น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และอดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตจอมทอง - ธนบุรี กล่าวถึงกรณีโพลล์ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ระบุ ประชาชนชื่นชอบผลงานของรัฐบาล

 

 

 

               โดยเฉพาะโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและปลดหนี้ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผลงานของ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในโครงการพลังงานชุมชน ที่ประชาชนอยากรู้จักและอยากเข้าถึงง่าย ว่า ทางพรรคพลังประชารัฐขอขอบคุณเสียงสะท้อนที่มาจากประชาชนผู้ได้รับประโยชน์จริงๆ เป็นกำลังใจให้เร่งเดินหน้าโครงการอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำ ส.ส. ของพรรคพลังประชารัฐให้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและสะท้อนความเดือดร้อนเรื่องหนี้นอกระบบเข้าสู่ฝ่ายบริหารและประชาสัมพันธ์โครงการพลังงานชุมชนเพื่อให้ประชาชนรู้จักและเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

               น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า โครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและปลดหนี้ของ พล.อ.ประวิตร นั้นเป็นโครงการที่สอดคล้องยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม โดยมุ่งแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบและปลดหนี้ของประชาชน

 

 

 

               แก้ไขปัญหาที่ดินให้กับเกษตรกร ให้กับผู้ยากไร้ ผ่านวิธีการปฏิรูปที่ดินด้วยโครงการคืนโฉนดเพื่อให้เกษตรกรมีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง และยังช่วยเหลือมอบสินเชื่อเงินกู้เงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแก่เกษตรกร เป็นโครงการที่ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรงเต็มที่ และได้รับการตอบรับจากผลสำรวจของประชาชนมาเป็นอย่างดีตลอดมา ไม่เพียงแต่ผลสำรวจล่าสุดในครั้งนี้ของ สจล. ที่ประชาชนชื่นชอบผลงานมาเป็นอันดับ 1 เท่านั้น หากลองย้อนกลับไปจะเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการอันดับ 1 ของประชาชนมาโดยตลอด เช่น เมื่อเดือน ตุลาคม 2561 ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลยังพบว่าประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการให้คะแนนสูงถึง 9.8 จากเต็ม 10 คะแนน

 

 

 

               นอกจากนี้ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จะลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจ พร้อมทั้งสำรวจความพร้อมของพื้นที่ในการตอบสนองนโยบายกระทรวงพลังงานโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน เพราะโรงไฟฟ้าชุมชนจะทำให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานราก ดึงเอาชุมชนมามีส่วนร่วมให้เป็นทั้งผู้ใช้พลังงาน และผลิตพลังงาน ช่วยลดค่าใช้จ่าย และสามารถขายพลังงานเพื่อสามารถสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป สิ่งเหล่านี้ จึงจะเป็นนโยบายที่เรียกว่า พลังงานเพื่อคนทุกคน หรือ Energy For All ที่ประชาชนในชุมชนจะมีรายได้ พึ่งพาตนเองได้ ชุมชนเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้า

 

 

 

               "พรรคพลังประชารัฐรับฟังเสียงของประชาชนและจากผลสำรวจทำให้เรามั่นใจว่าโครงการดังกล่าวมาถูกทางแล้ว ในขั้นต่อไป ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ จะเดินหน้าลงพื้นที่ต่อเนื่องเพื่อสำรวจ รับฟังปัญหาและสะท้อนความเดือดร้อนเรื่องหนี้นอกระบบเข้าสู่ฝ่ายบริหาร เพื่อยกภูเขาออกจากอกจากพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ความเข้าใจ สำรวจความพร้อมของพื้นที่ในการตอบสนองนโยบายโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชน" น.ส.ทิพานัน กล่าว