คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

ไฟทำลายล้าง

18 กุมภาพันธ์ 2563 - 08:29 น.
ไฟป่า,ภูกระดึง,สิ่งแวดล้อม,ฝุ่นพิษ
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 431 ครั้ง

ไฟทำลายล้าง บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563


 


          แม้ในเบื้องต้นจะมีคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่่ระดับสูงของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย ว่าสามารถดับไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็วตั้งแต่เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์จนถึงวันรุ่งขึ้นได้เรียบร้อยแล้ว ด้วยความร่วมมือกันของทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่อุทยาน ลูกหาบ เจ้าของร้านค้า และนักท่องเที่ยวกว่า 100 ชีวิต แต่หายนภัยครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่เสียหายกว่า 3,400 ไร่นั้น จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาฝุ่นควันพิษในภาคเหนือให้ยิ่งรุนแรงขึ้นอีก ซ้ำร้ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามาจากการเผาเพื่อหาของป่าของประชาชนด้านล่างจนลุกลามขึ้นมาบนภูกระดึง เรื่องนี้จึงสนับสนุนสมมุติฐานที่ว่าปัญหาฝุ่นควันในภาคเหนือส่วนใหญ่แล้วมาจากการเผาของเกษตรกรและชาวบ้าน

 

 

          กล่าวสำหรับสภาพแวดล้อม ปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นแทบทุกมุมโลกไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย ป่าอเมซอนในอเมริกาใต้ ล้วนแต่รุนแรงและล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติอันเป็นมรดกของมวลมนุษยชาติอย่างใหญ่หลวง ทั้งก่อมลพิษทางอากาศและซ้ำเติมภาวะเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุโลกร้อน อันนำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่น การระบาดของโรคร้ายต่างๆ หรือแม้แต่โรคอุบัติใหม่ ทุกวันนี้โลกกำลังเผชิญกับไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่าพันคน และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงเมื่อไร ในขณะที่ความพยายามเอาชนะด้วยวัคซีนยังไม่ประสบผลสำเร็จ สถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่่เลวร้ายลงในหลายประเทศทั่วโลกขณะนี้บ่งชี้ว่าจะต้องเร่งลงมือแก้ไขกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง 


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน


          สำหรับประเทศไทยภาคกสิกรรมตกเป็นจำเลยผู้ทำลายสภาพแวดล้อมในสองกรณีคือ พื้นที่การทำนาข้าวเป็นบ่อเกิดของการสร้างก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอับดับสองรองจากภาคพลังงาน อีกกรณีหนึ่งคือการเผาในที่โล่งแจ้งในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายนของปีถัดมา ซึ่งเป็นการเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เพาะปลูกในช่วงหน้าฝนที่จะมาถึงใน 1-2 เดือนข้างหน้า ส่วนในภาคกลาง ปัญหาการเผารุนแรงมาจากการทำไร่อ้อย ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายจังหวัด แต่ในขณะเดียวกันที่ผ่านมาหลายรัฐบาล นับเนื่องตั้งแต่เกิดปัญหาฝุ่นควันรุนแรงในภาคเหนือตั้งแต่ปี 2550-2553 จนถึงปัจจุบัน ก็ยังไม่สามารถจัดการกับปัญหาการเผาในที่โล่งของภาคการเกษตรได้ ขณะเดียวกันก็มีปัญหาใหม่เข้ามาซ้ำเติมคือการเผาป่า หรือแม้แต่ไฟป่าที่เกิดโดยธรรมชาติที่อาจจะรุนแรงขึ้นอีกในอนาคตก็เป็นได้




          การเผาป่า การเผาเพื่อการเกษตร และการเผาอื่นๆ ที่เป็นการทำลายสภาพแวดล้อมและสร้างภาวะเรือนกระจก เป็นปัญหาใหญ่ทั้งในระดับชาติและระดับโลก อันมีความจำเป็นต้องเร่งบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อป้องกันและควบคุมไฟป่า และการเผาในที่โล่งอย่างได้ผล กรณีไฟป่าภูกระดึงนั้น เปรียบเสมือนเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วงขึ้น ปลุกจิตสำนึกของทุกฝ่ายให้หันมาเอาใจใส่ต่อสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง ปัญหามลพิษ และตามมาด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่อาจจะมีโรคอุบัติใหม่ในวันข้างหน้าขึ้นได้อีก ล้วนมาจากการทำลายล้างสภาพแวดล้อมแบบไม่ยั้งคิดทั้งสิ้น จนถึงขณะนี้แม้จะค่อนข้างสายไปสักหน่อย แต่ก็ยังไม่ถือว่าช้าเกินไปที่จะร่วมกันแก้ไขปกป้องก่อนที่ธรรมชาติจะลงโทษเรารุนแรงกว่าที่กำลังประสบกันอยู่



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ