royal coronation
วันที่ 18 ตุลาคม 2562
ข่าวทั่วไป

พระมหาไพรวัลย์ชี้ปรากฎการณ์พระอุลตร้าแมนรู้สึกตลกและสังเวช

วันที่ 9 กันยายน 2562 - 10:00 น.
พระอุลตร้าแมน,พระมหาไพรวัลย์
Shares :
เปิดอ่าน 5,338 ครั้ง

พระมหาไพรวัลย์ชี้ปรากฎการณ์พระอุลตร้าแมน เวลาที่ได้อ่านคอมเม้นต์ของคนพุทธบางกลุ่ม ซึ่งมักจะใช้วิธีการโจมตีคนอื่น ที่คิดไม่เหมือนกับตัวเองว่า ไม่ปกป้องพระพุทธเจ้

จากกรณีดราม่าที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์ กับภาพวาดงานศิลปะของเด็กนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่มีการวาดภาพ พระพุทธรูปอุลตร้าแมน ซึ่งจัดแสดงที่ศูนย์การค้าแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา นั้น  จนกระทั่งนำมาซึ่งการวิพาากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม ซึ่งก็มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วยต่อศิลปะภาพวาดนี้ ซึ่งทางนักศึกษาเจ้าของผลงานภาพวาด "พระพุทธรูปอุลตร้าแมน" ก็ได้เข้ากราบขอขมาเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ล่าสุด พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ โพสต์ข้อความระบุว่า เกี่ยวกับพระพุทธรูปอุลตร้าแมนเอาไว้ดังนี้

อาตมาอยากจะชวนคิดต่อนะ คืออาตมารู้สึกทั้งตลกและสังเวชเวทนาไปพร้อมพร้อมกัน เวลาที่ได้อ่านคอมเม้นต์ของคนพุทธบางกลุ่ม ซึ่งมักจะใช้วิธีการโจมตีคนอื่น ที่คิดไม่เหมือนกับตัวเองว่า ไม่ปกป้องพระพุทธเจ้าบ้าง ไม่รักพ่อตัวเองบ้าง หรือแม้แต่เลยเถิดไปจนถึงว่าอกตัญญูและเนรคุณเห็นวิธีคิดแบบนี้แล้วอาตมานึกถึงสมัยพุทธกาล ตอนที่พระพุทธเจ้ายังมีพระชนม์ชีพอยู่ ก็มีคนประเภทแบบนี้เยอะเหมือนกัน เป็นพระด้วยนะ คือคนประเภทว่า ถ้าเห็นใครไม่ทำอะไรเหมือนตนเองหรือเหมือนคนกลุ่มใหญ่ ก็จะต้องใช้ความอคติเข้าไปตัดสินทันทีว่า คนพวกนี้ไม่มีความรัก ไม่มีความศรัทธา วิธีคิดและพฤติกรรมของคนประเภทนี้มีมานานแล้ว มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาลเลยทีเดียว


มีเรื่องเล่าของพระติสสะ ที่อาตมาอยากจะยกขึ้นมาสาธกให้ฟัง คือตอนที่พระพุทธเจ้าประกาศจะปรินิพพานภายในอีก ๔ เดือนข้างหน้า ปรากฎว่าพระรูปอื่น พอได้ยินแบบนี้ ก็พากันไปเฝ้าแหนติดตามพระพุทธเจ้าอยู่ทุกที่ไป มีเพียงพระติสสะรูปเดียว ที่คิดต่าง คือพอท่านรู้ว่าพระพุทธเจ้าใกล้จะปรินิพพาน ท่านตีตัวออกจากพระรูปอื่นทันที อยู่คนเดียวในอิริยาบท ๔ ตั้งใจที่จะบำเพ็ญเพียรเพื่อให้บรรลุธรรมและแน่นอนโยมน่าจะเดาถูก พอพระติสสะ ไม่เข้าสมาคมไม่ไปเฝ้าแหนพระพุทธเจ้า ไม่เกาะกลุ่มปรึกษาอยู่กับพระสงฆ์รูปอื่นอื่น ปรากฎว่า พระส่วนใหญ่ ไปตีความว่าพระติสสะ เป็นคนไม่มีความรักต่อพระพุทธเจ้า (อกตัญญู) แล้วก็นำเรื่องนี้ไปฟ้องพระองค์ พระพุทธเจ้าท่านเป็นคนมีเหตุผลนะ เวลามีเรื่องอะไร ท่านจะเรียกคนที่ถูกกล่าวหามาถามก่อน ถามให้ได้ความสัตย์แล้วจึงค่อยตัดสิน นี่คือคนแบบพระพุทธเจ้า คือท่านไม่เชื่อคำฟ้อง ไม่เชื่อคำกล่าวหาของใครง่ายง่ายพอเรียกพระติสสะมาตรัสถามได้ความ แทนที่พระพุทธเจ้าจะตำหนิพระติสสะตามคำกล่าวหาของพระส่วนใหญ่ ท่านกลับตรัสสอนพระส่วนใหญ่ที่ไปฟ้องเสียเองว่า ถ้ารักพระองค์จริง ก็ควรเป็นแบบพระติสสะเถอะ นี่พระพุทธเจ้าท่านเป็นแบบอย่างที่ดีมากเลย ท่านเปิดโอกาสให้คนได้พูด ได้อธิบาย น่าเสียดายที่คนพุทธในสังคมนี้ ซึ่งอ้างว่าเคารพศรัทธาท่านนักหนา ไม่เอาเป็นแบบอย่างในเรื่องนี้เลย

 

ที่สำคัญมีเรื่องที่ควรจะต้องรู้ไว้ก็คือว่า ถ้าใครก็ตามซึ่งอ้างความรักความศรัทธาต่อตัวท่านในทางที่ผิด ท่านตำหนิหมด ท่านไม่ใช่ว่าจะเห็นด้วยนะ ไม่ใช่ว่าอ้างว่ารักท่านแล้วจะทำอะไรก็ได้ พระวักกลิ นี่หลงในรูปกายของพระองค์มาก ตามส่องดูอยู่ทุกที่ที่ไป แต่ทรงเห็นว่า การที่พระวักกลิทำแบบนี้ ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตัวพระวักกลิเอง ถึงกับตรัสไล่ให้ไปให้พ้นในตอนแรกเลยทีเดียวอนาถบิณฑิกเศรษฐี เคารพรักท่านมาก ถึงขนาดไม่กล้าทูลถามปัญหาสักคำหนึ่ง เพราะกลัวว่าท่านจะลำบากใจ พระพุทธเจ้ารู้อย่างนั้น ก็ตำหนิความรักความเคารพเช่นนั้นของอนาถบิณฑิกเศรษฐีอีก ท่านบอกว่าที่ท่านบำเพ็ญบารมีมาถึงขนาดนี้ ก็เพื่อต้องการอยากจะแสดงธรรมต่อคนอื่น แต่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี กลับปกป้องท่านในฐานะที่ไม่ควรจะปกป้อง (รักในทางที่ไม่ถูก)

อาตมาเห็นปรากฎการณ์จากเรื่องพระอุลตราแมนแล้ว อาตมานึกถึงเรื่องเล่าเหล่านี้ในสมัยที่พระพุทธเจ้าท่านยังอยู่เลยนะ นึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ นึกถึงว่า ถ้าท่านยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ท่านจะต้องไม่ยอมให้ใครมาขอขมาท่าน เพียงเพราะคนคนนั้นนับถือท่านในมุมมองที่ต่างจากคนอื่น และเพียงเพราะว่าคนคนนั้นถูกกล่าวหาจากคนส่วนใหญ่ พระพุทธเจ้าไม่ใช่คนเช่นนั้นแน่แน่

 

CR.พระมหาไพรวัลย์

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ