คอลัมนิสต์

"กำนันสุเทพ" ร่วมตั้งพรรค จุดขายมุมกลับ ??

"กำนันสุเทพ" ร่วมตั้งพรรค จุดขายมุมกลับ ??

05 มิ.ย. 2561

ทำไมพรรครวมพลังประชาชาติไทยต้องเปิดตัว "สุเทพ" ออกมา? ทำไมไม่เก็บไว้เบื้องหลัง?

           

                “จบงานนี้ผมไม่เป็นนักการเมืองอีกแล้วชีวิตนี้เคยคิดจะเป็นนักการเมืองของประชาชนสู้มาในระบบทั้งชีวิต 35 ปี เมื่อการต่อสู้ในระบอบไม่สามารถเอาชนะทุนสามานย์ได้จึงลาออกจากผู้แทนออกมาสู้กับประชาชน แพ้ชนะก็ให้รู้กันคราวนี้ จะไม่ลงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกแล้ว...ผมหัวหงอกหมดแล้ว ไม่มีโกหกพี่น้อง ไม่มีหลอกลวงพี่น้อง ไม่มีทำให้พี่น้องเสียหาย” คำประกาศจาก สุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2556 บนเวที กปปส.ที่แจ้งวัฒนะ

 

                นั่นเป็นคำประกาศชัด ๆ ครั้งแรกของสุเทพ ที่แสดงท่าทีว่าจะไม่กลับมาเล่นการเมืองอีก 

                นั่นก็ไม่ใช่ครั้งเดียวที่ “สุเทพ” พูดเรื่องนี้ เขาย้ำจุดยืนนี้อีกหลายครั้งหลายครา ทั้งช่วงที่ยังชุมนุมในนาม กปปส. รวมไปถึงช่วงที่เขาไปบวชเป็นพระอยู่ 1 ปีหลังจาก คสช.เข้ามายึดอำนาจ 

                “จะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีกแล้ว ไม่กลับไปบนถนนการเมืองอีกแล้ว แต่ไม่ทิ้งประเทศนะ ยังจะทำงานอยู่กับประชาชน มวลมหาประชาชน ประชาชนต้องรักใคร่สามัคคี เฝ้าดูแลรักษาบ้านรักษาเมือง อย่าให้คนไม่ดีเข้ามายึดครองบ้านเมือง” คำพูดของพระสุเทพ ปภากโร เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2558

                หลังจากสึกมาสุเทพ ยังคงย้ำจุดยืนเดิมในอีกหลายครั้ง

                จนกระทั่งเริ่มมีข่าวว่าเขาจะตั้งพรรคการเมืองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่ง “สุเทพ” ก็ยังคงยืนยันว่าเขาจะไม่เล่นการเมือง

 

"กำนันสุเทพ" ร่วมตั้งพรรค จุดขายมุมกลับ ??

(อ่านต่อ...ฟังชัดๆ!! "สุเทพ" ร่วมตั้งพรรค แต่ไม่รับตำแหน่งการเมือง)

 

                “ผมจะไม่กลับไปเป็นนักการเมือง จะไม่ลงสมัคร ส.ส. ไม่ต้องการมีตำแหน่งทางการเมืองใดๆทั้งนั้น จะไม่เข้าร่วมรัฐบาลกับใคร ไม่ไปเป็นนายกฯ รองนายกฯ รัฐมนตรี ไม่เป็นแม้ ส.ส. ไม่เป็นแม้กรรมการบริหารพรรค” คำประกาศของสุเทพ เมื่อ 27 กุมภาพันธ์

                ด้วยคำยืนยันของสุเทพในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ “น้ำตา” ของ “สุเทพ” ที่หลั่งออกมาในงานวันเปิดตัวพรรครวมพลังประชาชาติไทยเมื่อ 3 มิถุนายน ยิ่งเหมือนเป็น “น้ำมัน” ที่เพิ่มความร้อนแรงของกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบที่มีต่อตัวเขา

 

"กำนันสุเทพ" ร่วมตั้งพรรค จุดขายมุมกลับ ??

 

                แต่สำหรับ “คนใน” พรรครวมพลังประชาชาติไทย มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในทางตรงข้าม

                ประเด็นแรก ที่มีการโจมตี “สุเทพ” คำว่า “ตระบัดสัตย์” นั้น คนในพรรคมองว่าความจริงไม่ใช่ เพราะสิ่งที่สุเทพ พูดมาตลอด คือ ยืนยันว่าจะไม่ลงสมัคร ส.ส. และไม่รับตำแหน่งทางการเมือง รวมถึงไม่เป็นกรรมการบริหารพรรค ซึ่งวันนี้ก็ยังยืนเหมือนเดิม เพียงแต่คนทั่วไปจะมองว่า การมาเป็นสมาชิกพรรคการเมือง คือการเล่นการเมืองแล้ว

                “ความจริงการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ควรจะเป็นหน้าที่ของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยด้วยซ้ำ เพียงแต่คนไทยส่วนใหญ่จะมีความคิดอีกแบบ” มุมมองของคนในพรรครวมพลังประชาชาติไทย

                อย่างไรก็ตามทางพรรคได้มีการประเมินกันแล้ว ชั่งน้ำหนักกันแล้ว เชื่อว่าการเปิดตัว “สุเทพ” จะเป็นประโยชน์กับทางพรรคมากกว่า โดยมีการมองว่าสำหรับผู้ที่มาโจมตีนั้นมี 2 กลุ่มหลักๆ คือ คนฝ่าย “ทักษิณ” ที่ได้รับความเสียหายจากการออกมาเคลื่อนไหวของสุเทพ และ กลุ่มมวลชนที่ยึดมั่นกับพรรคประชาธิปัตย์

                “เราไม่ได้กังวลกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้น เรามองว่ายิ่งมีกระแสแบบนี้ ยิ่งทำให้พรรคเราเป็นที่สนใจ เป็นการขยายผลข่าวการตั้งพรรคของเราออกไปอีกจะยิ่งทำให้คนกลุ่มกลางๆหันมาสนใจพรรคเรามากขึ้น” แหล่งข่าวจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย กล่าว

                ประเด็นต่อมา หากถามถึงเหตุผลลึกๆ ทำไมพรรคนี้จะต้องเปิดตัว “สุเทพ” ออกมา ทำไมไม่เลือกเก็บสุเทพไว้เบื้องหลังเงียบๆ ก็คงต้องถามกลับว่า หากพรรคนี้ไม่มีสุเทพ “ราคา” จะเป็นอย่างไร จะเพิ่มขึ้นหรือลดลง

                หากดูเฉพาะ “ศักยภาพ” ของผู้ที่เปิดตัวมา ไม่เฉพาะโอกาสที่พรรคจะได้ ส.ส. แต่การระดมคน ระดมทุนเข้าพรรคก็น้อยลงไปด้วย

                “ศักยภาพของพวกเราไม่สามารถระดมความร่วมมือ และดึงคนเข้ามาได้ เราจึงตัดสินใจให้ลุงกำนันมายืนแถวหน้าเหมือนกัน แทนที่จะเก็บตัวไว้ด้านหลัง”

                ในเบื้องต้นทางพรรคตั้งเป้าให้ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอย่างน้อย 500 คน ออกแรงสนับสนุนพรรคคนละ 5 หมื่นบาท ซึ่งการจะได้ตามเป้านั้นต้องอาศัยแรงดึดดูดของสุเทพเป็นสำคัญ

 

"กำนันสุเทพ" ร่วมตั้งพรรค จุดขายมุมกลับ ??

 

                อย่างไรก็ตาม ทางพรรคซึ่งผู้ร่วมก่อตั้งส่วนหนึ่งมาจากภาคประชาชน ตั้งความหวังไว้ว่าพรรคนี้จะเป็นพรรคของประชาชนอย่างแท้จริง ถึงแม้ “สุเทพ” จะมีภาพของนักการเมืองอาชีพติดตัวอยู่ แต่ทางกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งปีกนี้ยังเชื่อว่า การที่สุเทพผ่านสนามรบร่วมกับประชาชนในช่วง กปปส. เชื่อว่าแนวคิดของ “สุเทพ” เปลี่ยนไปแล้ว และคงจะไม่มาครอบงำพรรค ซึ่งประเด็นนี้ก็ต้องพิสูจน์กันต่อไป

                “ชีวิตผมเจ็บมาเยอะแล้ว การที่ผมมาช่วยพรรค ไม่คิดว่าเป็นการตระบัดสัตย์ แต่คิดว่าเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ร่วมกิจกรรมกับพรรคการเมือง แต่ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง” คำพูดของสุเทพ ที่บอกคนในพรรค

                ส่วนนี่คือ คำพูดของสุเทพที่ประกาศต่อที่ประชุมพรรคและสาธารณะเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ที่ผ่านมา

                "ผมระวังตัวมาก เพราะว่าเมื่อผมตัดสินใจลาออกจาก ส.ส.มาร่วมต่อสู้กับพี่น้องปชช ผมได้ประกาศชัดเจนว่าจะไม่กลับไปเป็นนักการเมืองอีกแล้ว แต่เมื่อพี่น้องผู้ร่วมอุดมการณ์มาบอกว่าจะต้องตั้งพรรคการเมือง ผมรู้เลยว่าผมต้องเข้าร่วมกับพรรคนี้ และผมรู้ว่า ผมอาจจะเป็นจุดด้อย จุดอ่อนของพรรคนี้ให้คนโจมตี ว่าผมตระบัดสัตย์ ไหนว่าไม่ยุ่งกับการเมือง

                วันนี้ขอประกาศที่นี่ว่า ผมไม่ใช่คนที่จะอยู่เบื้องหลังพรรคนี้ แต่ผมจะยืนเคียงข้างกับพี่น้องประชาชนผู้มีอุดมการณ์เดียวกัน และผมไม่สนใจคำวิจารณ์ ผมไม่สนใจคำด่าใดๆทั้งสิ้น เพราะผมจะไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นเขตเลือกตั้ง หรือบัญชีรายชื่อ ผมขออาสาเป็นขี้ข้าของประชาชน เป็นผู้รับใช้ประชาชน ผมจะเอาความรู้ประสบการณ์นักการเมืองกว่า 40 ปี ทุ่มเท ยืนเคียงข้างพี่น้องร่วมอุดมการณ์ ตั้งพรรคการเมืองของประชาชนพรรคเดียวในประเทศนี้ให้เกิดขึ้นให้ได้"

                สุเทพ ประกาศด้วยว่าเมื่อพรรคได้รับอนุญาตจาก คสช.ให้ออกไปรณรงค์เชิญชวนประชาชนมาเป็นสมาชิก เขาจะใช้ “รองเท้าคู่เก่า” สมัย กปปส. จะเดินไปหาประชาชนทุกจังหวัดทั่วประเทศ

                ทั้งนี้มีรายงานว่า ทางพรรคจะจัด “Long March” เดินทางไกลไปหาประชาชนทั่วประเทศเพื่อหาสมาชิก และมีการถ่ายทอดสดด้วย

"กำนันสุเทพ" ร่วมตั้งพรรค จุดขายมุมกลับ ??

                อีกประเด็นที่มีการมอง หลังจาก “สุเทพ” ประกาศร่วมตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยอย่างเป็นทางการเมือง คือ จุดยืนในการสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์” ที่เขายืนยันมาตลอด

                ล่าสุด “สุเทพ” ให้สัมภาษณ์ว่า นั่นคือจุดยืนของเขา แต่ตอนนี้เมื่อเข้ามาอยู่ในพรรคแล้ว ก็ต้องขึ้นอยู่กับพรรคว่าจะเห็นเรื่องนี้อย่างไร

                มีการถามถึงผู้ที่พรรครวมพลังประชาชาติไทยจะสนับสนุนเป็นนายกฯ สุเทพ บอกว่า ยังไม่ได้มีการคุยกัน และบอกว่า รัฐธรรมนูญไม่ได้บังคับว่าจะต้องส่ง บอกเพียงว่าแต่ละพรรคสามารถส่งรายชื่อผู้ที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกฯได้ไม่เกิน 3 คน ดังนั้นอาจจะไม่ต้องส่งก็ได้

                พรรคนี้ถูกมองว่าจะเป็นอีกเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของ “พล.อ.ประยุทธ์” ซึ่งเรื่องนี้จะเป็นประเด็นหนึ่งที่พิสูจน์ว่า พรรคนี้เป็นพรรคของประชาชน หรือพรรคของ “สุเทพ”

                ขณะเดียวกัน ก็จะได้พิสูจน์ด้วยว่า "สุเทพ" เป็นจุดแข็ง หรือ จุดอ่อน ของพรรครวมพลังประชาชาติไทย !!

++++++

เรื่องโดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์