คอลัมนิสต์

ใคร..คุมเทศบาล

ใคร..คุมเทศบาล

29 ม.ค. 2564

วันที่ 28 มี.ค.นี้ เป็นวันเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาล  ประชาชนอย่างเราๆก็ควรออกไปใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้ง "องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" ที่ใกล้ตัวและสำคัญนี้ แต่ตามโครงสร้างและกฎหมาย คุณรู้หรือไม่ว่า.. "เทศบาล" อยู่ในกำกับดูแลของใคร

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เคาะออกมาแล้ว ให้มีการเลือกตั้งนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาเทศบาลทั่วประเทศ จำนวน 2,472 แห่งในวันอาทิตย์ที่ 28 มีนาคมนี้

แม้ว่า“เทศบาล” เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดูแลทุกข์สุขประชาชน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าโครงสร้างของ”เทศบาล”เป็นอย่างไร

แน่นอนว่าคนที่เราลงคะแนนเลือกเข้าไปเป็น”นายกเทศมนตรี” จะทำหน้าที่บริหารเทศบาล โดยนายกเทศมนตรีจะตั้งทีมบริหารของตนเองขึ้นมา เช่น รองนายกเทศมนตรี ,เลขานุการนายกเทศมนตรี ,ที่ปรึกษานายกเทศมนตรี 

ส่วน “สมาชิกสภาเทศบาล”ที่เราเลือกเข้าไป ก็จะทำหน้าที่เป็นฝ่ายตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารคือ นายกเทศมนตรีและทีมงาน

แต่มันไม่ใช่แค่นั้น..

เพราะว่าตามโครงสร้างและอำนาจตามกฎหมาย ผู้ที่"กำกับดูแล" เทศบาลในระดับบนอีกที ก็คือ นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดและ รมว. มหาดไทย

**อำนาจในการกำกับดูแลเทศบาล**

พระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2562 ( ฉบับที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน)

ส่วนที่ 6 การกำกับดูแล

มาตรา 71 บัญญัติว่า  ให้ "ผู้ว่าราชการจังหวัด" มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลเทศบาลในจังหวัดนั้นให้ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่โดยถูกต้องตามกฎหมาย กฎ และระเบียบข้อบังคับของทางราชการ

ในการนี้ให้มีอำนาจหน้าที่ชี้แจง แนะนำ หรือตักเตือนเทศบาลและตรวจสอบกิจการ เรียกรายงานและเอกสารหรือสถิติใด ๆ จากเทศบาลมาตรวจ ตลอดจนเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลมาชี้แจงหรือสอบสวนก็ได้

อำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดสำหรับเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบหมายให้นายอำเภอปฏิบัติการแทนสำหรับเทศบาลที่อยู่ในอำเภอนั้น ก็ได้

โดยสรุป  โดยทั่วไปอำนาจในการกำกับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอต่อเทศบาล มี ดังนี้

(1) อำนาจในการชี้แจง  แนะนำ และตักเตือน

(2) อำนาจในการตรวจสอบกิจการของเทศบาล

(3) อำนาจในการเรียกรายงานและเอกสารหรือสถิติต่างๆจากเทศบาลเพื่อตรวจสอบการทำงานของเทศบาล

(4) อำนาจในการเรียกสมาชิกสภาเทศบาลหรือพนักงานเทศบาลมาชี้แจงหรือสอบสวน

  ทั้งนี้เพื่อควบคุมให้เทศบาลปฏิบัติอยู่ในกรอบของกฎหมาย

  **อำนาจในการสั่งเพิกถอนหรือสั่งให้ระงับการกระทำ**

  มาตรา 72 บัญญัติว่า

  เพื่อประโยชน์ในการกำกับดูแลตามมาตรา 71 ในกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอซึ่งได้รับมอบหมายเห็นว่า การปฏิบัติการของเทศบาลเป็นไปในทางที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่เทศบาลหรือเสียหายแก่ราชการ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอมีอำนาจหน้าที่ในการชี้แจง แนะนำ หรือตักเตือนผู้ดำรงตำแหน่งที่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการดังกล่าว หรือในกรณีเห็นสมควรจะสั่งเพิกถอนการกระทำหรือให้ระงับการปฏิบัติของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวไว้ก็ได้

 โดยสรุป ก็คือ หากผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอ เห็นว่า นายกเทศมนตรีหรือทีมงานบริหารของนายกเทศมนตรี มีการปฏิบัติอันอาจสร้างความเสียหายให้แก่เทศบาล ก็มีอำนาจในการเพิกถอนหรือระงับการกระทำดังกล่าวได้

** ผู้ว่าฯหรือนายอำเภอมีอำนาจสั่งให้นายกเทศมนตรี  รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาล หยุดปฏิบัติหน้าที่-ออกจากตำแหน่งได้**

มาตรา73  บัญญัติว่า เมื่อความปรากฏและมีหลักฐานตามสมควรต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอว่านายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาล 

(1) จงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

(2)ปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่

(3)ประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย

ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโดยเร็ว

เมื่อนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภาเทศบาล หรือรองประธานสภาเทศบาลผู้ใด ถูกตั้งกรรมการสอบสวนแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอจะสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เพื่อรอฟังผลการสอบสวนก็ได้ หากเห็นว่าการคงอยู่ในหน้าที่ของผู้นั้นต่อไปอาจเกิดการเสียหายแก่เทศบาลหรือเสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือมีพฤติการณ์ที่แสดงว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการสอบสวนหรือจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือเป็นกรณีความผิดที่ปรากฏขึ้นนั้นชัดแจ้ง

มาตรา 73/1 เมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำความผิดตามที่ถูกสอบสวน ถ้าเป็นการดำเนินการสอบสวนของนายอำเภอให้นายอำเภอรายงานให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาและสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจากตำแหน่ง

แต่ถ้าเป็นการดำเนินการสอบสวนของผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานให้ รมว.มหาดไทยพิจารณาและสั่งให้ผู้ถูกสอบสวนพ้นจากตำแหน่ง

ทั้งนี้คำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นที่สุด

ทั้งหมดนี้ก็จะได้คำตอบแล้วใช่ไหมว่า แม้เทศบาลจะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เราเลือกบุคคล เข้าไปทำหน้าที่บริหารเทศบาลและเลือกคนเข้าไปตรวจสอบการทำงานของเทศบาล

แต่กระทรวงมหาดไทย โดยรัฐมนตรี  ผู้ว่าฯ และนายอำเภอ เป็นผู้คอยดูแลอยู่ห่างๆ และพร้อมที่จะเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดทันที หากการปฏิบัติงานของเทศบาลนั้นๆ มีปัญหาเกิดความเสียหายแก่ราชการ บ้านเมืองและประชาชน

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง:ไขข้อสงสัยเรื่องต้องรู้'เลือกตั้งเทศบาล'

โปรลาซาด้า

ใคร..คุมเทศบาล