
เบื้องลึก'มินต์ฉ่วย"ผู้นำจำแลง
เกมรัฐประหารซ่อนรูป ยืมมือ "มินต์ฉ่วย" ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โอนอำนาจไปให้กองทัพปกครองประเทศ
รุ่งสางวันที่ 1 ก.พ.2564 กองทัพเมียนมาได้ส่งกำลังทหารเข้าจับกุมตัว ออง ซานซูจี และแกนนำพรรคเอ็นแอลดี ในกรุงเนปิดอว์ ส่งสัญญาณการยึดอำนาจ
หลังจากนั้นไม่ถึง 2 ชั่วโมง สถานีโทรทัศน์เมียวดีของกองทัพเมียนมา ได้ออกประกาศสำนักงานประธานาธิบดีเมียนมา เรื่อง สถานการณ์ฉุกเฉินในประเทศเป็นเวลา 1 ปี ตามมาตรา 413-418 ของรัฐธรรมนูญปี 2551 ลงนามโดย อู มินต์ฉ่วย รองประธานาธิบดีสหภาพเมียนมา ซึ่งดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี หรือประธานาธิบดีชั่วคราว ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
รู้จัก "มินอ่องหล่าย" ลูกบุญธรรม "ป๋าเปรม"
ตอนที่มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน สื่อต่างประเทศหลายสำนักก็งุนงง ไม่เข้าใจการเมืองเมียนมา นึกว่า อู มินต์ฉ่วย เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ
จริงๆแล้ว อู มินต์ฉ่วย รองประธานาธิบดีเมียนมา มีหน้าที่แค่เซ็นประกาศเท่านั้น หลังจากทหารจับตัวประธานาธิบดี อำนาจการออกคำสั่งประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็ตกมาอยู่ที่รองประธานาธิบดี สายทหาร
อู มินต์ฉ่วย หรือ พล.ท.มินต์ฉ่วย นายทหารเชื้อสายมอญ ก็เป็นเพียง “หุ่นเชิด” ของกองทัพ
อำนาจนิติบัญญัติและบริหาร จะถูกโอนไปอยู่ในมือของ พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผบ.สส.
มินต์ฉ่วย ประธานาธิบดีชั่วคราว
มินต์ฉ่วยคือใคร?
มินต์ฉ่วย อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของเมียนมา มีความใกล้ชิดกับนายพลตานฉ่วย อย่างมาก จัดว่าเป็นนายทหารพม่าสายแข็ง
ปี 2550 พล.ท.มินต์ฉ่วย ยังมีบทบาทสำคัญในการกวาดล้างกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเผด็จการทหารที่นำโดยพระสงฆ์
ยุคที่นายพลเต็ง เส็ง เป็นประธานาธิบดี หลังการเลือกตั้งปี 2554 มินต์ฉ่วย ได้รับการแต่งตั้งเป็นมุขมนตรีนครย่างกุ้ง ย่อมถือว่าไม่ธรรมดา
เมื่อ 5 ปีที่แล้ว กองทัพเมียนมาได้มีการประชุมลับและลงมติเลือกมินต์ฉ่วย เป็นตัวแทนชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี ซึ่งไม่มีใครในกองทัพคัดค้านการเสนอชื่อเป็นรองประธานาธิบดีคนที่ 1
ผลการโหวตในที่ประชุมสภาสหภาพ มินต์ฉ่วย ได้รับคะแนนทั้งหมด 213 เสียง (จากบรรดาสส.สว.ในสัดส่วนของกองทัพและจากพรรค USDP)
ด้วยเหตุที่เป็นนายทหารสายแข็ง เคยเป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ภายใต้รัฐบาลทหารของนายพลตาน ฉ่วย จึงถูกกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีดำไว้ด้วย



