วันที่ 30 กันยายน 2562 นายชวินทร์ ศิรินาค ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กทม. กล่าวกรณีสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เรียกร้องภาครัฐเตรียมพร้อมรับมือปัญหาฝุ่นละออง ว่า

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               สำนักอนามัย ได้บูรณาการความร่วมมือกับสำนักสิ่งแวดล้อม สำนักงานเขต และกระทรวงสาธารณสุข ในการกำหนดแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมาตรการเร่งด่วนเมื่อมีปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กเกินมาตรฐาน สำนักอนามัยจะนำเรียนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อออกประกาศพื้นที่ควบคุมเหตุรำคาญ กำหนดแหล่งก่อเหตุและมาตรการในการระงับเหตุรำคาญ แจกหน้ากากอนามัยที่สามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               และออกหน่วยแพทย์ให้บริการในพื้นที่ที่สถานการณ์คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการดูแลตนเองและป้องกันอันตรายจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก ส่วนมาตรการในระยะยาว ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่เป็นแหล่งก่อมลพิษอากาศ เช่น กิจการคอนกรีตผสมเสร็จ การเผาถ่าน เป็นต้น

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               นายสมชาย จึงมีโชค ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กทม. กล่าวว่า สำนักการแพทย์ ได้เตรียมความพร้อมของ โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ทุกแห่งในการรับมือกับผู้ป่วยที่มารับการดูแลรักษา นอกจากนั้น ได้ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ ตรวจสุขภาพและให้ความรู้แก่ประชาชนในการดูแลป้องกันตนเองจากฝุ่นละออง แจกหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่น PM2.5 รวมทั้งให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองผ่านสื่อต่างๆ

 

               นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสำนักสิ่งแวดล้อม กทม. กล่าวว่า สำนักสิ่งแวดล้อม ได้เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 โดยแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 อีกทั้งตั้งศูนย์ประสานงานแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างต่อเนื่อง

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               พร้อมดำเนินการตรวจวัดคุณภาพอากาศโดยใช้เครื่องมือและวิธีการตรวจวัดที่มีความถูกต้อง แม่นยำ แล้วรายงานข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบสถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพื้นที่ โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศของกรุงเทพมหานคร แบบ Real Time ได้ที่ www.bangkokairquality.com www.air4bangkok.com Facebook : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร และแอปพลิเคชัน “กทม. Connect”

 

               สำหรับแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษและควบคุมฝุ่นละอองในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการควบคุมมลพิษที่แหล่งกำเนิด เช่น ควบคุมการเผาในที่โล่ง รณรงค์ ไม่ขับ...ช่วยดับเครื่อง ควบคุมกำกับดูแลการระบายมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมทั้งแจกหน้ากากอนามัยและให้ความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยเฉพาะเด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               ส่วนมาตรการในระยะยาว กทม. จะเร่งผลักดันให้มีการปรับปรุงมาตรฐานการระบายไอเสียรถยนต์และคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิง รณรงค์ส่งเสริมให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล และการจัดพื้นที่จอดแล้วจร เป็นต้น

 

               นายไทวุฒิ ขันแก้ว รองผู้อำนวยการสำนักการโยธา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า ในส่วนของสำนักการโยธา ได้ดำเนินการลดมลพิษทางอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยร่วมกับสำนักงานเขต ตรวจติดตาม ดูแลโครงการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือรื้อถอนอาคารให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 อย่างเคร่งครัด

 

               รวมทั้งได้กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตก่อสร้างดัดแปลงหรือรื้อถอนอาคารให้ผู้ได้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามวิธีการเงื่อนไขการก่อสร้างและจะต้องไม่กระทำการใดๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพชีวิต ร่างกายหรือทรัพย์สิน

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               โดยผู้ได้รับอนุญาตต้องดำเนินการฉีดพ่นละอองน้ำบนอาคารและบริเวณรอบสถานที่ก่อสร้างอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง รวมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้ปลูกต้นไม้ใหญ่ในโครงการและบริเวณโดยรอบแนวเขตที่ดินของโครงการ เพื่อเป็นแนวป้องกันมลพิษจากการก่อสร้างไม่ให้กระจายออกไป

 

               ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2562 สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย รองศาตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ออกจดหมายเปิดผนึกถึงคณะรัฐมนตรี สมาชิกรัฐสภา และผู้ว่าการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า

 

               สืบเนื่องจากปัญหามลพิษในอากาศ โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่รุนแรงขึ้นในช่วงปลายปีก่อนตลอดมาจนถึงต้นปีนี้ แล้วจึงค่อยๆ ดีขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จนเมื่อเริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่มาปกคลุมประเทศไทยในสัปดาห์ก่อน คุณภาพอากาศจึงแย่ลงเร็ว จนเห็นได้จากท้องฟ้ากรุงเทพที่ขมุกขมัวในวันนี้และผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากแหล่งต่าง

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถควบคุมแหล่งการผลิตมลพิษเหล่านี้ได้ ไม่ว่าจะเป็นในภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม การก่อสร้าง และกิจกรรมประจำวันของประชากรกรุงเทพฯ ทำให้เมื่อมีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาพื้นฐานก็จะแสดงออกให้เห็นชัดเจนขึ้น และคาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นในช่วงปลายปีนี้

 

               สมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอเรียกร้องให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์นี้แต่เนิ่นๆ เพื่อลดความตื่นตระหนกของสังคมในอนาคต ดังนี้

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงพิษภัยของมลพิษในอากาศ ที่มีผลคุกคามต่อทุกคนโดยเฉพาะ เยาวชน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรังให้การศึกษากับประชาชนเพื่อปรับกิจกรรมประจำวันและการใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้องเหมาะสม

 

               หน่วยงานรัฐจัดหาอุปกรณ์ป้องกันสำหรับประชาชนให้เพียงพอ ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก N-95 สำหรับใช้กลางแจ้ง และเครื่องฟอกอากาศหรือแผ่นกรองอากาศ สำหรับใช้ในตัวอาคาร

 

               ดำเนินการมาตรการสาธารณะโดยเคร่งครัดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ทั้งการควบคุมปริมาณและคุณภาพยานพาหนะ การจำกัดกระบวนการก่อสร้าง ลดกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม และควบคุมการเผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงการปิดสถานศึกษา

 

เตรียมประกาศพื้นที่ควบคุมฝุ่นละออง

 

               จัดหาสถานที่สาธารณะในแต่ละชุมชนย่อย เพื่อเป็นที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มเสี่ยงเมื่อระดับคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตรายหรือวิกฤต โดยต้องมีระบบฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพควบคู่กันไป

 

               โปรดใส่ใจในคุณภาพของอากาศที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะเยาวชนที่กำลังจะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง