เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 64 นพ.เรวัต วิศรุตเวช สส.พรรคเสรีรวมไทย อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า มีความกังวลต่อการทำงานของรัฐบาลในการควบคุมการระบาดโควิดรอบใหม่

นพ.เรวัต กล่าวว่า จากการติดตามการระบาดรอบใหม่ ซึ่งมีกลุ่มใหญ่คือแรงงานต่างด้าวหลายแสนคน แต่รัฐบาลแถลงแต่ละวันว่าตรวจไปได้จำนวนไม่มากนัก ยอดผู้ป่วยสะสมจึงมีแค่หมื่นกว่าคน ทั้งนี้อาจมาจากการตรวจค้นหาผู้ติดเชื้อน้อยไป หากตรวจได้เป็นแสนรายก็เชื่อได้ว่าจะพบผู้ติดเชื้อทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการอีกมากมาย อันจะทำให้การควบคุมโรคดีกว่าที่เป็นอยู่มาก

 

นพ.เรวัต กล่าวต่อว่า ภาครัฐอาจไม่อยากตรวจเยอะเพราะกลัวจะพบผู้ป่วยมากกว่าที่แถลงแต่ละวัน และทราบว่า เมื่อเอกชนจะขอทำการตรวจเอง ภาครัฐก็ไม่อยากให้ทำเช่นกัน อันอาจแสดงได้ว่า รัฐบาลกำลังต้องการกดตัวเลขผู้ติดเชื้อให้น้อยกว่าความเป็นจริง จึงไม่ทำการตรวจหาผู้ติดเชื้อใน้ชิงรุกอย่างกว้างขวางและทั่วถึง ใช่หรือไม่

นพ.เรวัต กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้น่าเป็นห่วงมาก โดยเฉพาะการตรวจคัดกรองเชิงรุกในกลุ่มแรงงานต่างชาติที่สมุทรสาครยังไม่มากพอซึ่งควรจะตรวจทั้งหมดหรือให้ได้มากที่สุดเพราะเป็นคลัสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในชุมชนที่อยู่รวมกันหลายแสนคน เพื่อสามารถคัดแยกและกักกันผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดสู่สังคมไทย รัฐบาลและ ศบค. ควรต้องโปร่งใสโดยไม่ควรที่จะกดตัวเลขของผู้ติดเชื้อในชุมชนแรงงานต่างชาติเอาไว้ เพียงต้องการโชว์ตัวเลขสวยๆไว้โฆษณา ไม่คุ้มอย่างยิ่งที่จะเอาคนไทยไปเสี่ยงอีก. และหากโรงงานใดที่ต้องการตรวจคัดกรองกันเองก็ควรต้องยินยอมและสนับสนุนให้ทำและนำตัวเลขเหล่านั้นมาแถลงให้ประชาชนทราบด้วย

สำหรับการฉีดวัคซีนขอสนับสนุนแนวทางที่คุณหมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ เสนอ คือหลังจากให้กลุ่มบุคคลากรทางการแพทย์และกลุ่มที่ควรต้องได้รับก่อน 2 โด๊สแล้ว วัคซีนที่เหลือควรฉีดให้ประชาชนทั่วไปคนละ 1 โด๊สก่อนเลยเพราะมีหลักฐานว่าโด๊สแรกก็ลดอัตราการป่วยและตายลงได้  ส่วนโด๊สที่2 ได้มาเมื่อไหร่ก็ฉีดเมื่อนั้นครับ  นพ.เรวัต กล่าว