เจาะประเด็นร้อน

เงาของป้อม "ธรรมนัส" พร้อมรบพรรคปลัดฉิ่ง

เงาของป้อม "ธรรมนัส" พร้อมรบพรรคปลัดฉิ่ง
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ร้าวแต่ไม่แตก "ธรรมนัส" สู้เพื่อประวิตรคนเดียว จัดแถวพลังประชารัฐ คัดเลือดแท้ ไม่หวั่นไหวพรรคปลัดฉิ่ง ชิงตัว ส.ส. คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

หลังกลับบ้านพะเยาไปรับขวัญกำลังใจจากชาวบ้าน “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เตรียมขับเคลื่อนพรรคพลังประชารัฐเต็มที่ วางคนสร้างเครือข่าย สร้างนโยบาย เข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

 

 

“ธรรมนัส” พูดชัดเจนว่า ชั่วโมงนี้เรื่องของพรรคอยู่ที่ “นายป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา โดยตัวเขาจะทำหน้าที่วางยุทธศาสตร์-ยุทธวิธีทั้งหมด

 

 

วันนี้ “ธรรมนัส” บอกพลังประชารัฐยังสนับสนุนรัฐบาลประยุทธ์ แต่หลังเลือกตั้งครั้งหน้า จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารพรรค และหัวหน้าพรรคจะเป็นผู้ชี้ขาด

วันอังคารที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจากทำเนียบรัฐบาล ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรี ได้รับทราบคำสั่งนายกฯ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่2)

 

 

โดยมอบให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับการบริหารราชการแทนนายกรัฐมนตรี แทนจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, เฉพาะกรมพัฒนาที่ดิน, กรมฝนหลวงและการบินเกษตร สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร

 

 

พูดง่ายๆ พล.อ.ประวิตร ดูแล 4 กรม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ “ธรรมนัส” เมื่อครั้งเป็น รมช.เกษตรและสหกรณ์


 

เพียงมีข่าวนี้ออกมา ก็พอจะดูออกแล้วว่า “ธรรมนัส” คือรัฐมนตรีเงา ผู้จะลงมือปฏิบัติการจริงแทน “นายป้อม”

‘พลังป้อม’

หลัง “ธรรมนัส” ได้รับตำแหน่งเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เมื่อเดือน ก.ค.2564 พล.อ.ประวิตร หัวหน้าพรรค ได้แต่งตั้ง 10 หัวหน้าภาค เพื่อเตรียมการรองรับการเลือกตั้งใหญ่และเลือกตั้งท้องถิ่น ประกอบด้วย

 

 

ภาค 1 พื้นที่ภาคกลาง มี ยงยุทธ สุวรรณบุตร ส.ส.สมุทรปราการ เขต 2 สายบ้านใหญ่อัศวเหม เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 2 พื้นที่ภาคตะวันออก ฐานิสร์ เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เขต 1 สายบ้านใหญ่สระแก้ว เป็นหัวหน้าภาค

 

 

ภาค 3 พื้นที่อีสานใต้ ทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา เขต 7 ภรรยาวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 4 พื้นที่อีสานเหนือ เอกราช ช่างเหลา ส.ส.บัญชีรายชื่อ สายตรงธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค

 

 

ภาค 5 พื้นที่ภาคเหนือตอนบน จีรเดช ศรีวิราช ส.ส.พะเยา เขต 3 สายตรงธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 6 พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง วันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 3 ภรรยาสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นหัวหน้าภาค

 

 

ภาค 7 พื้นที่ภาคตะวันตก สุชาติ อุตสาหะ ส.ส. เพชรบุรี เขต 3 เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 10 พื้นที่ กทม. จักรพันธ์ พรนิมิตร ส.ส.กทม.เขต 30 สายตรงธรรมนัส เป็นหัวหน้าภาค

 

 

ภาค 8 พื้นที่ภาคใต้ตอนบน รงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช เขต 1 เป็นหัวหน้าภาค ,ภาค 9 พื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา เขต 1 เป็นหัวหน้าภาค

 

 

ประเมินว่า บรรดาหัวหน้าภาคของ “ธรรมนัส” จะยังภักดีกับ “นายป้อม” ไม่ทิ้ง พปชร. ไปสังกัดพรรคใหม่ของปลัดฉิ่ง

 

 

‘ขายนโยบาย’

“ธรรมนัส” กล่อม พล.อ.ประวิตรว่า ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป พปชร. มีสถานะเป็นแกนนำรัฐบาล พรรคจะใหญ่ขึ้น บัตรเลือกตั้งใบเดียวไม่ตอบโจทย์ในการทำให้พรรคเติบโตขึ้น จึงสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ ว่าด้วยกติกาเลือกตั้ง หันไปใช้บัตร 2 ใบแทนบัตรใบเดียว

 

 

ดังนั้น พรรคพลังประชารัฐ จึงต้องปรับกระบวนการทำงานในพื้นที่ และสร้างนโยบายชุดใหม่เพื่อเข้าถึงคนรากหญ้า “ธรรมนัส” มองว่า พรรคของทักษิณกับพรรคก้าวไกล จะต้องแข่งขันกันอย่างรุนแรง ดังนั้น โอกาสจึงเป็นของพลังประชารัฐ

 

 

หากว่าการเลือกตั้งครั้งใหม่ จะเกิดมีพรรคเศรษฐกิจไทย ของ “ปลัดฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ขึ้นมาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ต้องแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ว่ากันไปตามกติกา

 

 

สุดท้ายหลังเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเศรษฐกิจไทย ก็ต้องรวมเสียงจากขั้วรัฐบาลเดิม จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ ด้วยการสนับสนุนของ ส.ว. 250 คน

 

 

ถ้ารวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ นายกรัฐมนตรีอาจไม่ใช่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เหมือนที่ “ธรรมนัส” ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อก็เป็นได้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 

logoline