คมชัดลึกออนไลน์ 1 เมษายน 2563
คมชัดลึกออนไลน์
การเมือง

หุ้นสื่อยังไม่จบ กกต.จ่อพิจารณา ธนาธร ต่อ

28 มกราคม 2563 - 18:25 น.
กกต,หุ้นสื่อ,ธนาธร,สมัครสส,ลักษณะต้องห้าม,ข่าววันนี้,บุญชู แก้วกระจ่าง,พลังชาติไทย,วี-ลัค มีเดีย,เลือกตั้ง
การเมือง

Shares :
เปิดอ่าน 264 ครั้ง

กกต.สั่งดำเนินคดีอาญา "บุญชู" ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต4 เหตุสังกัดพลังชาติไทยไม่ถึง 90 วัน จ่อพิจารณาปม "ธนาธร" คุณสมบัติต้องห้ามถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย



กกต. สั่งดำเนินคดีอาญา "บุญชู แก้วกระจ่างผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 4 เหตุสังกัดพรรคพลังชาติไทยไม่ถึง 90 วัน ลงสมัครทั้งที่ขาดคุณสมบัติ จ่อพิจารณาปม "ธนาธร" คุณสมบัติต้องห้าม ถือหุ้นวี-ลัค มีเดีย พร้อมสั่งยุติการสอบสวน ยกคำร้องซื้อเสียงเลือกตั้ง ผู้สมัครพปชร. ,เพื่อไทย “เชียงใหม่-นครปฐม-นครศรีธรรมราช” รอด หลักฐานไม่พอ

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง

ธนาธร ขอบคุณทุกกำลังใจ ย้ำเดินหน้าทำการเมืองสร้างสรรค์

ธนาธร พบส.ส.​อนาคตใหม่มั่นใจรอดคดีหุ้นสื่อ


ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

อนค.ส่งหลักฐานแก้ข้อหาคดีเงินกู้ 191 ล้าน

 

         เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็ปไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่คำสั่งคณะกรรมการ กกต. กรณีนายบุญชู แก้วกระจ่าง ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.ราชบุรี เขต 4 พรรคพลังชาติไทย ถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกพรรคการเมืองน้อยกว่า 90 วัน และรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิ์สมัคร เนื่องจากขาดคุณสมบัติ โดยกกต. ได้พิจารณารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ แล้วเห็นว่า นายบุญชูสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังชาติไทย เมื่อวันที่ 5 ม.ค.62 และได้ยื่นสมัครรับเลือกตั้งส.ส.แบบแบ่งเขตต่อ ผอ.การเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.ค.62 มีระยะเวลาการเป็นสมาชิกพรรค 79 วัน จึงขาดคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง กกต.จังสั่งให้ดำเนินคดีอาญากับนายบุญชู ตามพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ พ.ศ. 2561 มาตรา 151

 

         ทั้งนี้ นายบุญชู เป็นผู้สมัครรายแรกที่ กกต. สั่งดำเนินคดีอาญา ตามมาตรา 151 ที่กำหนดว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์รับสมัครเลือกตั้งเป็นส.ส.ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทำหนังสือยินยอมให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครเลือกตั้ง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปี

 

          ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า การดำเนินคดีอาญาในความผิดดังกล่าว ยังมีกรณีที่เมื่อวันที่ 20 พ.ย.62 ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า ธนาธรจึง รุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากวันสมัคร ยังคงถือหุ้นสื่อ บริษัทวี-ลัคมีเดีย จำกัด อยู่ โดยขณะนี้คณะกรรมการสืบสวน ของสำนักงาน กกต. ได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว และที่ประชุมกกต.เตรียมพิจารณาเร็วๆนี้


          ในวันเดียวกัน กกต.ยังได้เผยแพร่คำสั่งยุติเรื่องร้องเรียนนายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เชียงใหม่ เขต 7 พรรคเพื่อไทย และนายทะนงศักดิ์ สัจจัง นายศุภชัย ยาวิราช นายบุญเลิศ มะลิกองสิงห์ หัวคะแนน ว่ามีการรวบรวมรายชื่อและเลขบัตรประชาชนใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมสัญญาว่าจะให้เงิน 300 บาท เพื่อจูงใจการลงคะแนนเลือกตั้ง แต่ไม่มีพยานพบเห็นการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ส่วนคลิปเสียงและคลิปวีดีโอที่อ้างเป็นพยานหลักฐานก็ไม่ได้ระบุพฤติการณ์ตามข้อกล่าวหา

 

           นอกจากนี้ กกต.ยังมีคำสั่งยกคำร้องกรณีนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้สมัครส.ส.นครราชสีมา เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ถูกร้องว่ากระทำการหลอกลวงเพื่อจูงใจผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้ตนเอง โดยขึ้นป้ายหาเสียงใช้คำนำหน้าว่าเป็นด็อกเตอร์ ต่อมาจัดทำสติกเกอร์แก้ไขป้ายหาเสียงเป็นว่าที่ด็อกเตอร์ เนื่องจากนายสัณหพจน์เป็นนักศึกษาปริญญาเอกมหาวิทยาลัยรามคำแหง อยู่ระหว่างการทำดุษฎีนิพนธ์ ตลอดการหาเสียงได้แสดงตนมาโดยตลอดว่าเป็นว่าที่ด็อกเตอร์ เพื่อสื่อให้เห็นว่ากำลังศึกษาอยู่ในปริญญาเอกเท่านั้น ส่วนแผ่นพับแนะนำตัวที่ระบุประวัติว่าเคยเป็นอดีตเลขานุการ ผู้ว่าฯกทม. ดร.พิจิตร รัตตกุล เชื่อว่าเป็นความผิดพลาดของสำนักพิมพ์ที่จัดวางคลาดเคลื่อน เพราะในความเป็นจริงนายสัณหพจน์ เคยเป็นเลขานุการของอดีตเลขานุการผู้ว่า กทม. กกต.จึงสั่งยกคำร้อง

 

          ขณะเดียวกัน กกต.ยังได้ยกคำร้องกรณีนายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตจังหวัดนครปฐม เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ถูกร้องว่าจัดทำ เสนอให้สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานการรับมอบเงิน ตลอดความสัมพันธ์ระหว่างนายสมจิตต์ นายวัฒนา มีกล่ำกับผู้ถูกร้อง อีกทั้งกลุ่มบุคคลที่เข้าควบคุมตัวหลังเกิดเหตุการณ์การให้เงิน ยังมีความสัมพันธ์กับผู้รับสมัครเลือกตั้งรายหนึ่ง คดีจึงไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอว่านายสมจิตต์เป็นตัวแทนหรือหัวคะแนนของผู้ถูกร้อง
 



5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ