ข่าว

'รมว.แรงงาน' รับ 7 ข้อเรียกร้องยกระดับคุณภาพชีวิตคนทำงาน

'รมว.แรงงาน' รับ 7 ข้อเรียกร้องคณะกรรมการจัดงาน 'วันแรงงานแห่งชาติ' ยกระดับคุณภาพชีวิต หลักประกัน เน้นย้ำผลงานช่วงโควิด-19 ดูแล ผู้ประกันตนม.33 ม.39 ขยายฐานสูงอายุ

วันที่ 1 พ.ค. 66 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "วันแรงงานแห่งชาติ" ประจำปี 2566 โดยมี นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายชินโชติ แสงสังข์ ประธานคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี 2566 ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ผู้นำแรงงาน และพี่น้องผู้ใช้แรงงาน เข้าร่วม 

นายสุชาติ ได้รับ 7 ข้อเรียกร้องจากคณะกรรมการจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ประกอบด้วย 
1.รัฐบาลต้องรับรองอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ 
2.ให้รัฐบาลตราพระราชบัญญัติ - หรือประกาศเป็นกฎกระทรวง ให้มีการจัดตั้งกองทุนประกันความเสี่ยง “เพื่อเป็นหลักประกัน” ในการทำงานของลูกจ้าง 
3.ให้รัฐบาลปฏิรูป แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม 
4.ขอให้รัฐบาล (กระทรวงแรงงาน) จัดสร้างโรงพยาบาลประกันสังคม และจัดตั้งธนาคารแรงงานเพื่อผู้ใช้แรงงาน 
5.ขอให้รัฐเร่งรัดให้ได้ข้อสรุปในแนวทางจัดระบบสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลหลังเกษียณอายุให้ลูกจ้างภาครัฐวิสาหกิจได้มีระบบสวัสดิการจากรัฐเทียบเคียงกับข้าราชการบำนาญและลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 รวมถึงการให้ลูกจ้างภาครัฐวิสาหกิจได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้จากค่าตอบแทนความชอบด้วยหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับการลดหย่อนเงินได้ก้อนสุดท้ายหรือลดหย่อนเงินค่าชดเชยที่ลูกจ้างเอกชนได้รับเมื่อถูกเลิกจ้าง ซึ่งได้ยื่นข้อเรียกร้องในวันแรงงานแห่งชาติไปแล้วและภาครัฐกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการ 
6.เพื่อเพิ่มหลักประกันความมั่นคงให้กับลูกจ้าง ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการให้พระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
7.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แต่งตั้งคณะทำงานติดตามข้อเรียกร้องวันแรงงานแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2566 และจัดให้มีการประชุมเพื่อติดตามผลทุก 2 เดือน 

นายสุชาติ ชมกลิ่น

นายสุชาติ กล่าวว่า ข้อเรียกร้องดังกล่าว จะเร่งดำเนินการและติดตามให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานพึงได้รับตามกฎหมาย เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในการทำงาน มีหลักประกัน และมีคุณภาพชีวิตที่ดี

สำหรับผลงานที่ผ่านมาช่วงแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 รัฐบาลได้มีมาตรการลดภาระค่าครองชีพ และเพิ่มรายรับให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผ่านโครงการสำคัญต่าง ๆ เช่น โครงการมาตรา 33 เรารักกัน โครงการเยียวยานายจ้าง การดำเนินโครงการ Factory Sandbox ในพื้นที่ของสถานประกอบการ ทำให้โรงงานไม่ต้องปิดตัวลงส่งผลให้การส่งออกปี 2564 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 11 ปี 

รัฐบาลขอขอบคุณและชื่นชมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง แม้ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง แต่ยังคงมุ่งมั่นดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงาน โดยได้มีมติเห็นชอบให้ขยายความคุ้มครองให้กับผู้ประกันตนโดยขยายอายุขั้นสูงจาก 60 เป็น 65 ปี ให้สิทธิผู้ประกันตน มาตรา 33 และ มาตรา 39 ที่เข้าหลักเกณฑ์เป็นผู้มีสิทธิรับเงินกรณีชราภาพ เพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวัน และปรับอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 

นอกจากนี้ สนับสนุนการทำงานแบบเวิร์คฟอร์มโฮม โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดทางให้นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงเวลาทำงาน พักผ่อน วันลา ให้ชัดเจน ให้สิทธิลูกจ้างปฏิเสธการติดต่อสื่อสารหลังเวลางานได้ 

วันแรงงานแห่งชาติ

กระทรวงแรงงาน

ข่าวยอดนิยม