ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐถึงการนัดกินข้าวของ'กลุ่มสามมิตร' ว่า เกิดขึ้นหลังจากการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 4 ก.พ. ที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้เรียกให้นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม เพื่อต้องการจัดกิจกรรมกินข้าวโชว์พลัง ส.ส.ของกลุ่ม ซึ่งมีส.ส.ถึง 40 คน โดยการกินอาหารนั้นก็ไม่ได้มีการพูดคุยถึงแผนการปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม แต่อย่างใด   

         หลายฝ่ายยังยืนยันในข้อสังเกตว่าการกินข้าวในมื้อนี้จะเป็นการโชว์พลังและจำนวน ส.ส. เพราะภายหลังจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจเสร็จสิ้น จะมีการปรับครม.และมีรายชื่อของนายอุตตม นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อุดมศึกษา ที่เป็นศิษย์รักของนายสมคิด ที่อาจถูกปรับออก โดยเฉพาะนายสุวิทย์เป็นเบอร์ 1 ที่จะถูกเสนอให้ปรับออก เพราะตั้งแต่เลือกตั้งเสร็จจนเป็นรัฐมนตรี ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมใดๆกับทางพรรค และไม่มีการสนับสนุน ส.ส. จึงเป็นเบอร์1 ที่ถูกจับตาว่าจะถูกเขี่ยทิ้งเป็นคนแรก เพื่อแบ่งให้กับกลุ่มการเมืองในพรรคพลังประชารัฐ

         ดังนั้นการนัดกินข้าวในครั้งนี้จึงเป็นการส่งสัญญาณให้นายกฯรับทราบว่าทางกลุ่มสามมิตรมี ส.ส. อยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้นการปรับครม.หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะต้องมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันก่อน

        ขณะเดียวกัน การไม่เดินทางมาร่วมการประชุม ของนายสนธิรัตน์ ทำให้เกิดข้อสังเกตมากมายว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะนายสนธิรัตน์ ถือเป็นคนสนิทของนายสมคิด ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่า นายสนธิรัตน์เวลานี้คุมกระทรวงใหญ่อย่างกระทรวงพลังงานซึ่งมีกลุ่มทุนใหญ่อยู่ในสังกัด

        และมีข่าวว่านายสนธิรัตน์ได้เรียกอดีตผู้สมัครส.ส. รวมถึงอดีตนักการเมืองหลายคนไปทำงานที่กระทรวงพลังงานหลายคน และช่วงหลังปีใหม่เป็นต้นมา นายสนธิรัตน์ มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองมากขึ้น โดยทุกวันอาทิตย์จะมีการแถลงข่าวและมี ส.ส.มาร่วมกิจกรรมด้วยจำนวนหนึ่ง