คมชัดลึกออนไลน์ 3 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

เตือน ฝ่าฝืนข้อกำหนดรับมือโควิด ภาวะฉุกเฉิน เจอทั้งจำทั้งปรับ

26 มีนาคม 2563 - 16:33 น.
เลขาฯสมช,ฝ่าฝืนข้อกำหนด,โควิด-19,ภาวะฉุกเฉิน,คุก 2 ปี,ข้ามจังหวัด,ผู้สูงอายุ,เด็กเล็ก,มีโรคประจำตัว,ต่างด้าว,หลังสงกรานต์
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 1,671 ครั้ง

"เลขาฯสมช." เผยไม่อยากให้ปชช.ข้ามจังหวัด เว้นจำเป็น แต่ต้องถูกตรวจเข้ม แนะ "ผู้สูงอายุ-เด็กเล็ก-คนมีโรคประจำตัว" อยู่บ้าน หวั่นติดโควิด-19 อาจถึงชีวิต ชี้ฝ่าฝืนข้อกำหนดคุก 2 ปี "กต." ห่วงหลังสงกรานต์ ต่างด้าวทะลักเข้า ไทย ถ้าไม่ป้องกันติดเชื้อแตะ 2.5หมืน


 

          เมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือ ศบค. ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่า วันนี้เป็นการหารือถึงภาพรวมข้อกำหนดต่างๆ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว และยังมีข้อกำหนดบางอย่างที่ยังไม่ชัดเจน โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติจะทำการชี้แจงต่อสาธารณะ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตามด่านจุดตรวจ จะได้แจ้งอีกครั้ง อย่างกรณีการเดินทางข้ามจังหวัด ข้อเท็จจริงไม่อยากจะให้มีการข้ามที่ไหน แต่ถ้ามีความจำเป็น ต้องข้ามก็จะต้องเจอกับมาตรการที่เข้มข้น ทั้งการตรวจอุปกรณ์ในรถ การตรวจอุณหภูมิร่างกาย การตรวจบัตรประจำตัวประชาชน และถ้าตรวจพบว่ามีไข้ ก็จะส่งตรวจไปที่โรงพยาบาลทันที

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

ไม่ปรับตัว พรึ่บอีกหมื่น

สธ. เตือน มาตรการไม่แรงพอ สิ้นเดือน เม.ย.ติดเชื้อ 3,500

ด่วน ! เพิ่มอีก 5 จุดตรวจในกทม.

 

          เมื่อถามถึงมาตรการความเข้มข้นในการเดินทางข้ามเขตจังหวัด พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า โดยหลักการไม่ต้องการให้เคลื่อนย้ายข้ามจังหวัด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีการแพร่เชื้อจากจังหวัดสู่จังหวัด แต่ต้องการให้จำกัดการเคลื่อนไหวอยู่ในจังหวัดของตัวเอง แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องข้าม ก็จะถูกตรวจอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะความจำเป็นที่ต้องข้ามออกนอกพื้นที่ จึงขอร้องหากไม่จำเป็นอย่าเดินทางข้ามจังหวัด เช่นเดียวกับผู้สูงอายุ ก็ขอให้อยู่แต่ภายในที่พัก เพราะถ้าผู้สูงอายุติดเชื้อโรค อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

          เมื่อถามว่า เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจ จะรู้ได้อย่างไร ว่าผู้ที่เดินทางอยู่นั้นมีอาการหรือไม่ พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนหนึ่งอยู่ที่ตัวของผู้เดินทาง เพราะมาตรการที่ออกมาไม่ใช่เพื่อคนอื่น และอย่าลืมว่าผู้ที่ติดเชื้อและเสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว รวมถึงเด็กเล็กก็เป็นกลุ่มเสี่ยง มาตรการที่ออกมาก็เพื่อให้คนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ได้ป้องกันตัวเอง ด้วยการไม่ออกจากบ้าน และหากมีความจำเป็นจริงๆก็สามารถทำได้

 

          พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ความเสี่ยงอีกอย่างที่น่าเป็นห่วงคือการที่ลูกหลานออกไปข้างนอกแล้วกลับมาอยู่กับกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ จึงจำเป็นก็ต้องเว้นระยะห่างทางสังคม อย่างไรก็ตาม สำหรับบทลงโทษ ถ้าฝ่าฝืนมาตรการและข้อกำหนดจริงๆจะรับโทษหนักจำคุก 2 ปีปรับ 40,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่เราไม่อยากใช้มาตรการลงโทษขนาดนั้น จึงขอความร่วมมือกันก่อนให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด แต่ถ้ายังไม่เชื่อฟังกันอีกก็ต้องเพิ่มความเข้มข้น และบทลงโทษต่อๆ ไปซึ่งบทลงโทษถึงวันนี้เจ้าหน้าที่จะจริงจังแล้ว แต่ทั้งหมดก็ต้องขึ้นอยู่กับเจตนาว่ามีเจตนาร้ายหรือดีมากน้อยแค่ไหน
 

 

          ทั้งนี้ รายงานข่าวจากที่ประชุม ศบค. เปิดเผยว่า กระทรวงต่างประเทศแสดงความเป็นห่วงตามแนวชายแดนรอบประเทศเป็นพิเศษ ว่าทุกฝ่ายจะต้องมีความระมัดระวัง และดูแลปัญหาดังกล่าวนี้ โดยเฉพาะต่อกรณีการเคลื่อนย้ายของกลุ่มแรงงานต่างด้าว กลับเข้าไทยหลังเทศกาลสงกรานต์ คือจะต้องมีการคัดกรองและตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมสถานการณ์การแพร่ระบาดในไทย

 

          นอกจากนั้น ที่ประชุมศบค. ยังได้ประเมินแนวโน้มจำนวนผู้ป่วยถึงวันที่ 15 เม.ย.นี้ โดยภาคประชาชนร่วมมือในการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social distancing) 80% จะมีผู้ป่วยสะสมจำนวน 7,745 ราย แต่หากประชาชน ร่วมมือในการเว้นระยะห่าง เพียง 50 % จะมีผู้ติดป่วยสะสม 17,635 ราย และถ้าไม่มีมาตรการป้องกันจะทำให้มีผู้ป่วยสะสมถึง 25,225 ราย



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ