6 ส.ค.62-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.) ถึงสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ว่า ด้วยสภาพเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำ มีการทับถมกัน จนเป็นชั้นดินเรียกว่าพรุ และเมื่อมีการทำเกษตรรอบป่าพรุ ทำให้น้ำในบริเวณป่าแห้งลง จนกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดี แต่บางครั้งก็เกิดจากชั้นดินสะสมความร้อนมากขึ้น หรืออาจมีผู้ไม่หวังดีไปจุดไฟ ทำให้การมอนิเตอร์ไฟที่เกิดขึ้นเป็นไปได้ยาก และบางครั้งไฟจะไหม้จากใต้พื้นดินประมาณ 1 เมตร แล้วปะทุขึ้นมา​

 

            ทั้งนี้ ที่ผ่านมาศูนย์ควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ได้รับความร่วมมือจากการสนธิกำลังจะทุกฝ่ายในพื้นที่ ระดมเฮลิคอปเตอร์บรรทุกน้ำจากกองทัพเข้าไปทิ้งน้ำ เพราะเราไม่สามารถลำเลียงจนเข้าไปถึงจุดเกิดเหตุได้ และอยู่ในพื้นที่ป่าซึ่งท่อดับเพลิงยังมีความยาวเข้าไปไม่ถึง เราจึงขอกำลังสนับสนุนเรื่องโดรนสายส่งน้ำและหน้ากากป้องกันควัน

            นายวราวุธ กล่าวว่า​ ตนได้สั่งการไปถึงอธิบดีกรมป่าไม้และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ให้จัดหางบประมาณในการจัดซื้อโดรนมาใช้ประจำ เพื่อประหยัดเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ในการลาดตระเวน และเพื่อให้หน่วยราชการมีโดรนที่ติดกล้องเพื่อสแกนตรวจจับความร้อน ซึ่งกรมป่าไม้ได้ภาพถ่ายดาวเทียมที่จะสแกนว่าพื้นที่ใดที่มีความร้อนเกิดขึ้น แต่จะได้ภาพถ่ายเพียงแค่วันละ 1 ครั้ง      

           ดังนั้น ถ้าหน่วยราชการมีโดรนที่ติดกล้องเครื่องสแกนค่าความร้อนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดรนแบบ 6-8 ใบพัด จะมีศักยภาพการบินตรวจการณ์นานเป็นชั่วโมง และจะมีรัศมีทำการได้ไกลกว่า จะทำให้รู้ได้ว่าพื้นที่ใดกำลังจะเกิดการปะทุ หรือมีความร้อนใต้ดิน

             นอกจากนี้ เราระดมทุกหน่วยงาน เพื่อช่วยการทำงาน ขณะที่ทางเอไอเอสได้ติดตั้ง เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์และ Wi-Fi เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าชื่นใจว่าเมื่อเกิดปัญหาอย่างนี้ คนไทยไม่ทิ้งกัน ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานราชการระดมกันไปช่วยประชาชนอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ตนต้องขอความร่วมมือจากประชาชนในบริเวณโดยรอบให้ตระหนักถึงอันตรายจากไฟป่า หากพบเห็นจุดสุ่มเสี่ยง ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ เพื่อบริหารจัดการได้ทันที