แม้จะออกจากพรรคเพื่อไทยมาสองเดือนเศษแล้ว แต่ “จาตุรนต์ ฉายแสง” เปิดเผยว่าวันนี้ยังมีคนเข้าใจผิดว่าเขายังอยู่พรรคเพื่อไทย

               ตอนนี้ “จาตุรนต์” มีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ พรรคที่มีชื่อย่อ “ทษช.” ที่ใครๆก็อดคิดไม่ได้ว่าช่างพ้องกับ “ทักษิณ ชินวัตร”

               **ไทยรักษาชาติ : ยุทธศาสตร์สกัดการสืบทอดอำนาจ

               “จาตุรนต์” ให้สัมภาษณ์พิเศษ “คม ชัด ลึก” ย้ำถึงปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจออกจากพรรคเพื่อไทย คือเรื่องการจะแพ้ชนะของฝ่ายประชาธิปไตย โจทย์ข้อใหญ่คือจะหยุดการสืบทอดอำนาจของ คสช.ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ฝ่าย คสช.ก็จะอยู่อีกยาวนาน อาจจะถึง 8 ปี โดยมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีกำกับอยู่

               “การมี 250 เสียงของ ส.ว. ที่คสช.ตั้งขึ้นมา มาร่วมเลือกนายกฯ ทำให้กติกาในการตั้งรัฐบาลผิดเพี้ยนบิดเบือนจากความต้องการของประชาชน”

               “พรรคไทยรักษาชาติเป็นกุญแจสำคัญที่จะให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะ ถ้าไม่มีพรรคไทยรักษาชาติ หรือมีแล้วไม่ประสบความสำเร็จ โอกาสที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะตั้งรัฐบาลได้จะน้อยลงมาก ฉะนั้นถ้าคิดในแง่ความจำเป็นทางยุทธศาสตร์การทำให้พรรคไทยรักษาชาติประสบความสำเร็จ จะหยุดการสืบทอดอำนาจได้”

 

               **ท้าแข่งพรรคพลังประชารัฐ

               ถามถึงจำนวนส.ส.เป้าหมายของพรรคไทยรักษาชาติ จาตุรนต์ บอกว่า พรรคไทยรักษาชาติไม่ได้แข่งเป็นพรรคอันดับ 1 เชื่อว่าเพื่อไทยยังจะเป็นพรรคอันดับหนึ่ง

               “บางคนอาจจะคิดว่าเป็นไปได้หรือเปล่า แต่ผมคิดเทียบกับพรรคพลังประชารัฐ” จาตุรนต์ ประกาศ

               เมื่อแย้งว่าพรรคพลังประชารัฐหวังพรรคอันดับสอง ได้ ส.ส.เกินร้อย จาตุรนต์ ตอบสวนทันทีว่า “ผมไม่เชื่อ และผมคิดว่าเขาไม่ถึงร้อยแน่ผมคิดไม่ออกว่าพลังประชารัฐจะได้จากพื้นที่ไหนมากๆ ฉะนั้นเราขอแข่งกับพรรคพลังประชารัฐ”

 

 

               ถามว่า ส.ส.ไทยรักษาชาติจะมาจากไหนบ้าง เพราะมีข้อมูลว่าพรรคนี้จะตั้งมาเพื่อเก็บคะแนนส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ จาตุรนต์ กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะหวังแต่ปาร์ตี้ลิสต์ หลายพื้นที่มีศักยภาพที่จะเอาชนะในเขตเลือกตั้งได้ เชื่อว่าพรรคจะได้ทั้งปาร์ตี้ลิสต์และ ส.ส.เขต

  

               **ยอมรับพรรคไทยรักษาชาติแผ่ว

               ถามว่าดูเหมือนพรรคไทยรักษาชาติจะเงียบๆ ไป โดยเฉพาะถ้าเทียบกับช่วงเปิดตัว ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ บอกว่า ไม่ถึงกับเงียบ แต่ถ้าถามว่าเป็นที่รู้จักมากพอไหมก็ยอมรับว่ายังต้องทำงานกันอีก

               “ผมไปเดินที่ต่างๆ ตามตลาด ตามศูนย์การค้า ยังมีคนเข้ามาทักอยู่เรื่อยๆ ว่าชอบคุณนะ และจะเลือกเพื่อไทยด้วย” จาตุรนต์ เล่าไปพลางหัวเราะไป ถึงการที่ผู้คนยังจดจำเขาว่าอยู่พรรคเพื่อไทย

               "เป็นการบ้านเราต้องคิดว่าจะต้องทำอย่างไรที่จะทำให้คนรู้ว่าตอนนี้อยู่พรรคไทยรักษาชาติแล้วยังพูดกันเล่นๆ ว่า เราไปนั่งอดข้าวสักวัน ถ้าใครถามมาอดข้าวทำไม บอกเราอยู่พรรคไทยรักษาชาติครับ แล้วก็กลับบ้าน” จาตุรนต์พูดขำๆ ถึงการคิดวิธีที่จะทำให้คนรู้จักพรรคไทยรักษาชาติไทยอย่างไรก็ตามเขาบอกว่า เชื่อว่าเมื่อถึงวันรับสมัครเลือกตั้งน่าจะดีขึ้น

 

 

 

  

               **เพื่อไทยพระเอก ไทยรักษาชาติพระรอง?

               ถามว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้พรรคไทยรักษาชาติแผ่วๆ ไปเพราะมีการกำหนดสถานะมาตั้งแต่ตั้งพรรคแล้วว่ายังไงพรรคเพื่อไทยก็ต้องเป็นหลัก ส่วนไทยรักษาชาติก็เป็นรอง จาตุรนต์ บอกว่า ไม่มีการกำหนดอย่างนั้น

               “ไทยรักษาชาติไม่ใช่พรรคที่ตั้งใจจะมาแข่งกับเพื่อไทย เราเป็นพันธมิตรกันโดยธรรมชาติเพราะต้องการหยุดการสืบทอดอำนาจ นโยบายหลักๆ หลายๆ อย่างก็จะคล้ายๆ กัน”

               แบบนี้ก็ยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมต้องเลือกไทยรักษาชาติในเมื่อมีพรรคเพื่อไทยอยู่แล้วหรือหรือไม่ ?

               จาตุรนต์ กล่าวว่า เลือกไทยรักษาชาติ ทำให้โดยรวมๆ ของฝ่ายประชาธิปไตย ซึ่งมีเพื่อไทยรวมอยู่ด้วยจะชนะ ไม่ใช่เป็นเรื่องแทนกัน ทำไมไม่เลือกเพื่อไทย ทำไมต้องมาเลือกไทยรักษาชาติ และเมื่อถึงเวลาเลือกตั้งจะมีปัญหานี้ไม่มาก

               “ไม่ใช่ว่าไทยรักษาชาติจะส่งผู้สมัครครบทุกเขต ในหลายพื้นที่ที่เพื่อไทยไม่ได้ส่งก็จะไม่มีประเด็นว่าทำไมไม่เลือกเพื่อไทย ทำไมต้องเลือกไทยรักษาชาติ”

  

               **ดันพรรคการเมืองเลือกข้าง

               จาตุรนต์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้สุดท้ายอาจต้องเป็นอย่างมาเลเซีย ที่มาเลเซียเป็นประเด็นว่าจะให้นายกฯ คนเดิมเป็นนายกฯ ต่อหรือไม่ ของเมืองไทยสุดท้ายจะเป็นว่าจะให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อไปหรือไม่

               จาตุรนต์ มองว่าตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้งพรรคการเมืองจะมีความเป็นพันธมิตรกันไปเอง 2 ซีก อาจจะมีพรรคตรงกลางส่วนหนึ่ง แต่การเมืองจะพัฒนาไปสู่จุดที่คนจะต้องเลือกว่าจะหนุนพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อไปหรือไม่ ถ้าพรรคไหนยังกลางๆ ก็ต้องถูกถาม

               “พรรคกลางๆ ต่อไปก็ต้องถูกถาม การเมืองจะไปสู่จุดที่ต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง ถ้าไม่ไปสู่จุดนั้นฝ่ายประชาธิปไตยน่าจะยาก น่าจะไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ แต่ถ้าไปถึงจุดนั้นก็มีลุ้น มีโอกาสที่จะหยุดการสืบทอดอำนาจได้”

               สำหรับพรรคกลางๆ ในมุมมองของจาตุรนต์ ก็มีเช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย ชาติไทย

               “วิธีที่จะจัดการกับพรรคที่ยังไม่ชัดเจน คือสนับสนุนให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยได้เสียงเกินครึ่ง เพราะอีกหลายพรรคที่ยังไม่ชัดเจนจะตัดสินใจมาร่วม เพราะรู้ว่าถึงยังไงถ้า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ได้ก็บริหารประเทศไม่ได้ เพราะจะเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย”

 

  

               **ไทยรักษาชาติมีสิทธิ์เป็นนายกฯ

               ถามถึงกรณีมีข้อมูลว่าเขาจะมีชื่ออยู่ในบัญชีนายกฯ ไทยรักษาชาติ จาตุรนต์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีข้อมูลว่าเขาจะเป็นแคนดิเดตของเพื่อไทย เป็นหนึ่งในสามของบัญชี ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่ไม่เกิดขึ้นเพราะออกมาอยู่พรรคไทยรักษาชาติ

               อย่างไรก็ตาม จาตุรนต์ บอกว่า ตอนนี้พรรคไทยรักษาชาติยังไม่ได้พิจารณาเรื่องนี้

               เมื่อถึงเวลาเลือกนายกฯ จะโหวตกันอย่างไรในส่วนบัญชีนายกฯ พรรคเพื่อกับไทยรักษาชาติ จาตุรนต์ กล่าวว่า ทุกพรรคการเมืองเมื่อลงสมัครแล้วก็ต้องหนุนคนของพรรคเป็นนายกฯ ก็ต้องพยายามให้คนของพรรคเป็นนายกฯ ตอนจะตั้งนายกฯ จริงๆ พรรคที่จะร่วมกันก็ต้องมาหารือกัน ก็ต้องดูสภาพขณะนั้น การจะตั้งรัฐบาลของพรรคการเมืองคราวนี้ สำหรับฝ่ายที่ไม่ใช่ฝ่ายคสช. ต้องใช้เสียง 376 เสียง ฉะนั้นจะมีพรรคที่หลากหลายมาก ฉะนั้นต้องดูว่าพรรคต่างๆ จะคิดอย่างไร ต้องมาหารือกัน

               “ไม่แน่พรรคการเมืองที่เล็กกว่าอาจจะได้เป็นนายกฯ ก็ได้ เช่นกรณีที่มาเลเซีย หรือในไทยก็เคยเกิดมาแล้ว สำหรับไทยรักษาชาติก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสได้คนของตัวเองเป็นนายกฯ ยิ่งการเมืองแบบที่เคยมีขั้วมา ก็ยิ่งที่ต้องฟังพรรคต่างๆ” จาตุรนต์ พูดถึงโอกาสของพรรคไทยรักษาชาติ แถมหยอดตอนท้ายว่า ตอนนี้พรรคไทยรักษาชาติก็เป็นพรรคที่ยังไม่มีศัตรู

               “ไม่ใช่พูดเล่นๆ ไป การเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ ซึ่งไทยรักษาชาติก็ต้องเลือกกันให้ดีว่าจะให้ใครไปเป็นแคนดิเดตนายกฯ”

               “ถ้าถามว่าผมพร้อมไหม จริงๆ ผมจะเป็นนายกฯ มา 2 รอบแล้ว ตอนพรรคไทยรักไทยถ้าไม่ถูกยุบก็คุยกันแล้วว่าให้ผมเป็นหัวหน้า และถ้าชนะก็ได้เป็นนายกฯ แต่ถูกยุบพรรคไปก่อน ตอนเพื่อไทยไม่ได้บอกว่าใครจะเป็นอันดับ หนึ่ง สอง สาม ในบัญชีนายกฯ แต่แกนนำคนสำคัญๆ ก็พูดกันว่าให้ผมเป็นหนึ่งในนั้น”

               คำตอบกลายๆ คือ ไม่ต้องถามว่า จาตุรนต์ พร้อมเป็นนายกฯ หรือไม่

 

 

               **พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ

               จาตุรนต์ กล่าวว่า ถ้าประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งจริงๆ แสดงว่ามีการใช้กติกาที่เขียนไว้แบบได้เปรียบอย่างได้ผล ซึ่งจะขัดความรู้สึกคน เพราะได้มาเพราะมี 250 ส.ว.ในกระเป๋า เสียง 250 ส.ว. เท่ากับ ส.ส. ครึ่งประเทศ

               “ปัจจุบันที่ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ได้เพราะมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบ ที่อยู่ได้นานส่วนหนึ่งเพราะคิดว่าทนๆ กันไป คงจะอยู่อีกไม่นาน ถ้ามาเป็นอีกจะขัดความรู้สึกประชาชนและประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย เพราะเขาเรียกรัฐบาลนี้ว่ารัฐบาลทหาร จะมีเลือกตั้งเพื่อให้ได้รัฐบาลพลเรือน”

               แม้จะมีเลือกตั้งแล้วแต่กติกาไม่เป็นปกติต่างประเทศคาดหวังจะเป็นการเลือกตั้งที่ free and fair คือ เสรีและเป็นธรรม

               “ถ้าเป็น พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเป็นแล้วสง่างามคือต้องไม่มี 250 เสียงในมือ ถ้าอย่างนั้นจะไม่มีคำถาม”

               จาตุรนต์ ยังมองว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯจริงๆ ถ้าเจออภิปรายในสภาอาจจะทนไม่ได้

  

               **จุดยืนไทยรักษาชาติต่อกรณีทักษิณ

               ถามถึงจุดยืนของพรรคไทยรักษาชาติต่ออดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ที่ถูกมองว่าเป็นปมของความขัดแย้งในประเทศ จาตุรนต์ แสดงความไม่เห็นด้วย

               "คุณทักษิณเป็นเหยื่อของการยึดอำนาจ เหยื่อระบอบเผด็จการ แต่คุณทักษิณยังมีบทบาท ยังมีอิทธิพลต่อการเมืองไทยอยู่พอสมควร และยังคงไม่ยุติบทบาทไปเร็ว และคงจะอยู่กับการเมืองไปอีกน่าจะนานพอสมควร นี่คือความเป็นจริง แต่ทั้งหมดของการเมืองไทยไปขมวดอยู่ที่ทักษิณหรือไม่ ผมคิดว่าไม่จริงปมของการเมืองไทยจริงๆ อยู่ที่เผด็จการ ประชาธิปไตย ซึ่งยื้อกันมา 12 ปีแล้ว

               ยื้อกัน 2 ฝ่ายนี้ ในนั้นมีคุณทักษิณเป็นตัวแสดงคนหนึ่งอยู่ในนั้น สมมุติว่าคุณทักษิณไปอยู่ที่ไหนสักที่ สมมุติไม่มีทักษิณจะเกิดอะไรกับการเมืองไทย ฝ่ายหนึ่งก็ต้องการปกครองแบบนี้ต่อไปอีกฝ่ายบอกไม่ได้ต้องการให้เป็นประชาธิปไตย ให้ประชาชนเลือกแต่เลือกแล้วอาจไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะมีการเขียนกติกาใหม่ ต่างจากเดิม โดยให้มี 250 ส.ว. คือครึ่งหนึ่งของ ส.ส.มาอยู่ในกระเป๋าแล้ว ก็จะขัดแย้งอยู่แบบนี้"

               "ถามว่าพรรคไทยรักษาชาติจะมีนโยบายอย่างไรต่อทักษิณ ก็ต้องบอกว่าพรรคไทยรักษาชาติไม่มีนโยบายเฉพาะต่อบุคคลแต่มีนโยบายทั่วไปเรื่องความยุติธรรม ถ้าบ้านเมืองยุติธรรมขึ้นแล้วจะมีผลกับใคร รวมทั้งคุณทักษิณอย่างไรบ้างก็เป็นอานิสงส์ที่แต่ละคนจะรับไป”

 

 

 

               ก่อนจบการสนทนา จาตุรนต์ ฝากว่าการเลือกตั้งครั้งนี้สำคัญมาก จะตัดสินว่าคสช.จะมีอำนาจต่อไปหรือไม่ หรือจะเป็นประชาธิปไตย และย้ำ... 

               “ผมไทยรักษาชาติ ไม่ใช่เพื่อไทยแล้ว” !!

 

====================

โดย สมฤทัย ทรัพย์สมบูรณ์

 

ดูคลิป