royal coronation
28 มกราคม 2563
เจาะประเด็นร้อน

"เดียว" อัจฉริยะนายหนัง คนไม่ยอมคน

7 ธันวาคม 2562 - 10:25 น.
เดียว,หนังน้องเดียว,บัญญัติ สุวรรณแว่นทอง,หนังตะลุง,เจาะประเด็นร้อน
Shares :
เปิดอ่าน 1,966 ครั้ง

รายงานพิเศษ จากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันที่ 7-8 ธ.ค. 62

 

 

************************************

 

 

เหมือนเพลงพี่ตูนบอก “ฟ้าครามไม่สร้างใคร” เส้นทางของนายหนังตะลุงตาบอด อย่าง เดียว บัญญัติ สุวรรณแว่นทอง” ก็ต้องกล้าออกมาเผชิญกับเมฆครึ้มพายุฝน

 

ถ้าเดียว หรือ “น้องเดียว” เลือกหยุดชีวิตไว้ที่ความพิการ ขีดเส้นคั่นตัวเองออกจากความฝัน และความสามารถ เขาคงไม่มีวันนี้

 

 

 

 

 

 

แต่วันนี้เรามาได้ยินข่าวคราวของน้องเดียวจากดราม่าที่เกิดขึ้นทั้งกับ “พระและนาง” คือกรณีพูดจาลบหลู่ท้าทายพระวัดเนินพิจิตร อ.นาหม่อม จ.สงขลา ที่ไปแสดงหนังจนเป็นข่าวใหญ่โต มาล่าสุดกับเรื่องราวปัญหาชีวิตคู่กับเมียรัก แม่ของลูก

 

บางครั้งความสำเร็จก็เหมือนดาบสองคม การมองโลกในแบบฉบับของเดียว ก็กลายเป็นเรื่องของการ “อยู่ไม่เป็น” ขึ้นมา

 

แต่เมื่อมองย้อนไปถึงเส้นทางจนถึงวันนี้ น้องเดียวคือขีดสุดของชีวิตคนหนึ่งจะทำได้

 

 

ฉีกลิขิต

 

เดียวเกิดช่วงปี 2533 ในผืนแผ่นดิน อ.ป่าพะยอม จ.พัทลุง แดนหนังตะลุงมโนราห์ ชื่อ “หนังตะลุง” ก็เพี้ยนมาจาก “หนังพัทลุง” ที่คนเมืองกรุงใช้เรียกการแสดงของทางใต้

 

เดียวเป็นลูกคนสุดท้องใน 3 พี่น้อง แต่น่าเสียดายที่เขาเกิดตาบอดตั้งแต่วัยแบเบาะ เคยเล่าว่าเพราะโดนหลังคาใบจากร่วงใส่ตา

 

แต่คงเพราะชีวิตมีลิขิตของมัน พอเริ่มโตราว 8 ขวบ ก็พบว่าตนเองชอบฟังเพลง ร้องเพลง จนมีโอกาสได้ไปร้องเพลงตามงานต่างๆ งานบวช งานแต่ง สารพัดงานในอำเภอ

 

 

 

 

 

บางคนว่าโชคชะตา บางคนว่าความสามารถ หรือทั้งสองอย่าง ต่อมาเดียวได้เข้าไปสัมผัสวงลูกทุ่งของ เอกชัย ศรีวิชัย” เพราะติดตามพี่สาวที่เป็นลูกจ้างรับงานดูแลเรื่องเสื้อผ้า อาหาร อยู่กับวงในตอนนั้น

 

ปรากฏว่าจากที่เดียวร้องฮึมฮัมอยู่หลังเวที ในใจก็คิดฝันว่าอยากมีวันที่ได้ร้องหน้าผู้ชมบ้าง วันหนึ่งลูกทุ่งสายใต้ผู้โด่งดังคับฟ้าบันเทิง ก็เปิดโอกาสให้เขาได้ทำตามฝัน

 

เรื่องนี้ เดียวเล่าไว้ในรายการ “เรื่องลับมาก” ทางเนชั่นทีวีว่า นายเอกคือไอดอลของเขา และเหตุที่เขาได้ขึ้นร้องก็เพราะวันนั้นเป็นวันเกิดนายวงพอดี

 

วันนั้นเดียวร้องเพลง “อดีตรักบ้านนา” เป็นอันว่าอายุแค่ 14 ปี เดียวสามารถทำงานจนมีรายได้มาสร้างบ้านใหม่ให้แม่ที่บ้านไม้เสียบ ต.เกาะขันธ์ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

 

ใครก็ตามที่เขียนไว้ว่าเด็กคนนี้ต้องมีสายตาพิการ ก็ต้องพ่ายแพ้กับใจของเดียวที่ไม่ยอมให้อุปสรรคทางร่างกายมาขวางกั้นพลังที่มีในตัว

 

 

 

ฉีกขีดจำกัด

 

คงต้องยกเครดิตให้เอกชัยคนดัง ด้วยสายตาแหลมคม เขามองว่าน้องเดียวต้องขับกลอนร้องหนังตะลุงจะดีกว่า

 

จากนั้นเดียวจึงเพียรฝึกเชิดหนังขึ้นมาด้วยตนเอง โดยมีแนวทางจากการฟังเทปของอาจารย์ณรงค์ ตะลุงบัณฑิต ศิลปินแห่งชาติ ที่เดียวบอกว่าท่านเป็นพ่อบุญธรรมของเขา

 

เดียวฝึกอยู่ไม่นาน ก็พอที่จะเล่นได้ แรกๆ เปิดเชิดแบบเล็กๆ ตามร้านข้าวแกง ร้านขนมจีน จนมีชื่อเสียงปากต่อปาก พอมีเงินสะสมที่จะทำวงหนังตะลุงเล็กๆ ของตนเองได้

 

 

 

 

 

ช่วงนั้นมีเสียงคัดค้านจากครอบครัว เดียวบอกว่าไม่มีใครส่งเสริมให้ตนเล่นหนังตะลุงเลยไม่ว่าจะแม่หรือยาย พวกเขาบอกว่าร้องเพลงไปเลย ไมค์ก็ไม่ต้องซื้อ แต่ถ้าเดียวไม่ดื้อในวันนั้น เขาก็ไม่มีวันนี้

 

มากไปกว่านั้นคือ ด้วยวัยของเขาที่ยังเป็นวัยรุ่น จึงส่งผลต่อทัศนคติการวางแนวทางการเชิดหนังในแบบที่ไม่เคยมีใคร (กล้า) ทำมาก่อน

 

ถ้าใครเคยดูหนังตะลุงสมัยก่อน เรียกได้ว่ารอจนดึกดื่นโหมโรงยังไม่ออก เสื่อผืนหมอนใบที่พกมานั่งรอ ก็ได้ใช้นอนในคืนนั้นกันเลยทีเดียว

 

แต่ของเดียว ไม่เพียงปรับเวลาใหม่ เล่นให้เร็วขึ้น คือเล่นสองทุ่มเลิกเที่ยงคืน แต่วงอื่นเริ่มราวสี่ทุ่มเลิกตีสอง และอารัมภบทน้อยลง แต่เนื้อหายังสนุกสนาน ทันสมัย เข้ากับสถานการณ์อีกด้วย

 

ที่สำคัญ เสน่ห์ของวงนี้คือ “เดียว” คนเดียวสมชื่อ เชิดตัวหนังตะลุงคนเดียว 4-5 ชั่วโมง เล่นได้ทุกตัว พากย์ได้ทุกเสียง จนได้บันทึกการแสดงสดหนังตะลุงชุดแรกของตัวเอง ชื่อ แรงบุญช่วยมารดา” ด้วยวัยเพียง 19 ปี

 

 

 

ฉีกขนบกฎเกณฑ์

 

เมื่อความแรงของเดียว โด่งดังเป็นที่รู้จักในพื้นที่ภาคใต้ มีแฟนคลับทุกเพศ ทุกวัย ภายหลังเขาก็มีสปอนเซอร์หลักเข้ามาดูแล คือบริษัทบ้านดนตรี KOY และปุ๋ยไข่มุกตราเรือไวกิ้ง

 

นอกจากการปรับเวลาการเชิดหนังให้เร็วขึ้น ไม่ต้องเล่นดึกเลิกเช้าเหมือนแต่เก่าก่อน แต่หนังของเดียวยังถูกตั้งคำถามจากคนหัวอนุรักษนิยมว่าท้าทายขนบเดิมหลายเรื่อง

 

 

 

 

เช่น การลดเวลาออกโรงของพระฤษีและพระอิศวร เหลือเพียง 10 นาที แต่เขาเคยเถียงว่าวงของเขาก็ยังบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น รุกขเทวดา นางเมขลา นางธรณี พระภูมิเจ้าที่ และพระรัตนตรัย เหมือนเก่าก่อน

 

มากไปกว่านั้นเดียวยังขยายฐานผู้ชมภาคอื่นๆ ด้วยการเล่นหนังตะลุงภาษากลางขึ้นเป็นครั้งแรก แต่มองอีกมุมที่คือการปฏิวัติเอกลักษณ์ที่มีมาเนิ่นนานกว่าศตวรรษ

 

เขาเคยให้สัมภาษณ์มุมนี้ว่า “วัฒนธรรมต้องดำเนินไปตามยุคสมัย ต้องมีทั้งคนเล่นและคนดู ไม่ใช่มีแต่ความดั้งเดิมแต่ไม่มีคนดู วัฒนธรรมต้องไม่มีแต่ชื่อ แต่ต้องจับต้องได้และดำรงอยู่จริง” (อ้างอิงจาก https://www.silpa-mag.com/culture/article_37457)

 

 

 

 

 

 

หลายครั้งหนังของเดียวพูดเรื่องการไม่จำเป็นต้องมีคู่ครองคนเดียว, พูดเรื่องอาชีพโสเภณีว่าเป็นอาชีพที่ไม่ได้น่ารังเกียจ, หยิบยกเอาเรื่องราวของพระสงฆ์ในมุมที่ไม่เหมาะควรมาตีแผ่ และใส่มุกตลก

 

นี่ยังไม่พูดถึงพร็อบข้าวของต่างๆ ที่ของเดียวจัดเต็ม ทั้งฉากแสงสีเสียง มีตัวละครและปกใหม่ เช่น โดราเอมอน อุลตร้าแมน ไม่จำกัดอยู่แค่ ไอ้เท่ง ไอ้ทอง หนูนุ้ย ไอ้แก้ว แต่หนังของเขาแต่งขึ้นมาใหม่ทุกเรื่อง ไม่ให้คนดูเบื่อ

 

ดังนั้นคำเรียกวงของน้องเดียวว่า “ลุกทุ่งวัฒนธรรม” จึงไม่ไกลจากความเป็นจริงเลย

 

 

 

ฉีกชีวิตตัวเอง?

 

ถ้าความสำเร็จของเดียวมาจากการกล้าที่จะฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ทิ้งแบบที่ยุคนี้เรียกว่า “อยู่ไม่เป็น” แต่ผลพวงจากความสำเร็จนี้ กำลังทำให้เดียวอหังการจนอาจทำลายชีวิตของตนเองหรือไม่

 

อย่างปัญหากับพระ ที่เดียวถูกคอมเมนต์ทำนองจ้างแพงไป ก็น่าจะเริ่มจากความโด่งดัง ที่ทำให้วงของเดียวขึ้นหม้อและมีราคาในระดับดาว

 

เดียวกล่าวถึงเรื่องราคา 7 หมื่นที่พระจ้างมาแสดงว่าสมน้ำสมเนื้อแล้ว เพราะหนังของเขาจอ 16 เมตร ทีมงาน 30 ชีวิต มีทุกอย่างครบแบบวงหมอลำอีสานเงินล้าน ขณะที่วงอื่นราคาเริ่มต้นหลักหมื่นจนถึงสามหมื่น แต่จอ 7 เมตร นักดนตรี 9 รวมตัวนายหนังเป็น 10 คน

 

 

 

 

 

ไม่เพียงความครบเครื่องที่ว่ามา เดียวยังต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนเชิดหนัง พร้อมยกระดับการแสดงประเภทนี้ขึ้นมาอีกด้วย

 

“เห็นศิลปินมาจากกรุงเทพฯ เจ้าภาพต้องไปรับที่สนามบิน ต้องพาไปพักที่โรงแรมก่อน ก่อนพาขึ้นเวที แล้วราคาเขาสองสามแสน เขาก็ยังจ้างได้ แล้วศิลปวัฒนธรรม ผมไม่อยากให้ใครมาดูถูก”

 

แต่หลายคนก็รับไม่ได้กับวิธีการตอบโต้ของเดียวกับพระสงฆ์องค์เจ้า วันนี้กระแสของเดียวในวันที่เขามีอายุ 30 ปี ว่ากันว่าถึงขั้นที่ทุกวัดทั่วภาคใต้บอกเลิกคิวหนังของเขาหมดแล้ว และอาจจะไม่มีวัดไหนกล้ารับหนังเดียวมาแสดงอีก

 

 

 

 

 

ก่อนนี้ ภรรยาคนสวย สุนิสา สุวรรณแว่นทอง ที่ร่วมชีวิตกันมาจนมีลูกด้วยกันสองคน ก็มาหนีออกไปจากบ้าน ข่าวโยงกันไปใหญ่ว่าเพราะเกิดปัญหารักสามเส้า เดียวหลงกิ๊กจนถึงขั้นจะมาขอหย่าเมีย?

 

แต่สุดท้ายเธอก็กลับมาเคลียร์ข่าวว่าไม่ได้หลบหนี และอยากให้กลับมาคืนดีกันดังเดิม เรื่องก็เหมือนจะจบด้วยดี แต่หลายคนเชื่อว่า นี่อาจเป็นอีกผลพวงจากทัศนคติแบบ “เดียวๆ” ผู้ไม่เคยอ่อนข้อ ง้องอนใคร

 

ล่าสุดแว่วมาว่า เดียวเล่นหนังคล้ายว่าจะต่อว่าต่อขานฝ่ายหญิงไปหลายกระบุง ด้วยกระแสข่าวว่าฝ่ายที่มีกิ๊กไม่ใช่ตัวเขา

 

วันนี้ ถ้าถามเดียว เขาคงตอบว่าที่ผ่านมาเขาทำดีที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะลงท้ายอย่างไรก็ตาม

 

 

*******************************

 

ภากจากเฟซบุ๊ก หนังน้องเดียว ลูกทุ่งวัฒนธรรม

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ