"จุรินทร์" จัดหนัก 3 งาน ดึงเงินเข้าประเทศรวมกว่า 2,450 ล้านบาท

30 มิ.ย. 2564
58
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ทะลุเป้า "จุรินทร์" จัดหนัก 3 งาน  "ยี่ปั๊วออนไลน์ บางกอกเจมส์ MOVE" ดึงเงินเข้าประเทศรวมกว่า 2,450 ล้านบาท

 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศให้สัมภาษณ์เรื่องการเร่งรัดส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ณ ห้องประชุมชั้น 11 อาคารสํานักงานปลัด กระทรวงพาณิชย์

 

"จุรินทร์" จัดหนัก 3 งาน ดึงเงินเข้าประเทศรวมกว่า 2,450 ล้านบาท


นายจุรินทร์ กล่าวว่า“ผลสัมฤทธิ์จากการเร่งรัดการดำเนินการส่งเสริมการส่งออกของกระทรวงพาณิชย์ในกิจกรรมไฮบริดและกิจกรรมออนไลน์ต่างๆ ในช่วงปัจจุบันมีอยู่ 3 งาน ที่ขอแถลงผลให้ทราบ งานที่หนึ่งก็คือเรื่องผลการดำเนินการโครงการยี่ปั๊วออนไลน์คอนเนคซึ่งได้ดำเนินการในช่วง 24-28 พฤษภาคมที่ผ่านมา  ปรากฏว่าโครงการนี้ทำให้ยี่ปั๊วชาวต่างประเทศมาซื้อสินค้าไทยเพื่อขายผ่านแฟลตฟอร์มใหญ่ๆ ของโลก  โดยสามารถทำให้มีมูลค่าการลงนามในสัญญาหรือการทำตัวเลขส่งออกถึง 288 ล้านบาทเกินกว่าเป้าเดิมที่กำหนดไว้แค่ 100 ล้านบาท มียี่ปั๊วต่างประเทศเข้ามาซื้อสินค้าไทยถึง 52 รายจากเดิมคาดว่าจะมี 20 รายโดยยี่ปั๊วชาวต่างประเทศที่เข้ามาซื้อสินค้าไทยส่งออกผ่านแพลตฟอร์มก็ประกอบด้วย จีน สหรัฐอเมริกาอินเดียที่เป็นต้น 

 

"จุรินทร์" จัดหนัก 3 งาน ดึงเงินเข้าประเทศรวมกว่า 2,450 ล้านบาท


งานที่สองคือ งานบางกอกเจมส์ ออนไลน์ ซึ่งเดิมตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขายให้ได้ 500 ล้านบาท แต่สามารถทำได้เกินเป้าเป็น 576 ล้านบาท สามารถจับคู่ลงนามในสัญญากันได้ 489 คู่ ผู้ส่งออกของไทยที่ประสบความสำเร็จในการทำสัญญาซื้อขายมี 317 ราย ชาวต่างประเทศ 368 บริษัทที่นำเข้า จาก 76 ประเทศ กิจกรรมที่สามก็คือกิจกรรม MOVE ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเร่งรัดการส่งออกด้านมัลติมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ แอนิเมชั่น หรือว่าดิจิตอลคอนเทนต์ โดยได้ตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 5 ปี จะทำยอดส่งออกให้ได้ 1,500 ล้านบาท แต่เฉพาะในงานนี้สามารถลงนามในสัญญาซื้อขายธุรกิจบริการนี้ได้ถึง 1,586 ล้านบาทสามารถจับคู่การลงนามสัญญาได้ 359 คู่ ผู้ผลิตไทย 50 ราย ต่างประเทศ 80 รายจาก 17 ประเทศสำคัญยกตัวอย่างเช่น จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม อาร์เจนตินา บราซิล เป็นต้น