คมชัดลึกออนไลน์ 2 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

"ธีรัจชัย-ธรรมนัส" สวนกันหมัดต่อหมัด ปมขาดคุณสมบัติ

27 กุมภาพันธ์ 2563 - 00:58 น.
ธรรมนัส,ธีรัจชัย,สวนกันหมัดต่อหมัด,ขาดคุณสมบัติ,จำคุก,ค้ายา,ฉ้อโกง,ตำแหน่งราชการ,ข่าววันนี้,ศาลแขวงนิวเซาท์เวลส์,คำพิพากษา
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 729 ครั้ง

"ธีรัจชัย-ธรรมนัส" สวนกันหมัดต่อหมัด ปมขาดคุณสมบัติ เหตุเคยจำคุกคดีค้ายา "ธีรัจชัย" งัดหลักฐาน กล่าวหาฉ้อโกงตำแหน่งราชการ-อ้างคำพิพากษาศาลแขวงนิวเซาท์เวลส์ ระบุเป็นนักโทษฐานธุระจัดหา ด้าน "ธรรมนัส" แจงทันที ยืนยันกฎหมายออสเตรเลียใช้ในราชอาณาจักรไทยไม่ได้


 

          เมื่อเวลา 22.55 น. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ยุบพรรค อภิปรายไม่ไว้วางใจ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ ฐานะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในสภาฯ ถึงความไม่เหมาะสมและมีคุณสมบัติต้องห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 เนื่องจากเคยถูกศาลรัฐประเทศออสเตรเลียพิพากษาให้จำคุก 6 ปี และ 4 ปี พร้อมกับเนรเทศกลับประเทศฐานความผิดฐานนำเข้าและค้ายาเสพติด

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

"ธรรมนัส" แจงสับสนปมถอดยศใช้ "นาย" จนได้เป็น "รมต."

สภาตกเขียว "วันนอร์" ฉะ ส.ส.ขายตัว เป็นพวกโสเภณี

"ปิยบุตร" สวน "เสี่ยหนู" น่าอาย พฤติกรรมแบบไหนคือกุ๊ย

 

          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงรายละเอียดซึ่งแตกต่างกัน ทั้งตอนแรกระบุว่าไม่ติดคุก แต่การตอบกระทู้ยอมรับว่าเคยติดคุก ดังนั้นถือเป็นสิ่งยืนยันว่า ร.อ.ธรรมนัส มีคุณสมบัติขัดต่อการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีอย่างชัดเจน ทั้งนี้ตนมีรายละเอียดและเอกสารใหม่เป็นคำพิพากษาจากศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ ปี 2538 โดยมีรายละเอียดว่า ร.อ.ธรรมนัส ยอมรับว่าได้ขนยาเสพติดเข้าประเทศออสเตรเลียจริง โดยไม่มีพรีบาร์เกน ซึ่งขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัสชี้แจงต่อสภาฯ และชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาฯ ว่ามีกระบวนการพรีบาร์เกนและไม่เคยถูกจำคุก

 

          "คำพิพากษายังระบุว่านายคอนซาเซน ติโน่เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเจรจาเพื่อซื้อยาเสพติด พร้อมกับพบการขนยาเสพติดเข้าาประเทศ ทำให้ร.อ.ธรรมนัส ไม่ถูกลดโทษ เนื่องจากเป็นผู้ธุระจัดหา มากกว่าแค่การขนยาเสพติดเข้าประเทศ อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าท่านไม่มีวีซ่าเข้าประเทศออสเตรเลียแน่นอน เพราะบุคคลที่ถูกจำคุกจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ ซึ่งกรณีต้องคำพิพากษาศาลต่างประเทศดังกล่าวถือว่าทำให้เข้าข่ายขาดคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี ตามบันทึกกฤษฎีกา ที่276/2525 ระบุว่าบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจากศาลใดก็ตามต้องขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง" นายธีรัจชัย อภิปราย 

 

          นายธีรัจชัย อภิปรายด้วยว่า กรณีที่ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าผ่านการล้างมลทินและนิรโทษกรรมแล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวสามารถทำได้เฉพาะในความผิดที่เกิดในประเทศไทย แต่ไม่สามารถก้าวล่วงไปย้งคำพิพากษาของศาลต่างประเทศได้ ดังนั้นจึงเชื่อว่าความผิดที่เกิดขึ้นทำให้ขาดคุณสมบัติอย่างชัดเจน นอกจากนั้นมีประเด็นน่าสงสัยต่อการคืนยศ ทั้งที่เคยถูกถอดยศมาแล้ว เพราะฝ่าฝืนคำสั่งของผู้บังคับบัญชา แต่กรณีที่กลับเข้ารับราชการได้คืนยศได้อีกครั้ง ตนเชื่อว่าจะเท่ากับการฉ้อโกงเพราะไม่เปิดเผยประวัติว่าเคยถูกศาลต่างประเทศพิพากษาให้จำคุก เช่นเดียวกันกับการปกปิดข้อมูลต่อการยื่นสมัครลงรับเลือกตั้งปี 2556 ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งที่ก่อนหน้านั้นรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 กำหนดว่าหากถูกพิพากษาให้จำคุก ถือว่าขาดคุณสมบัติการลงสมัครรับเลือกตั้ง          
 

 

          ทั้งนี้หลัง นายธีรัจชัย จบ ร.อ.ธรรมนัส ลุกชี้แจงทันทีต่อข้อกล่าวหาว่าเข้าสู่ดำรงตำแหน่งโดยไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ว่า เรื่องที่ยกมาอภิปรายดังกล่าวเป็นอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน ทั้งนี้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มาตรา 3 รับรองไว้ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ซึ่งอธิปไตยดังกล่าวหมายถึง อำนาจทางบริหาร, ตุลาการ และนิติบัญญัติ โดยการบริหารราชการแผ่นดินมีผลเฉพาะแผ่นดินหรือรัฐนั้นๆ โดยเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้มติครม.ของไทย บังคับใช้กับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงหากนำมติครม. ประเทศออสเตรเลีย มาบังคับใช้กับประเทศไทยไม่ได้ เนื่องจากขัดต่ออธิปไตยเหนือดินแดน

 

          ขณะที่อำนาจทางนิติบัญญัติ ที่ตรากฎหมายบังคับใช้เพื่อรัฐนั้น จะมีผลเฉพาะรัฐนั้น ไม่สามารถนำกฎหมายของประเทศออสเตรเลีย บังคับหรือลงโทษคนไทยในรัฐไทยไม่ได้ ขณะที่อำนาจตุลาการจะมีผลพิพากษาเฉพาะตามอำนาจของรัฐเท่านั้น หากคู่กรณีหรือคู่สัญญาแต่ละประเทศหากยอมรับมาปฏิบัติในกฎหมายไทย ต้องบัญญัติไว้ในกฎหมาย เช่นกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ห้ามคนต่างด้าวที่ต้องคำพิพากษา หรือโทษตามกฎหมายของประเทศไทย ยกเว้นความผิดที่ได้รับการยกเว้นโดยกฎกระทรวงห้ามเข้าราชอาณาจักร

 

          "ก่อนฟังผู้อภิปราย ผมตื่นเต้นว่ามีอะไรเด็ด แต่พอฟังแล้วไม่ตื่นเต้น เพราะสิ่งที่พยายามอภิปรายคือคำพิพากษาของศาลแขวง ผมมีมาตั้งนานแล้ว โดยผมได้ทำหนังสือไปยังปลัดกระทรวงการต่างประเทศ คัดสำเนาคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย คือ ศาลแขวงรัฐนิวเซาท์เวลส์ 31 มีนาคม 2537 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์รัฐ 10 มีนาคม​ 2538 เอกสารที่ท่านแสดง ผมมีนั้นมากกว่าท่าน เพราะมีสาระสำคัญที่เชื่อว่าท่านไม่มี คือ การทดลองเจรจาก่อนเข้าสู่กระบวนการของลูกขุน​ อย่างไรก็ตามที่ระบุมีคำแปลว่าผมรับสารภาพว่าเจตนานำเข้ายาเสพติด นั้นไม่จริง เพราะคำแปลที่มีผู้รับรองซึ่งน่าเชื่อถือได้ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่าผมรับสารภาพนำเข้า ส่งออก จำหน่ายและผลิตเฮโรอีน ที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น อย่างไรก็ตามในคำพิพากษาระบุว่าความผิดของผมคือฐานรู้ว่ามีผู้กระทำความผิดแต่ปกปิดแต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่รัฐนิวเซาท์เวลส์ให้ทราบ ทั้งนี้ในคำพิพากษาที่อภิปรายนั้นอ่านไม่ครบถ้วน" ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจง

 

          ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงด้วยว่าต่อกรณีที่มีสื่อมวลชนที่ถูกจ้างให้ทำข่าว ถูกตนฟ้องดำเนินคดีอาญา เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 รวมถึงดำเนินคดีกับคนที่กล่าวหา โดยล่าสุดมีผู้อ้อนวอนขอให้ผมถอนฟ้อง อย่างไรก็ตามในการอภิปรายดังกล่าวตนให้วอร์รูมที่ จ.พะเยา ดูแลต่อการฟ้องร้องดำเนินคดี.



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ