
พลิกปูม 2 ว่าที่ กกต.สายศาล
พลิกปูม 2 ว่าที่ กกต.สายศาล ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี - ปกรณ์ มหรรณพ สองผู้พิพากษาระดับศาลฎีกา
ตามรัฐธรรมนูญปี 2560 ได้กำหนดให้มี กกต.จำนวน 7 คน โดยมาจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาคัดเลือกจำนวน 2 คน และมาจากการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา กกต. 5 คน
ทั้งนี้ในส่วนของ ว่าที่ กกต. ที่มาจากการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาได้ 2 คน เรียบร้อยแล้วดังนี้
1. นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อายุ 64 ปี เกิดเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2596 เป็นคนจังหวัดสุราษฎร์ธานี จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี 2519
โดยการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษานั้น หลังจากสอบเข้าได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาแล้วได้รับความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่โดยตลอด ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาระดับบริหารในศาลชั้นต้น คือ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 1 (กลุ่มจังหวัดภาคกลาง) ช่วงเดือน ต.ค.51-54
และเมื่อถึงการโยกย้ายตำแหน่งตามวาระในเดือน ต.ค.54 ก็ได้ขยับตำแหน่งขึ้นระดับศาลฎีกา เป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา
กระทั่งเดือน ต.ค.56-2558 ได้เป็นผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา
จากนั้นขึ้นสู่ตำแหน่งผู้พิพากษาระดับบริหารอีกครั้งในตำแหน่ง ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 5 (กลุ่มจังหวัดภาคเหนือ) ตั้งแต่ ต.ค.58 และย้ายเป็นประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 ( กลุ่มจังหวัดภาคกลาง) ปี 2559
และระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษา นายฉัตรไชย ยังได้รับเลือกให้เป็น 1 ในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ( ก.ต.) ในชั้นอุทธรณ์ด้วย ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวก็จะมีหน้าที่ในการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาทั่วประเทศ รวมทั้งการพิจารณาโทษวินัยผู้พิพากษา
ขณะที่การโยกย้ายวาระ ต.ค.60 ที่ผ่านมานายฉัตรไชย ก็มาดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าในศาลฎีกาดังกล่าว ก่อนที่จะเสนอตัวลงสมัครรับเลือกเป็น กกต.
2. นายปกรณ์ มหรรณพ ผู้พิพากษาศาลฎีกา อายุ 62 ปี เกิดเมื่อวันที่ 9 ก.พ.2498 จบการศึกษาปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ปี 2518 และศึกษาระดับปริญญาโท จบจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต ปี 2548
โดยการปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษานั้น หลังจากสอบเข้าได้เป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาแล้ว ได้รับความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่โดยตลอด ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาระดับบริหารในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ คือ อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ( กลุ่มอีสานตอนบน) ตั้งแต่ช่วงปี 2552 , รองประธานศาลอุทธรณ์ ภาค 9 (กลุ่มจังหวัดภาคใต้) ช่วงเดือน ต.ค.55 -56, รองประธานศาลอุทธรณ์ ช่วงเดือน เม.ย.56 – ก.ย.56
และนายปกรณ์ ได้ขยับตำแหน่งขึ้นระดับชั้นศาลสูง (ฎีกา) ได้เป็นผู้พิพากษาฎีกา เมื่อปี 2556 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งระหว่างนั้นในปี 2557-2559 ที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา ก็ได้รับเลือกให้เป็นอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ( อ.ต.ก.) ชั้นศาลฎีกาด้วยที่มีวาระ 2 ปี ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวก็จะมีหน้าที่ในการพิจารณาบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายผู้พิพากษาเบื้องต้น รวมทั้งประเด็นการรับเรื่องราวร้องเรียนต่างๆ จากนั้นในปี 2559 นายปกรณ์ก็ยังคงได้รับเลือกเป็น อ.ต.ก.ในชั้นศาลฎีกาอีก
(คลิก)อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง พลิกปูม..ว่าที่ 5 กกต.ใหม่ ใครมาจากไหน?



