‘ดับเครื่องชน’ ยังอยู่เคียงข้างในเวลาแห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และคนไทยยังอยู่ระหว่างการปรับวิถีชีวิต และขอให้ทุกท่านมีสุขภาพกาย-สุขภาพจิตดีต่อสู้กับเรื่องต่างๆ

 

 

 

           โอกาสนี้ขอเป็นสื่อกลางนำเสนอข้อแนะนำจาก ‘นพ.กิตต์กวี โพธิโน’ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมา มีสารประโยชน์อย่างมากไม่ใช่เพียงแค่ในเขต 4 จังหวัด แต่สามารถนำไปใช้ได้ทั่วประเทศ

           อาการเตือนความไม่ปกติ เช่น พูดคนเดียว, ไม่หลับไม่นอน, หวาดระแวง หงุดหงิด ฯลฯ เราต้องทำอย่างไร ?

อ๊อด เทอร์โบ



**ระวัง! อาการจิตกำเริบ

          ในช่วงที่รัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่ทั่วประเทศ เพื่อควบคุมมิให้โรคติดเชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดในวงกว้าง มีผลตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม-30 เมษายน 2563 ในส่วนของผู้ป่วยจิตเวชที่อยู่ในเขตสุขภาพที่ 9 ประกอบด้วย นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ ซึ่งส่วนใหญ่อาการเรื้อรัง ต้องกินยาต่อเนื่องเพื่อควบคุมอาการและป้องกันการป่วยซ้ำ โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่จะอยู่ที่บ้านและชุมชน

          ขอให้ญาติและครอบครัว ช่วยกันดูแลผู้ป่วยเป็นกรณีพิเศษให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ โดยให้อยู่ที่บ้านให้มากที่สุด ทำกิจวัตรประจำวันที่เคยมี ใช้ชีวิตอย่างปกติในรูปแบบที่ปลอดภัย เช่น อยู่ห่างกันอย่างน้อย 1-2 เมตร ไม่อยู่ใกล้กับผู้ที่มีอาการไข้หวัด ล้างมือฟอกสบู่บ่อยๆ พักผ่อนให้เพียงพอ กินยาตามแพทย์สั่ง พาไปพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุราหรือใช้สารเสพติดใดๆ

          ขอให้ญาติระมัดระวังอาการกำเริบ ซึ่งผู้ป่วยมักจะมีสัญญาณอาการเตือนล่วงหน้ามาก่อนเสมอ 5 อาการดังต่อไปนี้ 1.ไม่หลับไม่นอน หรือนอนหลับๆ ตื่นๆ 2.เดินไปมา คือ มีพฤติกรรมนั่งไม่ติดที่ เดินไปเดินมา 3.พูดจาคนเดียว เช่นพูด ยิ้ม หรือหัวเราะคนเดียว ซึ่งแสดงถึงว่าผู้ป่วยเกิดอาการหูแว่วหรือเห็นภาพหลอน 4.มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียว อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย และ 5.หวาดระแวง เช่นคิดว่ามีคนนินทาว่าร้าย มีคนแอบฟัง หรือคอยติดตามทำร้าย เป็นต้น 

 

 

 

           หากมีอาการที่กล่าวมาปรากฏอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่กล่าวมา ขอให้รีบแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที ไม่ต้องรอดูหรือปล่อยให้ผู้ป่วยอาการรุนแรงก่อน ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาโดยฉับไวและใกล้บ้าน เพื่อควบคุมอาการให้สงบได้อย่างทันท่วงที จะมีผลดีต่อตัวผู้ป่วย และป้องกันปัญหาการนอนรักษาซ้ำในโรงพยาบาล

          ประชาชนทั่วไป สามารถดูแลจิตใจตนเองในระหว่างที่โควิด-19 แพร่ระบาด ขอให้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำตามหลัก 5 ร. ของกรมสุขภาพจิต ได้แก่ 1.รู้อารมณ์ หาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น ดูหนัง ดูตลกทางมือถือ หรือทางคอมพิวเตอร์ ฟังเพลง ฝึกสมาธิ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีคลายเครียดที่ไม่ถูกต้อง ได้แก่ สูบบุหรี่ ดื่มเหล้าหรือใช้สารเสพติด 2.รับสื่ออย่างมีสติ โดยไม่หมกมุ่นเกิน รับเพียง 1-2 ครั้ง และร่วมมือปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

           3.รักษาสุขภาพ อยู่บ้าน และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ ป้องกันตนเองอย่างเคร่งครัด 4.รีบปรึกษา หากมีความกังวลใจ ให้โทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง และ 5.ระมัดระวัง ไม่แสดงท่าทีรังเกียจ ไม่ตอกย้ำ ไม่ล้อเลียนผู้ที่เสี่ยงหรือป่วยจากโควิด-19

           ประชาชนที่จำเป็นต้องกักตัวเอง 14 วันตามมาตรการของกรมควบคุมโรค เพื่อควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้ได้ผลโดยเร็ว สามารถดูแลจิตใจไม่ให้เกิดความเครียดด้วยหลัก 5 ต. ดังนี้

           1.ติดต่อกับคนที่เรารักหรือคุ้นเคยผ่านทางมือถือหรือโซเชียลมีเดีย จะช่วยให้เรารู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวและทำให้เกิดกำลังใจ 2.ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ไม่หมกมุ่นเกินไป หากรู้สึกเครียดให้หยุดติดตามและหากิจกรรมอื่นทำ 3.ต่อต้านความเครียด เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือที่ชอบ ฟังเพลง เป็นต้น

           4.เติมเต็มความรู้ หาข้อมูลดูแลจิตใจตัวเอง หากเครียด กังวลใจ สามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้าน หรือปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง และ 5.ต้องชมตัวเองที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ยอมกักตัวเอง ช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อโรค

