คอลัมนิสต์

"เพื่อไทย" (ไม่) หวั่นไหว กลางพายุ !!

"เพื่อไทย" (ไม่) หวั่นไหว กลางพายุ !!

09 ก.ค. 2561

สัมภาษณ์พิเศษ "ภูมิธรรม เวชยชัย" รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ถึงสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ เพื่อหาคำตอบว่าพรรคมีความกังวลมากน้อยแค่ไหน

 

                  ความเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้มีสองด้าน ด้านหนึ่งเป็นการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของฝั่งสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่เดินหน้ากันอย่างไม่มีเหนียม ทั้งการเดินหน้าปล่อยพลังดูดโดย “กลุ่มสามมิตร” ที่สอดประสานไปกับการโหมกระแสโครงการประชารัฐของรัฐบาลที่ไปเหมาะเจาะกับชื่อพรรค “พลังประชารัฐ” ที่มีข่าวว่ากลุ่มนี้จะไปเทกโอเวอร์

                  อีกด้านคือพรรคเพื่อไทยที่วันนี้ดูเหมือนต้องพยายามอยู่นิ่งๆ เพื่อรักษาชีวิต

                  สภาพของพรรคเพื่อไทยตอนนี้เหมือนอยู่ท่ามกลางพายุที่ถาโถมเข้าใส่จากทุกทิศทาง การจะเอาตัวให้รอด ก็ต้องสงบนิ่งให้มากที่สุด

                  “คม ชัด ลึก” สัมภาษณ์พิเศษ “ภูมิธรรม เวชยชัย” รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ถึงสถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยในขณะนี้ เพื่อหาคำตอบว่าพรรคมีความกังวลมากน้อยแค่ไหน ยังมั่นใจว่าจะสามารถ “รักษาชีวิต” ลงสู่สนามเลือกตั้งได้หรือไม่ และหากได้ลงสนามพรรคเพื่อไทยหวังชัยชนะอย่างไร  

 

"เพื่อไทย" (ไม่) หวั่นไหว กลางพายุ !!

 

                  **ทหารปฏิบัติการละเอียดรอบคอบ แพรวพราวกว่าเดิม?

                  หากไล่เรียงดูหลังการเข้ายึดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 จะเห็นได้ว่าการยึดอำนาจครั้งนี้คณะผู้ยึดอำนาจได้มีการดำเนินการในหลายด้าน จนทำให้สามารถอยู่ในอำนาจมาได้ถึง 4 ปีเกินอายุรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีการวางกลไกควบคุมรัฐบาลหลังเลือกตั้ง รวมถึงการตั้งพรรคการเมืองเพื่อสนับสนุนให้หัวหน้าคณะยึดอำนาจกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

 

"เพื่อไทย" (ไม่) หวั่นไหว กลางพายุ !!

                  ภูมิธรรม ยอมรับว่าการยึดอำนาจครั้งนี้วิธีการของทหารมีความแยบยลกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 “ปฏิเสธไม่ได้ว่าทหารพัฒนาขึ้น เพราะมีประสบการณ์ มีการเรียนรู้ การปรับกระบวนคิด เมื่อก่อนต้องลากรถถังออกมา ครั้งนี้มาพร้อมกับเพลง พร้อมกลอน มีดราม่าและโรแมนติก”

                  อย่างไรก็ตาม ภูมิธรรม มองว่าการยึดอำนาจครั้งนี้เป้าหมายยังคงชัดเจนและต่อเนื่องกับการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 คือ จัดการพรรคเพื่อไทยออกจากเวทีการเมือง เพราะมีการมองว่าพรรคไทยรักไทย ซึ่งปัจจุบันคือพรรคเพื่อไทยเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในทิศทางตามความเชื่อของเขา

                  “แต่ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย” ภูมิธรรม กล่าว และบอกว่าฝ่าย คสช.พยายามทำในสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเคยทำ โดยให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มาทำ แต่ก็ไม่สามารถดึงความสนใจของประชาชนมาได้ เพราะมีกระบวนการที่แตกต่างกัน โดยบอกว่าโครงการของพรรคเพื่อไทย (ไทยรักไทย) ส่งเสริมให้ชาวบ้านคิดกันเองจะทำอย่างไร ตามหลักการกระจายอำนาจ แต่ของรัฐบาล คสช.ดึงอำนาจตัดสินใจกลับมาที่ราชการ

  

                  **เป้าหมายเพื่อไม่ให้เสียของ คือ เพื่อไทย?

                  “ผมไม่กล้าสรุปว่าเป้าหมายไม่ให้เสียของของคสช.คือเพื่อไทย เพราะไม่ได้ยินชัดๆ แต่รู้ว่าสิ่งที่เพื่อไทยถูกกระทำเป็นกระบวนการที่ไม่ปกติ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ก่อให้เกิดความยุติธรรมในการจัดการปัญหา สิ่งที่เกิดขึ้น เหมือนถูกทำร้าย ถูกกระทำ”

                  ภูมิธรรม ยกตัวอย่างกรณีที่ 8 แกนนำพรรคถูกดำเนินคดีกรณีแถลงข่าวในวาระ 4 ปี คสช.ว่าทำให้คิดได้ว่าพรรคเพื่อไทยคือเป้าหมาย “ไม่ให้เสียของ” ของ คสช.

                  “ตอนแรกพรรคจะแถลงข่าวแต่หลังจากคุยกับตำรวจที่มาสังเกตการณ์ พรรคก็ไม่แถลง มีแค่สมาชิก 3 คนแถลง แต่ก็ยังโดนดำเนินคดี ทั้งที่แต่ละคนยืนแยกกันอยู่ คุณใช้กฎหมายแบบนี้ได้หรือ หรือทำอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้คนเหล่านี้มีสิทธิมีเสียงในประเทศ กำลังพยายามจะกำจัดคู่แข่งทางการเมือง กำจัดคนที่มีความเห็นต่างหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่อยู่ในแผนที่คิดมา 4-5 ปีที่แล้วหรือเปล่า ที่คุณประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ว่าการปฏิวัติครั้งนี้ใช้เวลาตัดสินใจมากกว่า 6 เดือน”

  

                  **เพื่อไทยจะได้ลงสนามเลือกตั้งหรือไม่?

                  ที่มีการมองกันว่าพรรคเพื่อไทยอาจจะถูกยุบพรรคก่อนการเลือกตั้งนั้น ภูมิธรรม ตั้งคำถามกลับว่าจะโดนยุบด้วยสาเหตุใด หากเป็นคดี 8 แกนนำก็ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค เพราะคนที่แถลงไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค

                  ถามว่าในการแถลงข่าวมีกรรมการบริหารพรรคอยู่ด้วยอาจจะโยงได้ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ย้อนว่าถ้าอย่างนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบเรื่องที่เกิดคอร์รัปชั่น ที่มีการฆ่าตัวตายด้วย เพราะถ้ากรรมการบริหารพรรคยังต้องมีความรับผิดต่อคนที่ขึ้นแถลง เพราะฉะนั้นอะไรๆที่เกิดขึ้นในประเทศ คนเป็นนายกฯ ต้องรับผิดชอบ “ถ้าจะเอาแบบนั้น” ต้องใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ไม่หลายมาตรฐาน

  

                  **ยุบพรรคเพื่อไทยเพราะ “ทักษิณ” ระวัง “ประยุทธ์” ด้วย

                  ถามถึงกรณี “คลิปทักษิณ” คุยกับแกนนำพรรคเพื่อไทยอาจเป็นเหตุไปสู่การยุบพรรค ภูมิธรรม บอกว่า กรณีนี้กลุ่มที่ไปตีกอล์ฟไม่ใช่กิจกรรมพรรค ไม่มีหัวหน้าพรรค ไม่มีเลขาธิการพรรค หัวหน้าพรรคอยู่ ตจว. เลขาธิการพรรคอยู่งานศพที่วัดธาตุทอง เป็นแค่ความเห็นของทักษิณ ไม่ใช่กิจกรรมของพรรค ไม่มีการประชุมพรรค ไม่มีที่กรรมการบริหารยอมให้ครอบงำ

                  ทั้งนี้ตามกฎหมายพรรคการเมืองมาตรา 28-29 ห้ามบุคคลที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคครอบงำพรรคและห้ามพรรคยินยอมให้บุคคลที่ไม่เป็นสมาชิกพรรคครอบงำ

                  ภูมิธรรม เตือนไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ ว่าหากมีพรรคประชารัฐขึ้นมา แล้วคุณประยุทธ์ไปช่วยชี้แจงแทนอย่างที่ผ่านมา อาจจะเข้าข่ายมาตรา 28-29 เพราะกฎหมายห้ามทุกคนที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้วมาครอบงำ

  

                  **จะมีพรรคเพื่อไทยในสนามเลือกตั้งครั้งหน้าไหม?

“เชื่อมั่นผมไม่ได้ทำอะไรผิด และประชาชนเฝ้าดู ถ้าความยุติธรรมนี้ยังหาไม่ได้ จะไปหาเรื่องอื่นได้ยังไง ผมเชื่อมั่นว่าเราจะได้ลงเลือกตั้ง ถ้าจะมีอะไรที่เป็นวิกฤติ เรามีประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาพอสมควร เราเชื่อว่าจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเรา”

  

                  **ยุบครั้งนี้อาจไม่เหมือนเดิม คือยุบก่อนเลือกตั้ง?

                  “ไม่อยากคิดแบบนี้เพราะจะเป็นมองโลกในแง่ร้าย มองรัฐบาลประยุทธ์ และผู้มีอำนาจในปัจจุบันเลวร้ายจนเกินไป ผมเชื่อว่าท่านมีความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่อยากให้เราไปมโน”

  

"เพื่อไทย" (ไม่) หวั่นไหว กลางพายุ !!

(อ่านต่อ...อ่านเกม "ยุบพรรคเพื่อไทย" รอด - ไม่รอด ??)

 

                  **เพื่อไทยสู้ศึกหนักสุด?

                  ภูมิธรรม บอกว่าพรรคเจอศึกหนักที่สุดทุกครั้ง และไม่เคยประมาท

                  “จริงๆ คิดกันไปเองว่าเวลานี้พรรคเพื่อไทยหน้าซีดหน้าเซียวถูกดูดเยอะ ผมเปิดรายชื่อทั้งหมดมาดู ผมยังไม่เห็นชื่อคนไหนที่เป็นคนของพรรคเพื่อไทยในปัจจุบัน เพราะที่เขาพูดออกมา 70-80 บางคนอาสามาปี 44 เราไม่เอา บางคนได้เป็น ส.ส.ปี 44 แต่ปี 48 เราไม่เอา บางคนได้มาเป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชนแล้วก็หายไป และหลายคนไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรามาเป็น 10-20 ปี บางคนเป็นคนของพรรคอื่นมาแล้ว

                  เท่าที่ผมเอกซเรย์ดูมีแค่จังหวัดเลย และเป็นแค่ซีกเดียว ในพื้นที่เราให้ 2 ตระกูล คือ ทิมสุวรรณ และเร่งสมบูรณ์สุข ปัญหาเนื่องจากกติกาที่ถูกดีไซน์มาเพื่อให้มีปัญหากัน ตระกูลเร่งสมบูรณ์สุขจะขอจัดผู้สมัครทั้งจังหวัด ซึ่งไม่ได้ ส่วนที่อื่นยังไม่นับเพราะยังไม่แสดงอะไรชัดเจน

                  ไม่ได้กังวลอะไร เราไม่ได้ยากลำบากเรื่องตัวผู้สมัคร วันนี้มีผู้สมัครเกิน ไม่ใช่ผู้สมัครขาด และตอนนี้มีกระแสอยากได้คนใหม่ๆ ก็เป็นโอกาส ก็ถือเป็นโอกาสได้รีวิวตัวผู้สมัคร”

  

                  **กติกาใหม่ “ทักษิณคิด เพื่อไทยทำ” ไม่ได้?

                  “แม้เราจะเห็นด้วยหรือไม่กับรัฐธรรมนูญ แต่เมื่อรัฐธรรมนูญยังประกาศใช้ เราก็ต้องทำตาม เราชัดเจน วันนี้คุณทักษิณก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวเพื่อไทย ไม่มาประชุมร่วม ไม่มีวีดีโอคอล กระบวนการที่คุณทักษิณจะมาเกี่ยวข้อง มาพูดคุย มากำหนดกรรมการบริหาร ไม่มี”

                  ส่วนที่มีการมองว่าการทักษิณไม่สามารถมายุ่งเกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยได้เหมือนเมื่อก่อน ทำให้เพื่อไทยอ่อนแอลง ภูมิธรรม ไม่คิดเช่นนั้น โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าที่คนนิยมพรรคเพื่อไทย เพราะจุดยืนและนโยบายของพรรคเป็นสำคัญ

  

                  **เป้าหมาย ชัยชนะต้องถล่มทลาย

                  ภูมิธรรม มองว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นการเลือกตั้งที่สะท้อนสังคมไทยว่าอยากจะเดินไปในทิศทางไหนเป็นหลัก ทิศทางประเทศที่เป็นประชาธิปไตย หรือทิศทางประเทศที่เป็นแบบอำนาจนิยม หรือเผด็จการ เป็นการต่อสู้กันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ หรือกลุ่มการเมืองที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ เพราะเห็นว่าสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการมา 4 ปีอาจจะไม่ใช่คำตอบของสังคมไทย

                  “คราวหน้าประชาชนต้องเลือกให้ชัดเจนว่าอยากได้แบบไหน ฉะนั้นผมคิดว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่ใช่เปาะๆ แปะๆ ผมหวังว่าประชาชนจะตัดสินใจเลือกแบบถล่มทลาย ไม่ใช่แค่ที่หนึ่งหรือไม่ ถ้าเชื่อว่าคุณประยุทธ์ทำมาดี คุณประยุทธ์จะได้ถล่มทลาย แต่ถ้าเขาคิดว่าวิธีนี้ผิดเป็นหายนะ เป็นทางออกที่มืดบอด มืดมน ต้องปลดออกมาเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนมีเสรีภาพ พาประเทศไปข้างหน้าให้ได้ เขาจะให้ถล่มทลายกับอีกฝั่ง 

                  2 ประเด็นหลักที่ประชาชนจะต้องตัดสินใจคือประชาธิปไตยหรือเผด็จการ และทิศทางในการพัฒนาประเทศ”

  

                  **ฝากถึง “ประยุทธ์”

                  “สิ่งที่สำคัญคือการเปิดเผยตัวตนที่ชัดเจนว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร หากจะมาทำหน้าที่บริหารประเทศ ท่านก็มีสิทธิก็เสนอตัวให้ชัดเจน เข้าสู่กระบวนการ เวลานี้ลงสมัครส.ส.ไม่ได้ ซึ่งจริงๆ ควรมาทางนั้น เพราะเป็นทางที่ดีที่สุดที่จะให้คนทั้งประเทศตัดสินใจ เพื่อความสง่างาม 

                  แต่อย่างน้อยที่พล.อ.ประยุทธ์ ทำได้ในวันนี้คือทำหน้าที่รัฐบาลประชาธิปไตย ถ้าตัดสินใจเข้าสู่การเมืองก็ต้องพยายามยุติบทบาทบางเรื่องที่จะให้คุณให้โทษหรือเป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองที่คุณจะเข้าสู่ระบบเลือกตั้ง จะทำให้ชัยชนะถ้าคุณจะได้มา สง่างามและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย" 

 

 

=================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์