กรมการจัดหางาน เผยผลตรวจจับดำเนินคดีแรงงานต่างด้าวขายของหน้าร้าน เร่ขายสินค้า และบริการอื่นๆ แย่งอาชีพคนไทย จำนวน 1,539 คน พบกระทำผิดในงานขายของหน้าร้านมากที่สุด ส่งกลับประเทศต้นทางแล้ว 1,539 คน ปรับไปแล้ว 7,695,000 บาท

 

ขายของหน้าร้าน ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยมากสุด

 

               นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า จากการที่กรมการจัดหางาน ได้สั่งการให้สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 เร่งรัดลงพื้นที่ตรวจสอบและดำเนินคดีคนต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย โดยประสานตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครองตรวจเข้มทุกพื้นที่นั้น

 

ขายของหน้าร้าน ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยมากสุด

 

               ปรากฎว่าตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2562 ได้ตรวจสอบการทำงานของแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยทั่วประเทศ จำนวน 17,184 คน ดำเนินคดี จำนวน 1,539 คน ส่วนใหญ่เป็นสัญชาติเมียนมา มากที่สุด จำนวน 1,000 คน รองลงมาเป็นเวียดนาม 171 คน ลาว 162 คน กัมพูชา 151 คน อินเดีย 37 คน จีน 5 คน และอื่นๆ 13 คน ซึ่งลักลอบทำงานขายของหน้าร้านมากที่สุด จำนวน 1,052 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในภาคตะวันตก 

 

ขายของหน้าร้าน ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยมากสุด

 

               รองลงมาเป็นงานเร่ขายสินค้า 275 คน และงานอื่นๆ จำนวน 212 คน ได้แก่ งานจำหน่ายอาหาร (คนต่างด้าวเป็นเจ้าของเอง) นวดแผนไทย งานบริการ (คาราโอเกะ) งานเสริมสวย ขับขี่ยานพาหนะ (วินมอเตอร์ไซค์) งานก่ออิฐช่างไม้หรืองานก่อสร้างอื่น พนักงานรักษาความปลอดภัย งานทำรองเท้า งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย และได้ปรับแรงงานต่างด้าว คิดเป็นเงินจำนวน 7,695,000 บาท ผลักดันส่งกลับจำนวน 1,539 คน

 

ขายของหน้าร้าน ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยมากสุด

 

               นางเธียรรัตน์  กล่าวเพิ่มเติมว่า คนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่จะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000–50,000 บาท และถูกผลักดันส่งกลับ

 

ขายของหน้าร้าน ต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทยมากสุด

 

               ซึ่งผู้ที่พบคนต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย หรือพบการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทำงานของคนต่างด้าว สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียนได้ที่ กองทะเบียนจัดหางานกลางและคุ้มครองคนหางาน กรมการจัดหางาน โทร.0-2354-1729 หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทร.สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2   เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบต่อไป

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง