นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) (สายงานผลิตและส่งน้ำ) ในฐานะประธานกรรมการศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติการณ์น้ำ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กปน. ได้ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง และเฝ้าระวังค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งประสานงานกับ กรมชลประทานอย่างใกล้ชิด และเมื่อคืนที่ผ่านมา (20.00 น. วันที่ 8 ธันวาคม 2562)เกิดภาวะน้ำทะเลหนุนสูงเหนือจุดรับน้ำดิบสำแล จ.ปทุมธานี มากกว่า 13 กิโลเมตร

แต่ กปน. ขอยืนยันว่า ยังไม่ส่งผลกระทบต่อระบบการผลิตน้ำประปาแต่อย่างใด โดย กปน. เลี่ยงการสูบน้ำดิบเข้าคลองประปาชั่วคราวในช่วงที่ค่าความเค็มขึ้นสูง และได้รับความอนุเคราะห์จาก กรมชลประทาน ในการติดตามปริมาณน้ำและการระบายน้ำผ่านเขื่อนต่าง ๆ สู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ทั้งนี้ หากค่าความเค็มสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน กปน. จำเป็นต้องสูบน้ำดิบเข้ามาบ้าง แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตและผสมกับน้ำประปาที่มีอยู่ในระบบ ทำให้น้ำประปาที่ผลิตได้ไม่ส่งผลกระทบต่อรสชาติหรือคุณภาพน้ำประปาแต่อย่างใด ยังสามารถอุปโภคบริโภคได้ตามปกติ และ กปน. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สร้างความเข้าใจกับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ที่อาจได้รับผลกระทบ เช่น อุตสาหกรรมอาหาร ฟอกย้อม ยา เลนส์ กระจก เหล็ก ฯลฯ และโรงพยาบาล พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลรักษาระบบสำรองน้ำประปา และระบบกรองน้ำของแต่ละหน่วยงาน

นายรักษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า กปน. ขอความร่วมมือประชาชนในกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ติดตามข้อมูลคุณภาพน้ำจาก กปน. อย่างสม่ำเสมอ และร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า พร้อมรับมือกับปริมาณน้ำที่น้อยลง นอกจากนี้ หากประชาชนพบท่อประปาแตกรั่ว สามารถแจ้ง กปน. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ MWA call center โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง / แอปพลิเคชัน MWA onMobile / Line @ ในชื่อ @MWAthailand