คมชัดลึกออนไลน์ 9 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
ข่าวทั่วไป

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ติดไวรัส-'ฮู'เตือนสหรัฐเสี่ยงวิกฤติ

26 มีนาคม 2563 - 06:00 น.
โควิด19,เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์,อิตาลี,สหรัฐ,ฮู
ข่าวทั่วไป

Shares :
เปิดอ่าน 1,291 ครั้ง

"เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์" ประชวร-ตรวจพบโควิด "ฮู" ชี้สหรัฐอาจเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่ อิตาลีตายรวมเฉียด 7 พัน ด้านอินเดียล็อกดาวน์ 21 วัน ห้าม 1.3 พันล้านคนออกจากบ้าน ขณะที่เยอรมันหน้ากาก 6 ล้านชิ้นหายกลางสนามบินเคนยา


           เมื่อวันที่ 25 มีนาคม เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารอังกฤษ ทรงได้รับการตรวจว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยแคลเรนซ์เฮาส์ สำนักงานของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ยืนยันข่าวครั้งนี้ว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ พระชนมายุ 71 พรรษา ทรงแสดงอาการไม่รุนแรงและทรงงานอยู่ในวังที่ประทับตามปกติในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ส่วนคามิลลา ดัชเชสแห่งคอร์นวอลล์ พระชายา ทรงได้รับการตรวจเช่นกันแต่ผลปรากฏว่าไม่ทรงติดเชื้อ ขณะนี้ทั้งสองพระองค์ทรงอยู่ระหว่างการกักโรคอยู่ในวังที่ประทับที่สกอตแลนด์

 

 

 

          มีรายงานว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองเมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา ขณะที่แคลเรนซ์เฮาส์ เผยว่าไม่อาจทราบได้ว่า เจ้าชายแห่งเวลส์ทรงติดเชื้อจากผู้ใดเนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาได้ปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามปกติ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

สหหรัฐอาจเป็นศูนย์กลางแพร่
          องค์การอนามัยโลก หรือฮู รายงานว่า การติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในสหรัฐกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้น 85% ในยุโรปและสหรัฐ ซึ่งในจำนวนนี้ 40% เป็นการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อในสหรัฐเพียงประเทศเดียว โดยมีความเป็นไปได้ที่สหรัฐจะกลายเป็นศูนย์กลางการแพร่ระบาดแห่งใหม่

          ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กลับประกาศสวนทางกับฮู โดยยืนยันว่าขณะนี้วิกฤติไวรัสโคโรนาในสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเข้าสู่การยุติ พร้อมกับเรียกร้องให้หยุดการใช้มาตรการโซเชียล ดิสแทนซิ่ง โดยเร็ว โดยระบุว่า "ประเทศของเราไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ถูกปิด คุณสามารถที่จะทำร้ายประเทศหนึ่งด้วยวิธีนั้น นั่นคือการปิดมันลง ผมชอบที่จะเห็นประเทศที่เปิดกว้าง ยืนยันว่าผมเริ่มจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว”

ชี้ระบาดเร็วกว่าหัวกระสุน
          ขณะที่นายแอนดรูว์ คูโอโม นายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก ระบุว่า ตอนนี้โควิด-19 ระบาดในนิวยอร์กเร็วกว่ารถไฟหัวกระสุน นิวยอร์กต้องการเครื่องช่วยหายใจ 3 หมื่นเครื่อง แต่สำนักงานจัดการภัยฉุกเฉินส่วนกลางส่งมาให้แค่ 400 เครื่อง ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องใช้ 2 หมื่นกว่าคนคงตายก่อน

          ทั้งนี้ สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว 55,041 คน ในจำนวนนี้กว่า 1 ใน 3 อยู่ในรัฐนิวยอร์ก และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 790 คน รักษาหายแล้ว 348 คน

อินเดียห้ามพลเมืองออกนอกบ้าน
          วันเดียวกัน นายนเรนทรา โมดี นายกรัฐมนตรีอินเดีย ประกาศมาตรการห้ามการเดินทางทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนอินเดีย 1.3 พันล้านคน โดยมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ภายใต้ความพยายามที่จะชะลอการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ในประเทศอินเดีย โดยคำสั่งดังกล่าวซึ่งจะมีผลบังคับใช้ไป 21 วัน ได้ห้ามการเดินทางออกนอกบ้านทั้งหมด และแม้ว่าผู้นำอินเดียจะขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แต่หลังจากมีประกาศดังกล่าวไม่นาน ผู้คนจำนวนมากพากันไปเข้าแถวเพื่อรอซื้อสินค้าที่ร้านค้าต่างๆ ทั้งในกรุงเดลี รวมถึงเมืองอื่นๆ ทั่วประเทศ โดยมาตรการคุมเข้มของอินเดียมีขึ้นหลังจากในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้อินเดียยืนยันตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ 519 คน และมีผู้เสียชีวิต 10 ราย

อิตาลียังไม่นิ่งตายทะลุ700
          ขณะเดียวกัน มีรายงานสถานการณ์โควิด-19 ในอิตาลี ว่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ยอดรวมผู้เสียชีวิตภายใน 1 วันกลับไปสูงอีกเป็น 743 ราย เป็นสถิติสูงสุดอันดับสอง รองจากเมื่อวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม ที่สูงสุด 793 ราย อย่างไรก็ตาม อัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่ชะลอลงอย่างต่อเนื่อง โดยยอดรวมผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ของอิตาลีเพิ่มเป็น 6,820 ราย สูงที่สุดในโลก และห่างจากจีน (อันดับสอง) ออกไปเรื่อยๆ หลังจากผู้เสียชีวิตรายใหม่กลับไปทะลุ 700 รายอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งลดลงไปได้ โดยเมื่อวันอาทิตย์มี 650 ราย และวันจันทร์ 602 ราย

          ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมมี 69,176 คน เพิ่มขึ้นภายในวันเดียว 5,249 คน คิดเป็นอัตราเพิ่มร้อยละ 8 นับว่าต่ำที่สุดนับจากมีรายงานผู้เสียชีวิตรายแรก วันที่ 21 กุมภาพันธ์ แต่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยังไม่กล้าสรุปว่า อิตาลีพ้นภาวะเชื้อระบาดสูงสุด หรือพ้นจุดพีคแล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตามแม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือกับทางการที่จะอยู่แต่ในบ้าน ยังมีผู้ฝ่าฝืนจนถูกจับปรับมาแล้ว 1 แสนคน ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา
 

 

 

 

แนะฝรั่งเศสปิดเมืองยาว6สัปดาห์
          มีรายงานว่า ที่ฝรั่งเศส เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้รถโดยสารหลายคันเคลื่อนย้ายผู้อพยพหลายร้อยคนออกจากค่ายผู้อพยพในเขตโอแบร์วิลิเยร์ ทางตอนเหนือของกรุงปารีส ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ให้ไปอยู่ที่สนามกีฬาและโรงแรมต่างๆ ในกรุงปารีสและตามชานเมืองที่จัดเตรียมไว้รองรับ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวแรกของทางการฝรั่งเศสในการควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหมู่คนเร่ร่อนไร้บ้าน ท่ามกลางรายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่จากเชื้อโควิด-19 ที่มีเพิ่มขึ้นอีก 240 ราย หรือเพิ่มขึ้น 28 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในฝรั่งเศสขณะนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,100 รายแล้ว ทำให้ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ 5 ที่มีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เกินกว่า 1,000 ราย นอกเหนือจากจีน อิตาลี อิหร่าน และสเปน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 22,300 ราย หรือเพิ่มขึ้นมา 12 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

          ด้านคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทางวิทยาศาสตร์ที่คอยให้คำปรึกษาแก่รัฐบาลในการรับมือกับโรคระบาด กล่าวเตือนว่า มาตรการล็อกดาวน์หรือปิดเมืองที่ฝรั่งเศสประกาศใช้เมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อควบคุมการระบาดของเชื้อโควิด-19 ควรจะต้องบังคับใช้ไปต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์นับจากมีผลเมื่อวันที่ 17 มีนาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องขยายมาตรการนี้ออกไปจากที่ตอนแรกจะใช้เป็นเวลา 2 สัปดาห์

หน้ากาก6ล้านชิ้นหายสนามบิน
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอีกว่า โฆษกกระทรวงกลาโหมเยอรมัน ยอมรับว่า หน้ากากอนามัยจำนวน 6 ล้านชิ้น ที่กระทรวงสั่งซื้อนั้นได้หายไปจากท่าอากาศยานนานาชาติกรุงไนโรบี ของเคนยา โดยยังไม่รู้ว่าหายไปที่ใด โดยกระทรวงได้รับมอบหมายจากกระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนีในการจัดหาหน้ากากอนามัย โดยได้สั่งหน้ากากจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้ ซึ่งกำหนดการหน้ากากเหล่านี้ต้องเดินทางมาถึงเยอรมนีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น แต่ได้หายไปจากสนามบินกรุงไนโรบี ซึ่งทางกระทรวงยังไม่ทราบหายไปได้อย่างไร เหตุใดสินค้าจึงต้องถูกส่งผ่านเคนยา และรวมไปถึงไม่รู้ว่าหน้ากากเหล่านี้ถูกส่งมาจากที่ใด

นิวซีแลนด์ประกาศภาวะฉุกเฉิน
          วันเดียวกัน นางจาซินดา อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วประเทศ เริ่มต้นตั้งแต่เที่ยงคืนของวันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นไป โดยประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ได้รับการยืนยันเพิ่มขึ้นเป็น 205 รายแล้ว

          นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ระบุว่า ชาวนิวซีแลนด์จะต้องไม่ตื่นตระหนกหากเห็นยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มมากขึ้นกว่านี้ โดยการละเมิดกฎนั้นอาจเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยไม่รู้ตัว พร้อมขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกหากเห็นทหารและตำรวจำนวนมากลงพื้นที่ประจำการบนท้องถนน โดยยืนยันว่าตำรวจทหารเหล่านี้ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือ เพื่อเตือนให้ประชาชนทำตามข้อกำหนดของการกักกันโรค

‘หูเป่ย’โล่งรัฐบาลยกเลิกปิดเมือง
          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จีนยกเลิกมาตรการคุมเข้มมณฑลหูเป่ย ที่เป็นศูนย์กลางระบาดของโควิด-19 แล้วในวันพุธที่25 มีนาคมนี้ ขณะที่จีนไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่ แต่พบผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศเพิ่มอีกจำนวน 47 ราย จากการเปิดเผยของคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีน ทางการจีนได้ประกาศจะยกเลิกมาตรการปิดเมืองที่มณฑลหูเป่ย อย่างไรก็ดี เมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ที่เป็นต้นตอเริ่มแรกการแพร่ระบาดของโควิด-19 ประชาชนทั้งหมดจะสามารถเดินทางออกนอกพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน เป็นต้นไป ส่วนเมืองอื่นๆ ของจีนยังคงใช้กฎเข้มงวดในการกักตัวผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศต่อไป โดยเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มายังกรุงปักกิ่งถูกให้บินไปลงที่สนามบินอื่น และผู้โดยสารทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองโรคอย่างเข้มข้นต่อไป

พบ‘โควิด-19’ยังอยู่ในร่างผู้ป่วยที่ตาย
          สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญชาวจีนเผยว่าคณะวิจัยจีนได้ดำเนินการชันสูตรพลิกศพผู้ป่วยที่เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 29 ราย และพบว่ายังคงมีไวรัสหลงเหลืออยู่ในปอดของผู้ป่วยหลังจากเสียชีวิต โดยผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อจากโรงพยาบาลหมายเลข 1 แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง แถลงข่าวว่า ผลชันสูตรพลิกศพเผยให้เห็นความเสียหายรุนแรงที่เกิดกับระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย ซึ่งอาจเป็น “ปัจจัยสำคัญยิ่ง” ในการเสียชีวิต ทั้งระบุว่าการติดเชื้อไม่เพียงแต่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพยาธิสภาพ (pathological change) อย่างรุนแรงในปอดของผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังส่งผลให้เกิดการหลั่งสารในหลอดลมขนาดเล็ก ซึ่งทำให้จับออกซิเจนได้ยากขึ้น ทั้งนี้สืบเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่เสียหาย ผู้ป่วยจึงติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราได้ง่ายกว่าเดิม ซึ่งพบเห็นได้บ่อยในผู้ป่วยอาการรุนแรง อีกทั้งการติดเชื้อซ้ำซ้อนเช่นนี้มักเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้อาการของผู้ป่วยทรุดลงหรือแม้กระทั่งเสียชีวิต

 

 

 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ