เกือบ100ปีประชาธิปไตยไม่ไปถึงไหน

          นับแต่ 24 มิถุนายน 2475 ที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เป็นเวลาเกือบ 100 ปีแล้ว ประชาธิปไตยก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ มีปฏิวัติรัฐประหารหลายครั้ง มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่ กว่า 20 ฉบับ มีความรุนแรงนองเลือดหลายครั้ง ทุกวันนี้ยังมีความขัดแย้งทางการเมือง และการเมืองยังด้อยคุณภาพ เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ

          ในวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นวิกฤตใหญ่ทั่วโลก ได้เห็นภาพคนไทยทุกภาคส่วนรวมตัวกันต่อสู้พยายามเอาชนะสงครามโควิด-19 และทำได้ค่อนข้างดีเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีชื่อเสียงขจรไกล แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยมีศักยภาพที่ซ่อนเร้นนอกระบบการเมือง

          การเมืองเป็นเรื่องของคนส่วนน้อย สังคมส่วนใหญ่ได้ก้าวล้ำหน้าการเมืองไปแล้ว ฉะนั้นทิศทางการพัฒนาประเทศไทยหลังโควิดอย่างหนึ่งที่สำคัญคือ สังคมจะต้องเข้ามาช่วยพัฒนาการเมืองให้ก้าวหน้าและมีคุณภาพสูง ไม่ใช่ปล่อยให้การเมืองเป็นเรื่องของนักการเมือง ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยเท่านั้น อย่างมากก็ 4,000 - 5,000 คน แม้บางคนจะดี แต่ส่วนใหญ่ยังมีปัญหาเรื่องเจตนาและคุณภาพ

          ​​​​​​​อีกประการหนึ่งคือระบบราชการที่รวมศูนย์อำนาจ แม้มีความจำเป็นเมื่อเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่5(ร.5)แต่ในสังคมปัจจุบันที่ซับซ้อนและมีปัญหายากๆ ระบบอำนาจไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล แต่ดึงดูดให้มีการต่อสู้ทางการเมืองรุนแรงขึ้น เพราะใครชนะกินรวบหมดทั้งประเทศ โดยเข้าครอบงำระบบราชการที่รวมศูนย์ 

         เพราะฉะนั้น "การเลือกตั้ง" จึงเป็นเพียงรูปแบบหรือกลไกของประชาธิปไตยเท่านั้น แต่เนื้อแท้หรือสาระเป็นการรวมศูนย์อำนาจหรือเผด็จการ "หาใช่ประชาธิปไตยไม่ "

         ระบบการเมืองการปกครองจึงขาดคุณภาพ และเป็นปัญหาของประเทศเรื่อยมาและหาทางออกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องยุ่งยากซับซ้อนมากที่จะเข้าใจและแก้ไข แต่สังคมไทยก็เจ็บปวดมามากเกินพอแล้วจากระบบการเมืองการปกครองที่ไม่ลงตัว

        คนไทยทุกภาคส่วนควรจะถือโอกาสหลังวิกฤตโควิด พัฒนาประชาธิปไตยให้เป็นเครื่องมือพาประเทศไปสู่ความเจริญอย่างแท้จริงให้ได้