คมชัดลึกออนไลน์ 21 กุมภาพันธ์ 2563
คมชัดลึกออนไลน์
เจาะประเด็นร้อน

เสนอคุมรถบิ๊กไบค์ ลดอุบัติเหตุ

26 ธันวาคม 2562 - 08:25 น.
อ๊อด เทอร์โบดับเครื่องชน,เสนอคุมรถบิ๊กไบค์ ลดอุบัติเหตุ
เจาะประเด็นร้อน

Shares :
เปิดอ่าน 935 ครั้ง

เสนอคุมรถบิ๊กไบค์ ลดอุบัติเหตุ คอลัมน์... อ๊อด เทอร์โบ..ดับเครื่องชน [email protected]


 

 


          ‘ดับเครื่องชน’ ขอเป็นสื่อกลางสนับสนุนแนวความคิดของ ส.ส. "จุลพันธ์ โนนศรีชัย" ผลักดันให้มีการพิจารณาออกกฎหมายเกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ว่า มีสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนอันเกิดจากรถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์เกิน 250 ซีซี ขึ้นไป ทั้งรถสปอร์ตและรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ พบว่าในปี 2557 มีผู้เสียชีวิต 145 ราย, ปี 2558 มีผู้เสียชีวิต 197 ราย, ปี 2559 มีผู้เสียชีวิต 285 ราย, ปี 2560 มีผู้เสียชีวิต 141 ราย และปี 2561 มีผู้เสียชีวิต 149 ราย

 

 

          จะเห็นได้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุการขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีเครื่องยนต์เกิน 250 ซีซี ในแต่ละปีเป็นจำนวนมากจนน่าวิตก จึงถือว่ารถประเภทนี้เป็นภัยสังคมอย่างหนึ่ง หรือจะเรียกว่าเป็นฆาตกรบนท้องถนนก็ได้

          สถิติการเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ที่ผ่านมาทำให้ทุกฝ่ายหันมาสนใจกันมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะให้มุ่งไปที่ใบขับขี่ทั้งการสอบใบขับขี่ และการแยกใบขับขี่ แต่สำหรับผมมีความคิดว่าการปล่อยให้มีการขับขี่บนถนนโดยไม่ควบคุม ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุ

          จึงอยากจะเสนอให้ออกกฎหมายหรือมีมาตรการควบคุมเกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์บนทางหลวงรวมถึงถนนสาธารณะ โดยต้องการให้ออกกฎหมายห้ามรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ขับขี่บนทางหลวงเพื่อหยุดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

          ในปี 2563 จะเสนอร่างพ.ร.บ.การจราจรทางบก หรือกฎหมายเกี่ยวกับการขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ ให้ทางสภาได้พิจารณา เพื่อประกาศใช้บังคับต่อไป

          โดยแคมเปญให้ทุกคนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นหรือมีข้อเสนอแนะได้ทางเพจ FB ‘จุลพันธ์ โนนศรีชัย’

          จะเป็นไปได้หรือไม่อย่างไร ออกความเห็นมาได้ครับ
อ๊อด เทอร์โบ


 


 วิกฤติวัย 40 ไม่อยากตกงาน ต้องปรับตัว
          มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ปี 2020 อาชีพที่มีความเสี่ยงตกงานสูง เช่น พนักงานบัญชี เสมียน พนักงานการเงินในสาขาธนาคาร และเซลส์ขายสินค้า เนื่องจากถูกเข้ามาทดแทนด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ AI และ อี-คอมเมิร์ซ โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุ 40-50 ปีขึ้นไป จะได้รับผลกระทบมาก


          ส่วนงานที่ต้องใช้ฝีมือ ความรู้เฉพาะทาง เช่น สปา เชฟ ยังสามารถไปต่อได้ เพราะปัจจุบันมีคนสั่งซื้ออาหารผ่านทางเดลิเวอรี่มากขึ้น ความต้องการคนทำอาหารก็จะมากขึ้นตามไปด้วย รวมถึงอาชีพให้คำปรึกษาในการดูแลสุขภาพร่างกาย การออกกำลังกาย

          สิ่งที่ผมอยากจะแนะนำ โดยเฉพาะกลุ่มคนอายุ 40-50 ขึ้นไป คือ การเร่งเรียนรู้ ปรับตัว เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจชิงพื้นที่อาชีพแห่งอนาคตให้ได้ หาสิ่งที่เราชอบให้เจอ พัฒนาศักยภาพของตัวเองจากจุดนั้นอย่างต่อเนื่องจนเชี่ยวชาญ

          ยิ่งคุณมีความเชี่ยวชาญ มีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในวงกว้าง ช่วยแก้ปัญหาให้คนได้มากมาย คนเหล่านั้นเต็มใจที่จะจ่ายเงินเพื่อเอาความเชี่ยวชาญของคุณ ไปแก้ปัญหาให้พวกเขา

          ยุคนี้เป็นยุคทองของคนที่มีความชำนาญเฉพาะทาง เมื่อจับคู่กับสื่อออนไลน์ ดึงคนที่ชอบในสิ่งเดียวกันได้มากขึ้น ก็สามารถต่อยอดไปสู่ตลาดที่มีความต้องการเฉพาะทางได้ ค่าแรงค่าจ้างของผู้เชี่ยวชาญ ย่อมสูงกว่าคนทำงานทั่วไปอยู่แล้ว เป็นกำลังใจให้ทุกคนในวัยนี้ครับ
สุรพล (วิภาวดี)

 


เรียนคุณ ‘สุรพล’ วิภาวดี
          อ่านจดหมายของคุณแล้วหวั่นใจเหมือนกันครับ เพราะมีหลายอาชีพที่อาจจะตกงานได้และอยากให้ทุกคนตั้งมั่นอยู่ในความจริงที่ว่าจะต้องปรับตัวหาความรู้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

          ยิ่งเวลานี้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็วมากเราต้องไม่หยุดนิ่งซึ่งเท่ากับถอยหลังเข้าคลอง

          โปรดระลึกอยู่เสมอว่าเราต้องก้าวให้ทันกับเทคโนโลยีหรือสิ่งใหม่ๆ ที่กำลังเข้ามาให้ได้
อ๊อด เทอร์โบ



 วิ่งช่วย รพ. เรื่องราวดีดีที่มีให้คนไทย
 คุณอ๊อด เทอร์โบ (ผ่านไปยัง ‘ตูน บอดี้สแลม’)

          ผมนับถือหัวใจ คุณตูน บอดี้สแลม และทีมก้าวคนละก้าว จริงๆ ครับ ที่ทำโครงการดีๆ วิ่งระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคเพื่อจัดซื้อเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังขาดแคลน ช่วยเหลือประชาชนในการรักษาตัวให้หายป่วย ด้วยเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย สร้างสุขภาพที่ดีให้แก่พี่น้องชาวไทย

          ล่าสุด วิ่งระดมทุน เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้แก่ 7 โรงพยาบาลภาคเหนือ ประกอบไปด้วย โรงพยาบาลทองแสนขัน จ.อุตรดิตถ์, โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์, โรงพยาบาลอุ้มผาง จ.ตาก, โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ จ.แม่ฮ่องสอน, โรงพยาบาลเวียงแก่น จ.เชียงราย, โรงพยาบาลสะเมิง จ.เชียงใหม่ และ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

          โดยเริ่มวิ่งมาตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม ที่ผ่านมา วิ่งผ่าน 5 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ จ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน และ มาสิ้นสุดที่ จ.เชียงใหม่ ระยะทางรวม 300 กิโลเมตร สำหรับยอดบริจาคในโครงการก้าวคนละก้าวภาคเหนือ ได้มากกว่า 22 ล้าน

          ถือว่าเป็นโครงการส่งท้ายปี เรื่องราวดีๆ ที่มีให้คนไทย ได้สร้างบุญยิ่งใหญ่พร้อมกัน พลังเล็กๆ ที่รวมกันแล้วยิ่งใหญ่มากครับ
บุญนำ (ลำปาง)


 


ไม่อยากพลาดข่าวสารสำคัญ บทวิเคราะห์ เจาะลึกแบบ อินไซด์ ฟรี!! เพียงติดตามได้ที่ Line official คมชัดลึก เพียงกดติดตามผ่าน

เพิ่มเพื่อน
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ