อน้ำสำหรับพิธีกรรมทางศาสนามาแต่เดิม เคยนำน้ำจากแห่งบ่อนี้ไปใช้ในพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อปี 2493 และอีกหลายพระราชพิธี...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารหลวงวัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

53. สุรินทร์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระโบราณ” อ.เมือง เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์มาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยชาวสุรินทร์เรียกสระน้ำศักดิ์สิทธิ์นี้ว่า “อ็อนโนง เพรง” ตามภาษาพื้นบ้านสุรินทร์ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดบูรพาราม พระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ

54. หนองคาย แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “สระมุจลินท์” หรือ “สระพญานาค” มีตำนานอันเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอาณาจักรล้านช้าง ตั้งอยู่ ที่วัดพระธาตุบังพวน สถานที่เพียงแห่งเดียวในโลกที่มีสัตตมหาสถาน การจำลองสถานที่สำคัญเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า 7 แห่งที่ยังเหลือครบมาแต่โบราณ เป็นโบราณสถานที่มีพระธาตุเจดีย์ที่สำคัญองค์หนึ่งในภาคอีสาน...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง

55. หนองบัวลำภู แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดศรีคูณเมือง” เป็นบ่อน้ำก่อด้วยอิฐขนาดเดียวกับกำแพงเมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน มีน้ำใสสะอาดตลอดปี สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช พ.ศ.2106 ถือว่าเป็นบ่อน้ำคู่บ้านคู่เมือง เวลามีพระราชพิธีและพิธีสำคัญจะนำน้ำจากบ่อแห่งนี้ไปใช้ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดศรีคูณเมือง

56. อ่างทอง แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “แม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณพระอุโบสถวัดไชโยวรวิหาร” อ.ไชโย ตั้งอยู่ตรงหน้าพระอุโบสถวัดไชโยวรวิหาร ซึ่งเป็นวัดหลวง เป็นที่ประดิษฐานสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) และพระมหาพุทธพิมพ์ ประกอบกับเคยเป็นสมรภูมิในการสู้รบระหว่างสมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับทหารพม่า พอได้รับชัยชนะทหารทุกคนจึงพร้อมใจกันร้องออกมาว่า “ไชโย” นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งน้ำที่เคยใช้ทำน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์หลายพิธีสำคัญ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดไชโยวรวิหาร

57. อำนาจเจริญ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “อ่างเก็บน้ำพุทธอุทยาน” หรือ “อ่างเก็บน้ำห้วยปลาแดก” ปรับปรุงขึ้นจากบ่อนํ้าติยัคคฬา ในเกาะจิตรกูฏ ซึ่งเป็นบ่อนํ้าใสสะอาด และเกาะจิตรกูฏในมุมสูงมีรูปลักษณะเป็นรูปหัวใจ หรือใบโพธิ์ มีนํ้าจากอ่างเก็บนํ้าพุทธอุทยานล้อมรอบ ตั้งอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ของพระมงคลมิ่งเมือง ประดุจดังพระพุทธองค์ได้ทรงเพ่งปลุกเสกให้เป็นนํ้ามนต์ศักดิ์สิทธิ์ เป็น สิริมงคลสําหรับการนํานํ้าไปใช้ในพิธีมงคลต่างๆ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดสำราญนิเวศ พระอารามหลวง

58. อุดรธานี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์คำชะโนด” เป็นบ่อน้ำขนาดเล็ก แต่กลับมีน้ำซึมออกมาตามธรรมชาติตลอดเวลา ทำให้ชาวบ้านเชื่อกันว่าบ่อน้ำประทานมาให้โดยพญานาค ที่อาศัยอยู่ในบริเวณผืนป่า ซึ่งเชื่อกันว่าน้ำในบ่อน้ำนั้นศักดิ์สิทธิ์ บางคนนำน้ำไปดื่มกินอาการป่วยเป็นโรคหายไปก็มี...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดมัชฌิมาวาส พระอารามหลวง

59. อุตรดิตถ์ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำทิพย์เวียงเจ้าเงาะ” อ.ลับแล เป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เคยใช้ในการประกอบพระราชพิธีสำคัญมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล มีลักษณะเป็นบ่อศิลาแลงธรรมชาติ ภายในมีน้ำอยู่ ปัจจุบันยังมีประชาชนและชาวบ้านแวะเวียนกันไปเพื่อนำน้ำทิพย์จากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปดื่มกินและใช้ในกิจการอื่นๆ เพื่อความเป็นสิริมงคลของตนเอง...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง

60. อุบลราชธานี แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ “บ่อน้ำโจ้ก” เป็นแหล่งน้ำ ศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองวารินชำราบ เกิดจากแหล่งน้ำใต้ดิน ณ บริเวณ ซึ่งเรียกกันว่า “คำน้ำแซบ” หมายความว่า น้ำซับน้ำซึม มีรสอร่อย ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำ คือ พระอุโบสถวัดสุปัฏนารามวรวิหาร
จังหวัดที่มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 2 แหล่งน้ำ มีทั้งสิ้น 7 จังหวัด ได้แก่
1.ชัยภูมิ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดไพรีพินาศ อ.เมือง และบ่อน้ำชีผุด แม่น้ำชี อ.หนองบัวแดง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระอุโบสถวัดไพรีพินาศ (วัดกลางเมืองเก่า)
2.นราธิวาส น้ำแบ่ง อ.สุไหงปาดี และน้ำตกสิรินธร อ.แว้ง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดประชุมชลธารา
3.บึงกาฬ พื้นที่ชุ่มน้ำบึงโขงหลง อ.บึงโขงหลง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ถ้ำพระ อ.เซกา ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถ วัดเซกาเจติยาราม พระอารามหลวง
4.ปราจีนบุรี บ่อน้ำหน้าโบราณสถานรอยพระพุทธบาทคู่ อ.ศรีมโหสถ และโบราณสถานสระแก้ว อ.ศรีมโหสถ ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดบางกระเบา
5.พะเยา ขุนน้ำแม่ปืม อ.แม่ใจ และน้ำตกคะ หรือน้ำคะ อ.ปง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารวัดศรีโคมคำ หรือวัดพระเจ้าตนหลวง พระอารามหลวง
6.เพชรบูรณ์ สระแก้ว อ.ศรีเทพ และสระขวัญ อ.ศรีเทพ ...สถานที่ ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดมหาธาตุ พระอารามหลวง
7.อุทัยธานี แม่น้ำสะแกกรัง อ.เมือง และสระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม อ.เมือง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระอุโบสถวัดมณีสถิตกปิฎฐาราม พระอารามหลวง

จังหวัดที่มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ 3 แหล่งน้ำ มีทั้งสิ้น 5 จังหวัด ได้แก่
1.จันทบุรี สระแก้ว อ.ท่าใหม่, ธารนารายณ์ อ.เมือง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดพลับ อ.เมือง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ อุโบสถวัดพลับ
2.เชียงใหม่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดบุพพาราม อ.เมือง, อ่างกาหลวง อ.จอมทอง และขุนน้ำแม่ปิง อ.เชียงดาว ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระวิหารวัดพระสิงห์วรมหาวิหาร
3.นครนายก เขื่อนขุนด่านปราการชล อ.เมือง, บ่อน้ำทิพย์เมืองโบราณดงละคร อ.เมือง และบึงพระอาจารย์ อ.เมือง ...สถานที่ ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดอุดมธานี
4.พัทลุง สระน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดดอนศาลา อ.ควนขนุน, ถ้ำน้ำบนหุบเขาชัยบุรี อ.เมือง และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์พระบรมธาตุเขียนบางแก้ว อ.เขาชัยสน ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดคูหาสวรรค์
5.สุโขทัย บ่อแก้ว อ.ศรีสัชนาลัย, บ่อทอง อ.ศรีสัชนาลัย และตระพังทอง อ.เมือง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร

จังหวัดที่มีแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 4 แห่ง 3 จังหวัด ทั้งสิ้น 12 แหล่งน้ำ ดังนี้
1.ปัตตานี น้ำสระวังพรายบัว อ.หนองจิก, บ่อทอง หรือบ่อช่างขุด อ.หนองจิก, บ่อไชย อ.หนองจิก และน้ำบ่อฤษี อ.หนองจิก ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระอุโบสถวัดตานีนรสโมสร
2.สุพรรณบุรี สระแก้ว อ.เมือง, สระคา อ.เมือง, สระยมนา อ.เมือง และสระเกษ อ.เมือง ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระวรวิหารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร
3.แพร่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ลำน้ำแม่คำมี อ.เมือง, บ่อน้ำวัดบ้านนันทาราม อ.เมือง และบ่อน้ำพระฤาษี อ.วังชิ้น และบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดพระหลวง อ.สูงเม่น ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือพระอุโบสถวัดพระบาทมิ่งเมือง

แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 6 แหล่งน้ำ มี 1 จังหวัด คือ จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่
1.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดหน้าพระลาน อ.เมือง
2.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดเสมาเมือง อ.เมือง
3.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดเสมาไชย อ.เมือง
4.บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วัดประตูขาว อ.เมือง
5.แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ห้วยเขามหาชัย อ.เมือง
6.แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ห้วยปากนาคราช อ.ลานสกา ...สถานที่ประกอบพิธีเสกน้ำคือ พระวิหารหลวงวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
ทั้งนี้ “น้ำสรงมุรธาภิเษก” และ “น้ำอภิเษก” เป็นน้ำที่ตักจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ และผ่านการทำ “พิธีพลีกรรมน้ำ” ซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ตามความเชื่อว่า สิ่งต่างๆ บนโลกล้วนมีเทวดาปกป้อง ดูแลรักษา การจะทำสิ่งใดๆ ต้องขออนุญาตเทวดาที่ดูแลรักษาสิ่งนั้นๆ การทำพิธีพลีกรรมตักน้ำ จึงเป็นการทำพิธีขออนุญาตเทวดาที่ปกป้องรักษาแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในที่นั้นๆ นั่นเอง เพื่อนำมาผ่านพิธีเสกน้ำรวม ณ วัดสุทัศนเทพวราราม โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส สำหรับการพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 อันเป็นพระราชพิธีเบื้องกลาง ต่อไป