เมื่อวันที่ 23 มี.ค. 2563 - พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาและสกัดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งมาตรการที่จะลดการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 หรือหยุดการแพร่กระจาย คือการที่ทำให้คนอยู่กับที่ อยู่กับบ้าน ไม่เคลื่อนที่ หรือเดินทางสัญจร จึงเกิดมาตรการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

 

กสทช. ชงครม.ด่วน อัพสปรีดเน็ตบ้าน-มือถือเพิ่ม

 

          ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนมีความจำเป็นต้องใช้ในการติดต่อสื่อสาร ทำงาน คือบริการทางด้านโทรคมนาคม จึงเป็นที่มาของมติ กสทช.ว่าด้วยมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตโควิด-19 ในวันนี้เพื่อรองรับมาตรการส่งเสริมการทำงานที่บ้านหรือ Work from Home ของรัฐบาล และเสนอให้รัฐบาลพิจารณาเห็นชอบโดยเร่งด่วน
และสืบเนื่องจากที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ก.ดีอีเอส) ได้ขอความร่วมมือสำนักงาน กสทช. เชิญผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมมาประชุมหารือเป็นการเร่งด่วนเมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2563 เพื่อนำผลการประชุมนำเสนอที่ประชุม กสทช. เพื่อพิจาณาในวันนี้ (23 มี.ค.)

 

กสทช. ชงครม.ด่วน อัพสปรีดเน็ตบ้าน-มือถือเพิ่ม

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ที่ประชุม กสทช. ได้นัดประชุมวาระพิเศษเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกระดับ โดยที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือประชาชนและผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยการลดค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคม และส่งเสริมการทำงานที่บ้าน รวมทั้งสนับสนุนการทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตเพื่อเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเป็นเรื่องเร่งด่วนต่อไป ดังนี้

 

          1.สนับสนุนให้ประชาชนสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (Mobile Broadband) เพิ่ม 10 กิกกะไบต์ ต่อคน ต่อเดือน ให้แก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยผู้ใช้บริการ 1 คนจะได้รับการสนับสนุน 1 เลขหมาย ต่อ 1 ผู้ให้บริการ โดยจะสนับสนุนเป็นระยะเวลา 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่คณะรัฐมนตรีได้ลงมติเห็นชอบมาตรการดังกล่าว จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 โดยใช้ฐานลูกค้าที่มีผู้ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน ณ วันที่คณะรัฐมนตรีมีมติ เท่านั้น ให้หักจากเงินที่ผู้ให้บริการมีหน้าที่จะต้องชำระค่าประมูลคลื่นความถี่ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใบอนุญาตที่ กสทช. กำหนด จนกว่าจะครบจำนวน และให้ กสทช. นำเงินส่วนที่เหลือส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป โดยประชาชนจะสามารถรับสิทธิได้ด้วยการลงทะเบียนผ่านระบบ USSD ของผู้ให้บริการแต่ละค่ายที่ตนใช้งานอยู่

 

          2.สนับสนุนการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (Fixed Broadband) ให้แก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยปรับเพิ่มขนาดความจุ (Capacity) เท่าที่ผู้ให้บริการจะสามารถดำเนินการได้ กล่าวคือ กรณีบริการ ADSL/VDSL/Copper ให้ปรับเพิ่มความเร็วสูงสุดที่สามารถทำได้ และกรณีบริการ FTTX ให้ได้ระดับความเร็ว (Download) 100 Mbps โดยหักเป็นค่าใช้จ่ายจากเงินที่ต้องนำส่งกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)