แค่เริ่มต้นศักราชใหม่ พรรคเพื่อไทยก็วุ่น อันสืบเนื่องจากกรณีศาลรัฐธรรมนูญ ตีตกคำร้องของพรรคเสรีรวมไทย ที่ให้วินิจฉัยสมาชิกภาพของ สิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เพราะมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย 2 คน ถอนชื่อ

 วันที่ 7-8 ม.ค.2564 พรรคเพื่อไทย จึงได้เคลื่อนไหวต่อเนื่อง เริ่มจาก ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย แถลงส่วนตัวผ่านแฟนเพจพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า “เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาในเรื่องการประสานและทำความเข้าใจร่วมกันในการเสนอเรื่องต่างๆ”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
"หน่อย" โดดเดี่ยว บนทางเปลี่ยว

2 ส.ส.หญิง อนุรักษ์ บุญศล ส.ส.สกลนคร และ อาภรณ์ สาระคำ ส.ส.อุดรธานี ไลฟ์เฟซบุ๊คแถลงชี้แจงว่า เหตุใดจึงถอนชื่อ เพราะมีความสับสน ไม่มีเรื่องผลประโยชน์ ไม่มีข้อต่อรอง และแสดงเจตจำนงพร้อมร่วมลงชื่อถอดถอนอีกหน 

ถัดมา ประเสริฐ และโฆษกพรรคได้ไลฟ์เฟซบุ๊คอธิบายเรื่อง ส.ส.เพื่อไทยบางคนได้ถอนรายชื่ออีกครั้ง พร้อมกับยืนยันว่า พรรคเข้าร่วมยื่นรายชื่อ เพื่อยื่นถอนถอน ส.ส.สิระอีกครั้งโดยเร็วที่สุด

ปิดท้ายด้วยแถลงการณ์พรรคเพื่อไทย โดยตอนหนึ่งระบุว่า “...การตรวจสอบข้อเท็จจริงของพรรค พบว่ามีข้อมูลและเหตุผลอันควรเชื่อได้ว่า ส.ส.ของพรรคที่มิได้ร่วมลงชื่อ 1 คนกระทำการโน้มน้าว ส.ส. ในพรรค เป็นรายบุคคลให้ถอนรายชื่อจากคำขอฯ การกระทำการดังกล่าวของ ส.ส. ผู้นี้ย่อมเป็นการกระทำที่เล็งผลได้ว่าจะทำให้รายชื่อไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเมื่อผลการสอบสวนเป็นที่ยุติอย่างเป็นทางการพรรค จะพิจารณาลงโทษ ส.ส. ผู้นี้อย่างเด็ดขาด

จากแถลงการณ์เพื่อไทย สะท้อนปัญหาเดิมที่ยังแก้ไม่ตกคือ มี ส.ส.บางคนบางกลุ่มยังทำตัวเป็น ‘งูเห่า’ อยู่ภายในพรรค

เหตุที่ “ประเสริฐ” ในฐานะแม่บ้านพรรค ต้องแอ๊คชั่นอย่างเร่งด่วน เพราะต้องการเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคเพื่อไทยให้คืนกลับมา เพราะปีที่ผ่านมา ภายในพรรคเพื่อไทย มีแต่ปัญหาความขัดแย้งแตกแยก 
 

บทเรียน 3 ส.ส.

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อปลายปี 2562 มี 3 ส.ส.เพื่อไทย ไปแสดงตัวเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาลครั้งพิจารณาการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากคำสั่ง คสช. และมาตรา 44 และการลงมติร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 ขัดต่อมติของพรรคเพื่อไทย ประกอบด้วย ขจิตร ชัยนิคม ส.ส.อุดรธานี ,พรพิมล ธรรมสาร ส.ส.ปทุมธานี และ พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยชุดเดิม ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี ส.ส.ของพรรค ไม่ปฏิบัติตามมติของพรรคและพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยมี พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ เป็นประธาน 

ต้นปี 2563 ภูมิธรรม เวชยชัย สมัยที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ได้แถลงผลสอบกรณี 3 ส.ส.กระทำการฝ่าฝืนมติพรรคจริง จึงเสนอให้กรรมการวินัยและจรรยาบรรณลงโทษทางวินัยในระดับภาคทัณฑ์ และใช้มาตรการทางปกครองที่เด็ดขาด

ดูเหมือนว่า คณะกรรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะให้ความสนใจกรณีของ “พรพิมล” ที่มีการกระทำผิดซ้ำซาก แต่ก็ไม่เสนอให้มีมติขับออกจากพรรค

จนถึงวันนี้ คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยทั้งชุดเก่าและใหม่ ก็ไม่ได้แถลงว่า ได้มีมติลงโทษ 3 ส.ส.หรือไม่?