คอลัมนิสต์

 'เปรี้ยว' ฆ่าหั่นศพ ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต!?

 'เปรี้ยว' ฆ่าหั่นศพ ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต!?

05 มิ.ย. 2560

จิตแพทย์ อธิบายถึงพฤติกรรมของ  'เปรี้ยว' ตัวละครเอกในคดี "ฆ่าหั่นศพ" มีความผิดปกติอะไรหรือๆไม่!!??

 

               เป็นคดีที่ฮือฮาที่สุด หลังจากมีการพบศพของ น.ส.วาริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม วัย 22 ปี ชาวจังหวัดชัยนาท ที่มาทำงานเป็นสาวคาราโอเกะในร้านดังใต้โรงแรมหรูของเมืองขอนแก่น ถูกหั่นเป็นสองท่อนและยัดใส่ถังน้ำเอาไปฝังดินในพื้นที่อำเภอเขาสวนกวาง จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

               จากการสอบสวนของตำรวจพบว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุเป็นหญิงสาวหน้าตาดีถึง 4 คน และมีชายร่วมก่อเหตุด้วย 1 คน ประกอบด้วย น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอริ์น อายุ 22 ปี , น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว อายุ 22 ปี , น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ๊ อายุ 22 ปี , น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือ เบนซ์ อายุ 21 ปี และนายวศิน นามพรหม หรือ วิน อายุ 22 ปี ร่วมกันลงมือ

 'เปรี้ยว' ฆ่าหั่นศพ ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต!?

(อ่านต่อ...เปรี้ยว แฉ!! วศิน-เอิร์น-แจ้ ร่วมหั่นศพ)

               และยิ่งเป็นที่สงสัยมากไปกว่านั้นว่า ทำไมสาว ๆ ที่หน้าตาสะสวยเหล่านี้ถึงได้ “สวยสังหาร” ได้ขนาดนี้ โดยเฉพาะ “เปรี้ยว” ซึ่งกลายเป็นฆาตรกรที่สังคมได้พิพากษาไปแล้ว ทั้งที่ยังไม่มีคำยืนยันหรือการรับสารภาพจากเจ้าตัวแม้แต่คำเดียว มีเพียงการบอกเล่าผ่านปากของเพื่อนหนุ่มอย่าง วศิน นามพรม ที่ถูกจับได้ก่อนหน้านี้ และพี่สาวของเปรี้ยวคือ ประภาศิริ สมศรี เท่านั้น ที่ระบุว่าเธอเป็นคนลงมือฆ่าและเป็นคนหั่นศพ

               และยิ่งมีนักสืบไซเบอร์ไปติดตามสืบค้นในเฟสบุ๊คของเปรี้ยว ที่ใช้ชื่อว่า "เปรี้ยว แสนดี สวยสามจี อัปปีทั้งชาติ" พร้อมกับมีการนำภาพในเฟสบุ๊คมาเปิดเผยต่อสาธารณะ และมีคนเข้าไปคอมเม้นท์ เข้าไปแสดงความคิดเห็นแต่ละสเตตัสสูงเป็นหลักหมื่น หลักแสนยิ่งทำให้เห็นว่า “สังคมออนไลน์” จับผิดคนได้ ไวยิ่งกว่าตำรวจเสียอีก

 'เปรี้ยว' ฆ่าหั่นศพ ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต!?


               แต่อย่างไรก็ตามในมุมมองของนักจิตวิทยา ระบุถึงพฤติกรรมหรือความน่าจะเป็นจากการวิเคราะห์พฤติกรรมของเปรี้ยว โดยเฉพาะการโพสต์ภาพตุ๊กตาชักกี้นั้น นายแพทย์ณัฐกร จำปาทอง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ จังหวัดขอนแก่น ระบุว่า การกล่าวหาว่า “เปรี้ยว” หรือ น.ส.ปรียานุชเป็นฆาตรกรโรคจิตนั้น สังคมมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนไปมาก เพราะคนเป็นโรคจิตคือคนที่ไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง ผู้ป่วยโรคจิตจะมีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน ต่างจาก เปรี้ยว ที่มีการวางแผนซับซ้อน มีการโต้ตอบซึ่งต่างจากผู้ป่วยโรคจิตทั่วไป ซึ่งปกติจะไม่พูด ไม่โต้ตอบกับใคร
               สำหรับการโพสต์ภาพตุ๊กตาชัคกี้ ที่เป็นรูปลักษณะน่ากลัวสำหรับคนทั่วไป และเป็นสัญลักษณ์แห่งความโหดร้ายรวมถึงการสักลายบนตัวของเปรี้ยวเกือบเต็มแผ่นหลัง ถือว่ามีนัยยะที่น่าสนใจ จากการวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมที่ประมวลมาจากการบอกเล่าตามข่าว รวมถึงการโพสต์ของผู้ก่อเหตุเองนายแพทย์ณัฐกร บอกว่า เปรี้ยว มีภาวะบุคลิกภาพผิดปกติ เข้าข่ายในลักษณะที่เรียกว่า ต่อต้านสังคม ส่วนสาเหตุนั้น คาดว่าน่าจะมาจากการเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก ที่มีปัญหาด้านสัมพันธภาพกับผู้เลี้ยง คนใกล้ชิดรวมถึงในช่วงการเติบโตมีการสร้างสัมพันธภาพที่ผิดปกติ โดยสังเกตได้จากบุคลิก คือความรู้สึกผิดต่อการกระทำจะน้อยกว่าที่ควรเป็นเพราะคนทั่วไปจะรู้ศีลธรรม จริยธรรมขั้นพื้นฐาน สิ่งใดที่ควรหรือไม่กระทำต่อเพื่อนมนุษย์
               “สำหรับเปรี้ยวเมื่อได้ก่อความรุนแรงแล้ว พบว่าความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขาดหายไป นอกจากนี้กลุ่มคนต่อต้านสังคมนี้จะมีพฤติกรรมที่สามารถสังเกตเห็นได้ทั้งการใช้ยาเสพติด โพสต์เรื่องเงินทอง การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวงจรบางอย่างที่อยู่ในข่ายผิดกฎหมาย ที่สำคัญคือการใช้ความรุนแรงทั้งกับตัวเองและผู้อื่น เพื่อแสดงสัญลักษณ์บางอย่าง”
               นอกจากนั้นนายแพทย์ณัฐกร ยังบอกว่า พบว่ากลุ่มคนภาวะบุคลิกภาพผิดปกติเข้าข่ายที่เรียกว่าต่อต้านสังคมนี้ บางรายมีลักษณะโดดเด่นกว่าคนทั่วไป ทั้งรูปร่าง หน้าตาดี แต่งกายดี มีเสน่ห์ การพูดโกหก ใช้คำพูดรุนแรง การทำสิ่งผิดกฎหมาย สร้างสัมพันธภาพกับคนอื่นที่มีลักษณะฉาบฉวย ต้องการใช้ประโยชน์จากบุคคลนั้น ซึ่งในกรณีของเปรี้ยว มีลักษณะที่มีไอคิวสูงจะสามารถกลบเกลื่อนพฤติกรรมทำให้ภาพลักษณ์ออกมาดีได้เป็นบางครั้ง
               ซึ่งจากปัจจัยเรื่องการเลี้ยงดูที่ตอนเด็กไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควร และอาจจะนำไปสู่พฤติกรรมต่อต้านสังคม ที่นายแพทย์ณัฐกร ระบุนั้น สอดคล้องกับคำบอกเล่าของแม่แท้ ๆ ของเปรี้ยว คือ นาง สาคร ภาษี  อายุ 62 ปี แม่ของเปรี้ยวที่ระบุว่า เปรี้ยวไม่ได้อยู่กับครอบครัวตั้งแต่เด็ก แต่ต้องไปอยู่กับย่าตั้งแต่แต่คลอดออกมา เพราะครอบครัวยากจน แม่มีลูกมาก่อนหน้านี้ 4 คน และมีสามีมาแล้ว 2 คน โดยพ่อของเปรี้ยวเป็นสามีคนที่ 3

 'เปรี้ยว' ฆ่าหั่นศพ ไม่ใช่ฆาตกรโรคจิต!?

(อ่านต่อ... ฆาตกรหั่นศพหญิงรายแรกของไทย!! ทำไม "เปรี้ยว" กล้าทำ !? )


               พอคลอดเปรี้ยวแม่ก็ต้องทำงานเลี้ยงดูครอบครัวและเลี้ยงดูพี่ ๆ ของเปรี้ยว โดยรับจ้างทำงานสารพัด ทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงดูเปรี้ยวได้ ทำให้ย่าของเปรี้ยว ซึ่งคือแม่ของพ่อเอาเปรี้ยวไปเลี้ยงดูแทน แต่ตลอดระยะเวลาที่เปรี้ยวยังเด็ก ก็ได้ไปมาหาสู่กับครอบครัวเสมอ
               แม่ของเปรี้ยวเล่าว่า ตอนเปรี้ยวเด็ก ๆ จะซื้อพวงมาลัยมากราบแม่ตลอด เพราะเปรี้ยวกับแม่ผูกพันกันแม้จะไม่ได้เลี้ยงดูและดูแลตลอดเวลาก็ตาม
               ส่วนการศึกษา “เปรี้ยว” เรียนจบเพียงระดับชั้นประถมศึกษาที่ 6 ในโรงเรียนประจำหมู่บ้านเท่านั้น และพออายุ 15 ปีเธอได้แต่งงานกับหนุ่มในหมู่บ้านและมีลูกด้วยกันปัจจุบันลูกอายุ 8 ขวบแล้ว และปัจจุบันลูกสาวไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของสามีเธอที่จังหวัดภูเก็ต และไม่ได้ติดต่อกลับมาหาเธอบ่อยนัก เพราะทั้งคู่ได้เลิกลากันไป
จากนั้นพอเปรี้ยวแต่งงาน ก็ได้เข้ามาทำงานหาเลี้ยงครอบครัวในร้านคาราโอเกะกลางเมืองขอนแก่น โดยชีวิตของเธอก็อยู่กับวังวนการทำงาน หาเงิน และหาเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะตอนเด็กครอบครัวเธอยากจนมาก ทำให้มองว่าเงินคือสิ่งสำคัญในชีวิต
               และทุกครั้งเวลาเธอกลับไปบ้านให้เงินกับแม่ เปรี้ยวจะย้ำเสมอว่า “การหาเงินมาได้แต่ละพันมันยากมาก อยากให้แม่ใช้เงินอย่างประหยัด” และเพราะการอยากได้เงินจำนวนมากนี่เอง ที่ทำให้เธออาจจะเข้าไปพัวพันกับวงการยาเสพติด เป็นทั้งผู้ขาย ผู้เสพ จนกระทั่งถอนตัวไม่ขึ้น
               รวมไปถึงกรณีคนรักของเธอที่ชื่อ “ฟร้อนท์” ที่ต้องเข้าไปอยู่ในทัณฑสถานบำบัดพิเศษที่จังหวัดขอนแก่นเพราะไปพัวพันกับยาเสพติดด้วย ทำให้เธอแค้น แอ๋ม หรือ ปรียานุช จนเป็นชนวนเหตุทำให้แค้นฝังหุ่น ถึงขั้นก่อเหตุทำร้ายแอ๋มจนเสียชีวิตและหั่นศพตามข่าว
               ซึ่งพฤติกรรมการก่อเหตุรุนแรงแบบนี้ นายแพทย์ณัฐกรเชื่อว่า ไม่น่าจะเป็นการก่อเหตุความรุนแรงครั้งแรก ที่ผ่านมาน่าจะมีการก่อเหตุความรุนแรงมาแล้วทั้งต่อตัวเอง และผู้อื่น แต่ยังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะโยงใยไปถึงพฤติกรรมของเธอได้
               อย่างไรก็ตามทั้งหมดทั้งมวล ในการคาดคะเน จากข้อมูลของความน่าจะเป็น และคำบอกเล่าของคนที่อยู่รอบข้างของเปรี้ยว ก็เป็นเพียงการบอกเล่า ยังไม่มีพยานหลักฐานระบุว่า “เปรี้ยวคือฆาตรกร” จนกว่าเธอจะมารับสารภาพและมีพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มัดแน่นว่าเธอเป็นคนทำ เพราะตราบใดที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพิพากษาว่าเธอคือฆาตกร “เปรี้ยวยังบริสุทธิ์”

-------- 

ศูนย์ข่าวภูมิภาคเครือเนชั่น