royal coronation
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562
เจาะประเด็นร้อน

ช่องว่างทางการเมืองระหว่างวัย

วันที่ 14 ตุลาคม 2562 - 09:11 น.
รู้ลึกับจุฬาฯ,ช่องว่างทางการเมืองระหว่างวัย,ดรไชยันต์ ไชยพร,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,การเมือง
Shares :
เปิดอ่าน 1,296 ครั้ง

ช่องว่างทางการเมืองระหว่างวัย คอลัมน์... รู้ลึกกับจุฬาฯ

 

 


          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตกเป็นเป้าการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรุ่นใหม่หลังหลุดคำพูดในงานสัมมนาการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยในภาคการเกษตร เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า เด็กรุ่นใหม่ของประเทศไทยต้องมารับจ้างทำงาน ทำให้ครอบครัวไม่อบอุ่น ความสัมพันธ์ห่างเหิน

 

 

          ยิ่งไปกว่านั้น นายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า คนรุ่นใหม่มีปัญหาที่จิตสำนึก โดยเฉพาะในเรื่อง อุดมการณ์ความรักชาติที่ระบบการศึกษาไม่ได้สอน เน้นสอนแต่วิชาการ ทำให้เยาวชนเติบโตมาแบบไม่มีกรอบคิดลึกซึ้ง คิดแต่อะไรที่ฉาบฉวย เช่น มีเงินมากๆ ทำอาชีพสบายๆ เป็นต้น


          กระแสวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรีสืบเนื่องจากทัศนะดังกล่าวแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ จนทำให้โฆษกรัฐบาลต้องออกมาชี้แจงว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้มีเจตนาสื่อความหมายเชิงลบถึงเยาวชน


          ศาสตราจารย์ ดร.ไชยันต์ ไชยพร คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงคือการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยจากสังคมเกษตรสู่สังคมอุตสาหกรรม ส่งผลให้สภาพครอบครัวไทยกลายเป็นครอบครัวเดี่ยว และด้วยระบบทุนนิยม ก็ส่งผลให้ประชาชนต้องทำงานให้เต็มที่ ดังนั้น ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ห่างเหินกันมากขึ้น ต่างคนต่างอยู่ คือผลจากปรากฏการณ์ดังกล่าว ทำให้เด็กรุ่นใหม่ต้องดิ้นรนและหารายได้เพื่อจับจ่ายใช้สอยสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการต่างๆ

 

          "ผมคิดว่านายกฯ ท่านก็บ่นไปอย่างนั้นแหละ แต่ก็ต้องเข้าใจระดับหนึ่งว่าสิ่งที่พูดออกมาจะมีผลกระทบ ควรระมัดระวัง สิ่งที่เกิดขึ้นคือโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมไทยมันเปลี่ยนไปแล้วแล้วทุกวันนี้สินค้ามันมีเยอะแยะหลากหลาย เด็กเองเขาก็อยากมีอิสรภาพในการใช้จ่าย ในการเสพไลฟ์สไตล์ด้วยเงินของเขาเอง เขาก็อยากรวยทางลัด ใครบ้างไม่อยากรวยลัด แต่การรวยลัด มันมักจะทำให้คนนิสัยเสีย และถ้ารวยลัดแล้ว ไม่รู้จักทำให้มั่นคงแข็งแรง สังคมก็จะอ่อนแอถ้ารัฐบาลและภาคสังคมจะช่วยตรงนี้ คืออยากให้ชาติเข้มแข็ง ต้องสร้างเงื่อนไขให้คนที่รวยลัดเมื่อรวยแล้ว ไม่ใช้วิธีรวยลัดต่อไป"

 





          อาจารย์ไชยันต์ชี้ว่า “ความรักชาติ” ในบริบทที่มีการอ้างถึงในคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีความไม่ชัดเจนและย้อนแย้ง เพราะในขณะที่กล่าวถึงความรักชาติ แต่ขณะนี้ ไทยเองก็รับการลงทุนจากต่างชาติ และมีนโยบายเศรษฐกิจที่พึ่งพาต่างชาติจำนวนมาก เช่น โครงการอีอีซี ที่ไม่รู้ว่าแรงงานไทยจะได้เข้าไปทำกี่มากน้อยเพราะเน้นใช้เอไอ และงานระดับวิศวกรคุม โอกาสที่แรงงานไทยจะได้ประโยชน์น่าจะไม่สูงนัก เพราะเกณฑ์โรงงานที่ตั้งไว้ค่อนข้างสูงมาก


          “พูดง่ายๆ คือชาตินิยมของไทยมันกินไม่ได้ ผมยกตัวอย่างนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ คือเขาจะเน้นว่า America First คือผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ความปลอดภัยต่างๆ ของคนอเมริกันต้องมาก่อน มันกินได้ แต่ชาตินิยมของเรา ไม่มีความชัดเจนว่าจะไปในทิศทางไหน เรามีการอัดฉีดจีดีพี แต่ไม่ได้วางเป้าหมายให้เยาวชนเห็น เพราะถ้าเขาเห็นว่าเขาได้ประโยชน์ เขาก็จะรักชาติโดยปริยาย”


          ยิ่งไปกว่านั้น เป็นไปได้ว่าความไม่เข้าใจเด็กรุ่นใหม่ของนายรัฐมนตรีที่นำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ มีที่มาจากพื้นฐานของการเป็นทหารของนายกรัฐมนตรีซึ่งจะมีกรอบคิดชัดเจน เคร่งครัด และยากที่จะเข้าใจปรากฏการณ์นอกเหนือไปจากเรื่องของความมั่นคง


          ในขณะเดียวกัน องค์กรทหารในประเทศไทยก็ไม่ได้ถูกมองในภาพลักษณ์ชาตินิยมเชิงบวกในกลุ่มคนรุ่นใหม่ เพราะที่ผ่านมา สังคมไทยมีความขัดแย้งทางการเมืองที่มีผู้มีส่วนได้เสีย มีการชุมนุมประท้วงและความชุลมุนช่วงวิกฤติ โดยเฉพาะการขึ้นมาดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี และการบริหารประเทศที่ไม่มีประสิทธิภาพของรัฐบาลทหาร


          “คนในองค์กรทหารจะเอากรอบในองค์กรตัวเองมาครอบคนนอกเขาไม่ได้ เราไม่เหมือนสหรัฐ ที่ประชาชนเขามองทหารเป็นผู้รักษาเสรีภาพ เป็นผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตยโลก แต่ของไทยเราไม่ได้มองอย่างนั้น ชาตินิยมมันเสียเองไปเลย คนรุ่นใหม่เขาก็ไม่ชอบชาติ มองว่าพอพูดถึงเรื่องนี้ก็นึกถึงหน้าลุงตู่”


          ขณะเดียวกัน สังคมตั้งแต่ศตวรรษที่ 20 จนถึงปัจจุบัน มีพลวัตการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความแตกต่างระหว่างวัยของคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าสูงมาก ความสัมพันธ์ของคนเองก็ห่างเหินไปกว่าแต่ก่อน ซึ่งอาจารย์ไชยันต์ชี้ว่าเป็นภาวะปกติของสังคมสมัยใหม่ ที่ส่งผลกระทบในเชิงการเมือง


          “อย่าตกใจกับช่องว่างระหว่างวัย มันเป็นมานานแล้วไม่ใช่หรือ เป็นเรื่องปกติของภาวะสมัยใหม่ (Modernity) มีความขัดแย้ง เพราะโลก สังคมมันเปลี่ยนแปลงเร็ว คนที่เก่งเทคโนโลยีวันนี้ อีกห้าเดือนอาจตกขบวน ถ้าตามไม่ทัน แล้วสำมะหาอะไรกับคนที่อายุห่างกันมาก การเปลี่ยนแปลงมันเร็วขึ้นเรื่อยๆ เร็วกว่าในอดีตหลายเท่าตัว ตอนนี้ อายุห่างกันไม่ต้องมาก ก็พูดกันไม่รู้เรื่อง แต่จริงๆแล้ว ไม่เกลียดกันหรอก แต่อาจจะเบื่อหรือรำคาญเพราะพูดกันไม่รู้เรื่อง” อาจารย์ไชยันต์ตั้งข้อสังเกต


          ยิ่งไปกว่านั้น ความขัดแย้งของไทยมีความซับซ้อนมากขึ้นส่วนหนึ่งเพราะมีการเมืองเข้ามาเป็นตัวแปร


          ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมามีตัวเร่งสำคัญคือพรรคการเมืองอย่างพรรคอนาคตใหม่ที่ต้องการเร่งขับความแตกต่างให้ชัดขึ้นด้วยการชูประเด็นเรื่องคนรุ่นใหม่ พร้อมๆ กันนั้น พรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคคนรุ่นเก่าก็เข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองทำให้เป็นเป้าในแง่ของการสืบทอดอำนาจจาก คสช.


          “อะไรที่การเมืองมันเข้ามาช่วยเร่ง มันเป็นปัญหาทั้งนั้น ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม” อาจารย์ไชยันต์กล่าว


          เมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างคนสองรุ่นด้วยกัน ควรให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ซึ่งนักสังคมวิทยาย่อมให้คำแนะนำตรงนี้ได้ดี เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจถึงปรากฏการณ์ในลักษณะดังกล่าวว่าเป็นเรื่องปกติของสังคมสมัยใหม่


          คนรุ่นใหม่ก็จะเข้าใจว่า อีกไม่นาน ก็จะเป็นคนรุ่นก่อนรุ่นเก่า ดังนั้น คนรุ่นใหม่ก็จะเข้าใจคนรุ่นก่อนมากขึ้น และคนรุ่นก่อนก็ควรย้อนมองตัวเองสมัยวัยรุ่น ก็มีปัญหาเดียวกันนี้กับรุ่นพ่อรุ่นแม่ ก็จะเข้าใจกันและกันมากขึ้น สังคมที่เข้มแข็งจะเปลี่ยนผ่านอย่างไม่ต้องแตกหักสูญเสีย คนรุ่นใหม่เขาไม่ได้เป็นอันตรายได้มากนักเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อนที่ยังกุมอำนาจ กำลังและทรัพยากรไว้อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน


          “ความคิดทางการเมือง อุดมการณ์ทางการเมือง เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ตามวัยนะ บางคนยึดอุดมการณ์จนแก่ บางคนเปลี่ยนแปลงไปด้วยหน้าที่ความรับผิดชอบที่เปลี่ยนไป เป็นเรื่องปกติ คนรุ่นใหม่เองในอีก 50 ปีหน้าก็ไม่ใช่คนรุ่นใหม่แล้ว แล้วก็อาจจะกลายเป็นไดโนเสาร์ โดนเด็กรุ่นใหม่ในอีก 50 ปีข้างหน้าล้อเลียนเอาก็ได้ การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่ต้องอย่าให้การหาเสียงทางการเมืองมันพาเตลิดกันจนเกินไป ทั้งเด็กและผู้ใหญ่” อาจารย์ไชยันต์ทิ้งท้าย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
-ชวน พร้อมรับเรื่อง วัชระ ร้องสอบปมขรก.สภา
-วิษณุ ชี้กล่าวถึง กษัตริย์ในสภา ควรประชุมลับ
-(คลิป) ชวน กรีด รัฐบาลต้องรู้หน้าที่แจงสภา
-สภาฯเปิดใช้ปลายปี เผยกลาง ต.ค.นี้ถกพ.ร.บ.งบประมาณ
 

 

 

 

 

 

 

 

ข่าวเกี่ยวข้องในเครือ
Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ